thansettakij
thansettakij
สนามบินสุวรรณภูมิ แจงกรณีแอร์การบินไทย ผ่านเอ็กซเรย์ ขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย

สนามบินสุวรรณภูมิ แจงกรณีแอร์การบินไทย ผ่านเอ็กซเรย์ ขนเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย

29 มิ.ย. 69 | 09:21 น.
อัปเดตล่าสุด :29 มิ.ย. 69 | 09:21 น.

สนามบินสุวรรณภูมิ แจงกรณีแอร์โฮสเตทการบินไทย ผ่านเครื่องเอ็กซเรย์ ขนเฮโรอีน เข้าออสเตรเลีย ยันเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋าของสนามบินมีมาตรฐานตามข้อกำหนด ICAO เน้นตรวจจับวัตถุระเบิด ไม่สามารถตรวจยาเสพติดได้

KEY

POINTS

  • ลูกเรือหญิงของการบินไทยถูกจับกุมที่ประเทศออสเตรเลีย ข้อหาลักลอบขนเฮโรอีนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
  • ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชี้แจงว่ากระเป๋าของลูกเรือคนดังกล่าวได้ผ่านขั้นตอนการเอ็กซเรย์ตามมาตรฐานความปลอดภัย
  • เครื่องเอ็กซเรย์สำหรับเที่ยวบินขาออกถูกออกแบบมาเพื่อตรวจจับวัตถุระเบิดเป็นหลัก ไม่สามารถตรวจจับยาเสพติดได้
  • การตรวจหายาเสพติดมักจะเน้นที่เที่ยวบินขาเข้าประเทศ โดยใช้วิธีการอื่น เช่น สุนัขดมกลิ่น

จากกรณี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออสเตรเลีย รายงานเหตุการจับกุม พนักงานสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังจากตรวจพบว่า ได้ซุกซ่อนยาเสพติด เป็นเฮโรอีน หนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐเข้าประเทศนั้น

ล่าสุดพบว่าเป็นลูกเรือของการบินไทยเพศหญิง ถูกทางการออสเตรเลีย จับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่ บนเที่ยวบิน TG 465 ขณะกำลังทำหน้าที่ลูกเรือ โดยสุนัขดมกลิ่นได้ตรวจพบ และมีการสั่งกรรมการสอบวินัยแล้ว

วันนี้(วันที่ 29 มิถุนายน 2569) นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยถึงกรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ออสเตรเลีย รายงานเหตุการณ์จับกุม พนักงานสายการบินแห่งหนึ่งในประเทศไทย หลังจากตรวจพบว่า ได้ซุกซ่อนยาเสพติด เป็นเฮโรอีน หนัก 1 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 500,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เข้าประเทศนั้น

จากข้อมูลพบว่าลูกเรือของการบินไทยซึ่งได้เดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้ปฏิบัติหน้าที่บนเที่ยวบิน TG465 ที่ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569

จากการตรวจสอบสถานะกระเป๋าสัมภาระย้อนหลังของลูกเรือคนดังกล่าว ในรายงานระบุว่ากระเป๋าดังกล่าวไปผ่านขั้นตอนการตรวจเอ็กซ์เรย์ความปลอดภัยตามมาตรฐานครบถ้วน โดยเครื่องตรวจสัมภาระแสดงว่าสถานะปกติ

 

สนามบินสุวรรณภูมิยืนยันเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋าของสนามบินสุวรรณภูมิมีมาตรฐานเป็นไปตามข้อกำหนดขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ  ICAO 

โดยในเที่ยวบินขาออกนอกประเทศนั้น แต่ละสนามบินจะเน้นการตรวจสอบเรื่องของความปลอดภัย คือเน้นตรวจจับวัตถุระเบิด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการซุกซ่อนขึ้นไปบนเครื่องบินซึ่งอาจเกิดเหตุในระหว่างที่เครื่องบินทำการบิน

ส่วนกรณีกระเป๋าของลูกเรือคนดังกล่าวเครื่องเอ็กซเรย์แจ้งว่ามีสถานะเคลียร์ ไม่พบวัตถุระเบิดกระเป๋าจึงผ่านขั้นตอนขาออกได้ กรณีของการตรวจสอบยาเสพติดนั้น ที่ผ่านมาสนามบินทั่วโลกจะเน้นการตรวจเฉพาะในเที่ยวบินขาเข้าประเทศ โดยจะใช้รูปแบบการตรวจโดยสุนัขดมกลิ่น เนื่องจากเครื่องเอ็กซเรย์ไม่สามารถตรวจยาเสพติดได้ นายกิตติพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย