thansettakij
thansettakij
รัฐบาลเร่งดัน 'Thailand 365 Days' หลังอโกด้ายกไทยแชมป์จุดหมายยอดนิยมเอเชีย

รัฐบาลเร่งดัน 'Thailand 365 Days' หลังอโกด้ายกไทยแชมป์จุดหมายยอดนิยมเอเชีย

27 มิ.ย. 69 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 69 | 04:31 น.

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบาย 'Thailand 365 Days' หลังอโกด้าชี้ไทยยังเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเอเชียในครึ่งแรกปี 2569 ยกระดับท่องเที่ยวคุณภาพ เชื่อมโยงสินค้า GI วัฒนธรรม

KEY

POINTS

  • รัฐบาลเร่งผลักดันนโยบาย "Thailand 365 Days" เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี หลังข้อมูลจาก Agoda ชี้ว่าไทยเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเอเชีย
  • นโยบายมุ่งเน้นการยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพสูงและยั่งยืน โดยเชื่อมโยงกับสินค้า GI วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม
  • มีเป้าหมายเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาซ้ำ พำนักนานขึ้น และใช้จ่ายมากขึ้น ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่เมืองรองและชุมชนทั่วประเทศ

รัฐบาลเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "Thailand 365 Days" หลังข้อมูลอโกด้าระบุไทยยังครองความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวเอเชียช่วงครึ่งแรกปี 2569 พร้อมต่อยอดการท่องเที่ยวเชื่อมโยงสินค้า GI วัฒนธรรม อาหาร และชุมชน ยกระดับสู่การท่องเที่ยวคุณภาพและยั่งยืน หวังดึงนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำ พำนักนาน และกระจายรายได้ทั่วประเทศ

รัฐบาลเดินหน้าผลักดันนโยบาย "Thailand 365 Days" หรือประเทศไทยที่ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ หลังข้อมูลจากอโกด้า (Agoda) ระบุว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเอเชียในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 สะท้อนศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่นทั้งเมืองหลักและแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 365 Days เพื่อสร้างการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับจุดหมายปลายทางที่มีความหลากหลาย ทั้งธรรมชาติ วัฒนธรรม อาหาร และประสบการณ์ท้องถิ่น

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

 

 

อโกด้าชี้ไทยยังครองใจนักท่องเที่ยวเอเชีย

ข้อมูลจากอโกด้าระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 กรุงเทพมหานคร พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน และชะอำ ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเอเชีย ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างเขาใหญ่ นครนายก และกาญจนบุรี ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ประเทศไทยยังมีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ และสามารถกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวไปสู่เมืองรองและชุมชนท้องถิ่นได้มากขึ้น

เชื่อมท่องเที่ยวกับ GI วัฒนธรรม และชุมชน

รัฐบาลเตรียมต่อยอดกระแสความนิยมของประเทศไทย ด้วยการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับสินค้า GI สินค้าชุมชน อาหาร วัฒนธรรม ประเพณี และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

พร้อมกันนี้ ยังเดินหน้าผลักดันการท่องเที่ยวมูลค่าสูง (High Value Tourism) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เดินทางกลับมาเยือนซ้ำ พำนักนานขึ้น และมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจฐานรากในระยะยาว

จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้มีเพียงแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม แต่ยังรวมถึงอาหาร วัฒนธรรม วิถีชีวิต และการบริการที่มีเอกลักษณ์

รัฐบาลจึงเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ระบบคมนาคม ความปลอดภัย และมาตรฐานการบริการ ควบคู่กับการจัดเทศกาลและกิจกรรมตลอดทั้งปี เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Destination Thailand ที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาได้ตลอด 365 วัน สร้างการเดินทางซ้ำ กระจายรายได้สู่ทุกภูมิภาค และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวให้เติบโตอย่างยั่งยืน

ยกระดับมาตรฐานสู่แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนระดับโลก

ด้านนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรีว่า กระทรวงมีความพร้อมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานตามเกณฑ์การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนระดับโลก (GSTC) ภายใต้แผน Thailand Green Tourism Plan 2030

เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับ TOP 100 แหล่งท่องเที่ยวยั่งยืนของโลก พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพระดับสากล

ดอยภูคาคว้ารางวัลระดับโลก ต้นแบบท่องเที่ยวยั่งยืน

ความคืบหน้าของการดำเนินงานเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมแล้ว โดยอุทยานแห่งชาติดอยภูคา จังหวัดน่าน ได้รับรางวัล Green Destinations Awards 2026 สะท้อนศักยภาพของแหล่งท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาตามมาตรฐานสากล และสามารถเป็นต้นแบบให้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นทั่วประเทศ