thansettakij
thansettakij
AirAsia MOVE เปิด 7 เทรนด์ท่องเที่ยวครึ่งแรกปี 2569 อินเดีย-จีนยังแรง

AirAsia MOVE เปิด 7 เทรนด์ท่องเที่ยวครึ่งแรกปี 2569 อินเดีย-จีนยังแรง

23 มิ.ย. 69 | 03:30 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 69 | 04:02 น.

AirAsia MOVE สรุป 7 เทรนด์ท่องเที่ยว ครึ่งแรกปี 2569 สะท้อนพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย

KEY

POINTS

  • AirAsia MOVE สรุป 7 เทรนด์ท่องเที่ยวครึ่งแรกปี 2569 เอเชียยังคงเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเดินทางเข้าสู่ไทย โดยมีมาเลเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซียเป็นตลาดสำคัญ
  • นักท่องเที่ยวกลุ่ม Millennials และ Gen Z กลายเป็นกำลังสำคัญของตลาด โดยนิยมการท่องเที่ยวแบบอิสระ (FIT) และแสวงหาประสบการณ์ท้องถิ่น
  • ตลาดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและกำลังใช้จ่ายสูง ได้แก่ อินเดีย (พักระยะยาว), สหรัฐอเมริกา (ตลาดระยะไกลมูลค่าสูง) และเอเชียตะวันออก (นิยมเที่ยวระยะสั้น)

AirAsia MOVE (MOVE) แพลตฟอร์มด้านการท่องเที่ยวภายใต้ Capital A ที่ให้บริการเที่ยวบินจากสายการบินกว่า 700 สายการบินทั่วโลก และที่พักมากกว่า 1 ล้านแห่ง พร้อมบริการด้านการเดินทางแบบครบวงจร อาทิ บริการรับส่งสนามบิน ประกันการเดินทาง การช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี บัตรเข้าสถานที่ท่องเที่ยว บัตรเข้าชมอีเวนต์และคอนเสิร์ต รวมถึงบริการอื่น ๆ อีกมากมาย ได้สรุป 7 เทรนด์ท่องเที่ยว ครึ่งแรกปี 2569

วันนี้(วันที่ 23 มิถุนายน 2569) ภายในงานแถลงข่าวและพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท) และ AirAsia MOVE ในงาน “TAT x MOVE: Seamless Journey, Amazing Thailand” AirAsia MOVE ได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกด้านการท่องเที่ยวและแนวโน้มสำคัญที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยอ้างอิงจากข้อมูลการจองและพฤติกรรมนักเดินทางบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE ทั่วภูมิภาค

สรุป 7 เทรนด์ท่องเที่ยวครึ่งแรกปี 2569

1. เอเชียยังคงเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทย

  • มาเลเซีย อินเดีย จีน และอินโดนีเซีย ยังคงเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของประเทศไทยบนแพลตฟอร์ม AirAsia MOVE สะท้อนถึงความต้องการเดินทางมายังประเทศไทยที่ยังคงแข็งแกร่งและเติบโตอย่างต่อเนื่องจากทั่วภูมิภาคเอเชีย

2. กลุ่ม Millennials และ Gen Z ยังคงเป็นกำลังสำคัญของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ

  • นักเดินทางอายุ 30–39 ปี ยังคงเป็นหนึ่งในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในหลายตลาดสำคัญ โดยให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเดินทางที่มีความเฉพาะตัวและมีความหมายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงผจญภัย วัฒนธรรม อาหาร และกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง

3. การท่องเที่ยวแบบอิสระ (FIT) กลายเป็นรูปแบบการเดินทางหลัก

  • นักเดินทางแบบ Solo Traveller มีสัดส่วนสูงถึง 59.57% ของการจองทั้งหมด สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการท่องเที่ยวแบบอิสระ (Free & Easy Travel) และการเปลี่ยนผ่านจากการเดินทางแบบกรุ๊ปทัวร์สู่การออกแบบประสบการณ์การเดินทางด้วยตนเอง

4. อินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้าที่สำคัญของประเทศไทย

  • นักท่องเที่ยวชาวอินเดียยังคงเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสำหรับประเทศไทย โดยนักเดินทางแบบครอบครัวและกลุ่มใหญ่คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 43% ของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียที่เดินทางมายังประเทศไทย และจำนวนมากมีระยะเวลาพำนักอยู่ระหว่าง 7–15 วัน นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวชาวอินเดียยังสร้างใช้จ่ายต่อการจองสูงที่สุดบนแพลตฟอร์มอีกด้วย

5. อินโดนีเซียสะท้อนศักยภาพด้านความภักดีต่อแบรนด์และโอกาสการเติบโตของตลาดคุณภาพ

  • แม้นักเดินทางแบบคู่รักจะมีสัดส่วน 24.71% ของการจองจากอินโดนีเซีย แต่ข้อมูลยังสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่งของนักเดินทางอินโดนีเซียกับระบบนิเวศของ AirAsia MOVE โดย 73.4% ของจำนวนที่นั่งที่จำหน่ายมาจากสมาชิก AirAsia Members

AirAsia MOVE สรุป 7 เทรนด์ท่องเที่ยว ครึ่งแรกปี 2569

สะท้อนถึงความภักดีต่อแบรนด์และแนวโน้มการเดินทางซ้ำในระดับสูง ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับจุดหมายปลายทางอย่างกระบี่ เชียงใหม่ และสมุย ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มองหาประสบการณ์ท้องถิ่น ธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และการพักผ่อนที่มีคุณภาพ

6. สหรัฐอเมริกายังคงเป็นตลาดระยะไกลที่มีมูลค่าสูง

  • นักเดินทางอายุ 50 ปีขึ้นไป คิดเป็น 32% ของนักเดินทางจากสหรัฐอเมริกาทั้งหมดบนแพลตฟอร์ม ซึ่งถือเป็นสัดส่วนสูงที่สุดเมื่อเทียบกับทุกตลาด โดยมีอัตราการจองแบบไป-กลับสูงถึง 77% สะท้อนถึงพฤติกรรมการพำนักระยะยาว การใช้จ่ายในระดับสูง และการใช้ประเทศไทยเป็นประตูสู่การเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

7. นักท่องเที่ยวเอเชียตะวันออก ยังคงเป็นกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังใช้จ่ายสูง

  • นักเดินทางจากจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน ยังคงแสดงศักยภาพด้านการใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง โดยมากกว่า 70% นิยมเดินทางมาพำนักในประเทศไทยระหว่าง 1–5 วัน ซึ่งสร้างโอกาสสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียม การท่องเที่ยวระยะสั้น การท่องเที่ยวเชิงเทศกาล และกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ

ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวสะท้อนถึงพฤติกรรมและความต้องการของนักเดินทางที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในการพัฒนาประสบการณ์การเดินทางที่มีความเฉพาะตัว มีคุณค่า และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น