
ททท. ผนึกความร่วมมือ AirAsia Move ปฏิรูปท่องเที่ยวไทย ด้วย Big Data - AI
ททท. ผนึก AirAsia Move ปฏิรูปท่องเที่ยวไทยสู่ยุค 'Platform Economy'ขับเคลื่อนท่องเที่ยว ด้วย Big Data และ AI เชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ประสบการณ์ท้องถิ่นในทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย
KEY
POINTS
- ททท. และ AirAsia MOVE ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เป็นเวลา 3 ปี เพื่อขับเคลื่อนและปฏิรูปอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
- ใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) เกี่ยวกับพฤติกรรมนักเดินทางของ AirAsia MOVE เพื่อวิเคราะห์และส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองรอง
- นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้สร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล (Personalization) เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น 77 จังหวัดทั่วไทย
AirAsia MOVE ผนึกกำลัง ททท. เปิดมิติใหม่การท่องเที่ยวไทย เชื่อมต่อนักเดินทางทั่วโลกสู่ Amazing Thailand อย่างไร้รอยต่อ ความร่วมมือครั้งนี้ผสานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมนักเดินทางและศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวต่างชาติสู่ประสบการณ์ท้องถิ่นในทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย
ททท. MOU AirAsia Move 3 ปี ร่วมปฏิรูปท่องเที่ยวไทย เชื่อมการเดินทางไร้รอยต่อ
วันนี้(วันที่ 23 มิถุนายน 2569)การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ AirAsia MOVE หนึ่งในแพลตฟอร์มตัวแทนจำหน่ายการท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agency: OTA) ชั้นนำของเอเชีย ลงนามความร่วมมือเพื่อเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในการร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับแนวทาง Amazing 5 Economy ของ ททท. โดยเฉพาะมิติ Platform Economy ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการเชื่อมโยงประสบการณ์การเดินทางระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อภายใต้กรอบความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะเวลา 3 ปี ทั้ง 2 องค์กรจะร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย
โดยผสานข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมนักเดินทางและศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลของ AirAsia MOVE เข้ากับแคมเปญ “5 Must Do in Thailand” ของ ททท. ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย โดยมีเป้าหมายในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจโดยตรงให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่นทั่วประเทศ และสนับสนุนการดำเนินงานของ ททท. ในการส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่เมืองหลักและเมืองน่าเที่ยวทั่วประเทศไทย
พร้อมส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวตลอด 365 วัน เพื่อสร้างการกระจายรายได้ทางการท่องเที่ยวและขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือกับ AirAsia MOVE ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Platform Economy ซึ่งเป็นหนึ่งใน 5 เสาหลักของ Amazing 5 Economy ที่ ททท. ใช้เป็นแนวทางในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
ควบคู่ไปกับ Life Economy, Night Economy, Subculture Economy และ Circular Economy ด้วยเครือข่ายนักเดินทางในระดับภูมิภาคและฐานผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านรายต่อเดือน
AirAsia MOVE ถือเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สามารถเชื่อมต่อประสบการณ์การเดินทางระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทางมาสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว รวมถึงการส่งเสริมเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UNESCO Creative Cities) และแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว ซึ่งเป็นทิศทางสำคัญของการท่องเที่ยวไทยในอนาคต
นางสาวนาเดีย โอมาร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AirAsia MOVE กล่าวว่า ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ททท. ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวระดับภูมิภาค และ AirAsia MOVE มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมสนับสนุน Platform Economy ภายใต้กรอบ Amazing 5 Economy ของ ททท. ความต้องการเดินทางมาสัมผัสประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในกลุ่มนักเดินทางอาเซียน ตลอดระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า AirAsia MOVE
พร้อมใช้ศักยภาพของแพลตฟอร์ม ฐานผู้ใช้งานระดับภูมิภาค และข้อมูลเชิงลึกของนักเดินทาง เพื่อเปลี่ยนความต้องการในการเดินทางให้เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่เข้าถึงง่าย คุ้มค่า และไร้รอยต่อ เราไม่ได้เพียงเชื่อมโยงนักเดินทางจากทั่วโลกสู่ประสบการณ์ท้องถิ่น แต่ยังช่วยสร้างอุปสงค์ทางการท่องเที่ยว ส่งต่อโอกาสสู่ผู้ประกอบการไทย และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ททท. และ AirAsia MOVE พร้อมผนึกกำลังใช้เทคโนโลยี ข้อมูลเชิงลึกด้านการเดินทาง และเครือข่ายการท่องเที่ยวในภูมิภาค เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกสู่ประเทศไทย สร้างโอกาสใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน
ททท.เร่งสร้าง Intelligent Hub
นายนรินทร์ ทิจะยัง ผู้อำนวยการฝ่ายดิจิทัลและเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า
หนึ่งในหัวใจสำคัญของความร่วมมือนี้คือการวิวัฒนาการการใช้ข้อมูลทางการท่องเที่ยว ซึ่ง ททท. ต้องการผลักดันให้การวิเคราะห์ข้อมูลของประเทศก้าวข้ามผ่าน 4 ระยะสำคัญ ได้แก่
- Descriptive การอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
- Diagnostic การวิเคราะห์หาสาเหตุของพฤติกรรมนักท่องเที่ยว
- Predictive การคาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
- Prescriptive ขั้นสูงสุดคือการพยากรณ์และเสนอแนวทางป้องกันหรือส่งเสริมได้อย่างแม่นยำ
ททท. กำลังเร่งสร้าง Intelligent Hub เพื่อรวบรวมข้อมูลจาก 4 เสาหลัก ประกอบด้วยข้อมูลสาธารณะ (Public Data), ข้อมูลการจองล่วงหน้า (Forward Booking), ข้อมูลจากสำนักงาน ททท. ทั่วโลก และข้อมูลจากพันธมิตรภาคเอกชนอย่าง AirAsia Move เพื่อสร้างภาพรวมที่ถูกต้องของอุตสาหกรรม
เน้นกลยุทธ์กระจายรายได้สู่ "เมืองน่าเที่ยว"
เป้าหมายหลักของความร่วมมือในกรอบเวลา 3 ปีนี้ คือการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเป็นเครื่องมือ กระจายนักท่องเที่ยวไปสู่เมืองรอง (Secondary Cities) หรือเมืองนอกกระแส เพื่อลดความแออัดในเมืองหลักและส่งเสริมให้คนไทย "อยู่ยาวขึ้น" และ "ใช้จ่ายมากขึ้น" ผ่านการรีวิวและร้านอาหารท้องถิ่น
นอกจากนี้ ยังมุ่งเน้นการสนับสนุน ผู้ประกอบการรายเล็ก (SMEs) กว่า 10,000 รายในระบบของ ททท. ให้สามารถเข้ามามีตัวตนบนแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับภูมิภาค เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความยั่งยืนทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
สร้างความยืดหยุ่นและยั่งยืนให้การท่องเที่ยวไทย
ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวไทยได้พิสูจน์ถึงความแข็งแกร่ง (Resilience) ผ่านวิกฤติต่างๆ เช่น สึนามิ และโควิด-19 โดยปัจจัยสำคัญคือการสื่อสารอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและเอกชน ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็น Blueprint หรือโรดแมปสำคัญที่จะใช้เทคโนโลยีมาเสริมเกราะคุ้มกันให้กับอุตสาหกรรม
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวด้วย AI และ Personalization
นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา Head, Country Representative (Thailand) AirAsia MOVE เผยว่า AirAsia Move ยืนยันความพร้อมในการเป็น "One Stop Service" ที่ไม่ได้มีดีแค่การจองตั๋วเครื่องบิน แต่เป็นเพื่อนคู่คิดที่ครอบคลุมทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว ภายใต้นิยามการเดินทางที่ทุกคนเข้าถึงได้ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
AirAsia Move จะร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้อย่างดี เนื่องจาก AirAsia Move มีจุดแข็งที่สำคัญคือการเป็นคลังข้อมูลพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่สะสมมานานกว่า 25 ปี โดยเฉพาะข้อมูลในภูมิภาค อาเซียน (ASEAN) ซึ่งถือว่าดีที่สุดในบรรดาแพลตฟอร์มท่องเที่ยว
ในขณะนี้ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่การจองตั๋วเครื่องบิน แต่ยังรวมถึงความสนใจและพฤติกรรมการเดินทางที่หลากหลาย ซึ่งจะถูกนำมาใช้วิเคราะห์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับนักท่องเที่ยว
รวมทั้งภายใต้โมเดล Platform Economy AirAsia Move มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยี AI เพื่อทำ Personalization หรือการนำเสนอสิ่งที่ตรงใจนักท่องเที่ยวเป็นรายบุคคล โดย AI จะเข้ามาวิเคราะห์พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวันของนักท่องเที่ยว เช่น ช่วงเช้าหาที่ดื่มกาแฟ ช่วงบ่ายหาสถานที่ท่องเที่ยว และช่วงเย็นหาสถานที่ช้อปปิ้ง เพื่อออกแบบระบบนิเวศการท่องเที่ยว (Ecosystem) ให้ตอบโจทย์ที่สุด







