thansettakij
thansettakij
แอร์เอเชียฟื้นกำลังการบินเต็ม 100% ส.ค.นี้ พร้อมลดค่าโดยสารรับน้ำมันขาลง

แอร์เอเชียฟื้นกำลังการบินเต็ม 100% ส.ค.นี้ พร้อมลดค่าโดยสารรับน้ำมันขาลง

23 มิ.ย. 69 | 02:45 น.
อัปเดตล่าสุด :23 มิ.ย. 69 | 04:19 น.

แอร์เอเชีย กรุ๊ป เดินหน้าฟื้นศักยภาพการบินเต็มสูบแบบภายในเดือนส.ค. 69 รับแรงหนุนราคาน้ำมันอากาศยานเริ่มปรับลดลง พร้อมเร่งปรับฝูงบินและขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่ หวังรักษาความสามารถแข่งขัน

KEY

POINTS

  • แอร์เอเชียตั้งเป้ากลับมาให้บริการเต็มศักยภาพ 100% ภายในเดือนสิงหาคม 69 พร้อมขยายเส้นทางบินใหม่
  • ราคาน้ำมันอากาศยานที่ปรับตัวลดลง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สายการบินสามารถพิจารณาลดค่าโดยสารได้
  • แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้เริ่มปรับลดค่าโดยสารลงแล้ว 5% ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน และจะทบทวนราคาตั๋วทุกสัปดาห์ตามทิศทางราคาน้ำมัน
  • มีการปรับปรุงฝูงบินโดยนำเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ประหยัดเชื้อเพลิงมาใช้ เพื่อช่วยลดต้นทุนในระยะยาว

แอร์เอเชีย กรุ๊ป ประกาศเดินหน้ากลยุทธ์การเติบโตเชิงรุก โดยตั้งเป้ากลับมาให้บริการเที่ยวบินเต็มกำลังการผลิต ภายในเดือนสิงหาคม 2569 หลังสถานการณ์ในภูมิภาคเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ขณะที่ความต้องการเดินทางทางอากาศในตลาดหลักยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้สายการบินเร่งเพิ่มเที่ยวบิน ความถี่การเดินทาง และขยายเครือข่ายเส้นทางบินใหม่อย่างต่อเนื่อง

ในการแถลงทิศทางอุตสาหกรรมการบินที่สำนักงานใหญ่ RedQ เมืองเซปัง ประเทศมาเลเซีย แอร์เอเชียระบุว่า ปัจจุบันได้ทยอยเพิ่มกำลังการบินในทุกเครือข่าย และคาดว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้เต็มศักยภาพภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีการเปิดเส้นทางบินใหม่หลายจุดหมาย อาทิ ปูซาน บาห์เรน ลอนดอน และบาตัม รวมถึงเส้นทางภายในประเทศเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงพิจารณาการเปิดเส้นทางใหม่อย่างระมัดระวัง โดยเน้นตลาดที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจในระยะยาว และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของกลุ่มสายการบิน

น้ำมันขาลงหนุนลดค่าตั๋ว

หนึ่งในปัจจัยบวกสำคัญของธุรกิจการบินในช่วงครึ่งหลังปี 2569 คือการปรับลดลงของราคาน้ำมันอากาศยาน หลังสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลาย ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงของสายการบินลดลง

แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้ปรับลดค่าโดยสารลงแล้ว 5% ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มทบทวนราคาตั๋วโดยสารเป็นรายสัปดาห์ตามทิศทางราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อมูลระบุว่า ราคาน้ำมันอากาศยานสิงคโปร์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 112 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ลดลงอย่างมากจากระดับสูงสุด 242 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 30 มีนาคม แม้ยังสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งซึ่งอยู่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลก็ตาม

โดยก่อนหน้านี้ แอร์เอเชีย เอ็กซ์ ได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงจนต้องลดจำนวนเที่ยวบินลง 10% และเรียกเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเติม ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาสแรกพลิกเป็นขาดทุน ขณะที่บางเส้นทางจำเป็นต้องระงับการให้บริการชั่วคราว เนื่องจากไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจแม้จะมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารเต็มก็ตาม

อย่างไรก็ตาม หลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย บริษัทคาดว่าจะสามารถนำกำลังการบินที่เคยปรับลดกลับมาให้บริการได้ครบถ้วนภายในเดือนสิงหาคม 2569 ยกเว้นบางเส้นทางที่ยังไม่เห็นสัญญาณความต้องการเดินทางเพียงพอที่จะสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม

นายโบ ลิงกัม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอร์เอเชีย กรุ๊ป กล่าวว่า ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาแรงกดดันต่อต้นทุนการดำเนินงาน และเปิดโอกาสให้สายการบินสามารถส่งต่อประโยชน์กลับไปยังผู้โดยสารผ่านค่าโดยสารที่คุ้มค่ามากขึ้น

“เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวลดลง เราก็พร้อมปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ผู้คนสามารถเข้าถึงการเดินทางทางอากาศได้มากขึ้น” นายโบกล่าว

 

เร่งปรับฝูงบินใหม่ ลดต้นทุนเชื้อเพลิง

นอกจากการบริหารต้นทุนเชื้อเพลิงแล้ว แอร์เอเชียยังเดินหน้าปรับโครงสร้างฝูงบินครั้งใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุนในระยะยาว

บริษัทได้ทยอยปลดประจำการเครื่องบินรุ่นเก่าอายุ 16-17 ปี จำนวนราว 12 ลำภายในปีนี้ พร้อมเตรียมนำเครื่องบินแอร์บัส A321LR รุ่นใหม่เข้าประจำการเพิ่มเติม ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงต่อที่นั่งได้สูงสุดประมาณ 20%

นอกจากนี้ กลุ่มสายการบินยังมีแผนรับมอบเครื่องบินแอร์บัส A220 ชุดแรกภายในปลายปี 2570 หลังเพิ่งประกาศคำสั่งซื้อเครื่องบินรุ่นดังกล่าวจำนวน 150 ลำ พร้อมออปชันเพิ่มเติมอีก 150 ลำ เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว โดยเครื่องบินรุ่นใหม่นี้จะถูกนำไปใช้ในตลาดสำคัญอย่างฟิลิปปินส์

ชู AI และวินัยต้นทุนเพิ่มขีดการแข่งขัน

แอร์เอเชียระบุว่า ตลอดช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา บริษัทมุ่งเน้นการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ผ่านการบริหารฝูงบิน การเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายบิน และการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด

ผลจากการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวทำให้สายการบินทั้ง 7 แห่งในเครือสามารถรักษาอัตราความตรงต่อเวลา (OTP) เฉลี่ยได้ถึง 85% นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ครอบคลุมเครือข่ายกว่า 150 จุดหมายปลายทางทั่วโลก

พร้อมกันนี้ ยังเร่งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาสนับสนุนการตัดสินใจทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารจัดการเครือข่ายและยกระดับประสบการณ์ผู้โดยสาร

เรียกร้องทุกฝ่ายร่วมคุมต้นทุนอุตสาหกรรม

นายโบ ลิงกัม ยังกล่าวว่า แม้การเดินทางและการท่องเที่ยวจะยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของหลายประเทศในอาเซียน แต่การรักษาระดับค่าโดยสารให้ประชาชนเข้าถึงได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรม

ทั้งภาครัฐ ผู้ให้บริการสนามบิน หน่วยงานกำกับดูแล และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ควรร่วมกันบริหารต้นทุนและหลีกเลี่ยงการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมสนามบิน ภาษี และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า เพื่อรักษาอุปสงค์การเดินทางและสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาค

ทั้งนี้ แอร์เอเชีย กรุ๊ป ยังอยู่ระหว่างดำเนินการเปลี่ยนชื่อจาก “แอร์เอเชีย เอ็กซ์” เป็น “แอร์เอเชีย กรุ๊ป เบอร์ฮาด” ซึ่งยังต้องรอการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นและหน่วยงานกำกับดูแลของประเทศมาเลเซียต่อไป