
เปิดเทรนด์ท่องเที่ยว 2026 นักเดินทางใช้ AI วางแผนทริป-เป็นเพื่อนร่วมทาง
มิติเทคโนโลยี AI ปรับเกมท่องเที่ยวโลก ไทยติด Top 5 จุดหมายยอดนิยม นักเดินทางหันจองออนไลน์–ล่าโปรคุ้มค่า Trip.com เผยแนวโน้มใหม่ นักเดินทางใช้ผู้ช่วยอัจฉริยะ TripGenie เพิ่มขึ้นกว่า 200% สะท้อนบทบาท
KEY
POINTS
- เทคโนโลยี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้ช่วยวางแผนการเดินทาง แปลภาษา และช่วยตัดสินใจแบบเรียลไทม์
- การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ การพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูจิตใจ และการพักโฮมสเตย์ จะเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
- การเดินทางตามความสนใจเฉพาะทางจะได้รับความนิยมสูงขึ้น เช่น การท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Food Travel) และการเดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ต (Stagecations)
- การใช้ผู้ช่วย AI อย่าง TripGenie มีอัตราการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 125% สะท้อนถึงการยอมรับเทคโนโลยีในการวางแผนทริปที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ShopBack แพลตฟอร์มช้อปปิ้งและรีวอร์ดโปรแกรมจากสิงคโปร์ จับมือกับ Trip.com Group ผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์ระดับโลก เผยรายงาน “Why Travel?” พร้อมสรุปความสำเร็จของแคมเปญ “TripTastic” ที่สร้างยอดการจองกว่า 300,000 รายการภายในหนึ่งปี ผ่านแพลตฟอร์ม Trip.com โดยมีนักเดินทางชาวไทยเป็นกลุ่มผู้ใช้งานหลัก
รายงานดังกล่าวชี้ว่า ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการเดินทางมากที่สุดในภูมิภาค โดยมี 5 จุดหมายปลายทางยอดนิยมได้แก่ ไทย จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม และเกาหลีใต้ สะท้อนบทบาทของภูมิภาคเอเชียในฐานะตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก ขณะเดียวกันนักเดินทางชาวไทยมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มเปรียบเทียบราคาและรับแคชแบ็คจากการจองที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และกิจกรรมท่องเที่ยว
นายกวิน ประชานุกูล ผู้จัดการทั่วไป ShopBack ประเทศไทย เปิดเผยว่า แคมเปญ “TripTastic” ทำให้ยอดจองผ่าน Trip.com เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และมอบแคชแบ็คให้ผู้ใช้ชาวไทยมากกว่าเดิมถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยหมวดหมู่ยอดนิยมคือ โรงแรม เที่ยวบิน สถานที่ท่องเที่ยว และบริการรับ–ส่งสนามบิน
ด้าน ไดแอน ชุย ผู้จัดการทั่วไป Trip.com Group ประเทศไทย ระบุว่า กรุงเทพฯ ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมสูงสุดในหมู่นักเดินทางทั่วโลก และเป็นเมืองที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อการท่องเที่ยวอย่างกว้างขวาง โดยระบบผู้ช่วยอัจฉริยะ TripGenie มียอดการใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 125% และจำนวนบทสนทนาเพิ่มขึ้นถึง 234% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
เทรนด์การเดินทางปี 2026 จากเทคโนโลยีสู่ธรรมชาติ
ข้อมูลจากรายงาน “Why Travel?” และ Trip.com Group ระบุแนวโน้มสำคัญของพฤติกรรมนักเดินทางในปี 2026 ได้แก่
- AI กลายเป็นเพื่อนร่วมทาง : ผู้ช่วยอัจฉริยะถูกใช้เพื่อแปลภาษา วางแผนการเดินทาง และช่วยตัดสินใจแบบเรียลไทม์
- การท่องเที่ยวเชิงนิเวศและโฮมสเตย์เติบโตต่อเนื่อง : ยอดจองที่พักรูปแบบโฮมสเตย์เพิ่มขึ้น 21% ขณะที่การจองรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดเพิ่มเฉลี่ย 14% ต่อเดือน
- เทรนด์ “Food Travel” และคอนเทนต์อาหารขยายตัว : การค้นหาคำว่า food travel เพิ่มขึ้น 18% และกิจกรรมเชิงอาหารเติบโต 43% โดยไทยติดอันดับจุดหมายยอดนิยม
- การท่องเที่ยวเพื่อเยียวยาและพักฟื้นจิตใจ : ยอดจองไปยังจุดหมายธรรมชาติเช่น ภูฏาน ซาปา และแบมฟ์ เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ขณะที่ออนเซ็นและกิจกรรมผ่อนคลายได้รับความนิยมเพิ่ม 20%
- Stagecations มาแรง : นักเดินทางในเอเชียแปซิฟิกกว่า 63% เดินทางเพื่อชมคอนเสิร์ตหรืออีเวนต์ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยถึง 85% ผสมผสานทริปชมการแสดงกับการพักผ่อน
ตลาดท่องเที่ยวไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง
ข้อมูลจากแพลตฟอร์มระบุว่า “ประเทศไทย” ยังคงเป็น ตลาดหลักทั้งในฐานะต้นทางและปลายทาง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่สนับสนุนการเดินทางแบบดิจิทัล
ในช่วงเทศกาล 11.11 ที่จะถึงนี้ ShopBack และ Trip.com เตรียมมอบแคชแบ็คพิเศษสูงสุดถึง 10% สำหรับการจองโรงแรมผ่านแพลตฟอร์ม เพื่อกระตุ้นการเดินทางช่วงปลายปี ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญของไทยและภูมิภาค





