
ธุรกิจโรงแรม วิตกสภาพคล่องตึงตัว SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม เริ่มลดพนักงาน
สมาคมโรงแรมไทย เผยธุรกิจกว่า 50% สภาพคล่องตึงตัว SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม เริ่มลดพนักงาน ลดค่าจ้าง หลายแห่งต้องขอเจรจาจ่ายซัพพลายเออร์ช้าลงรักษาเงินสดไว้ วอนแบงก์ผ่อนผันชำระเงินต้น-ลดดอกเบี้ย
KEY
POINTS
- สมาคมโรงแรมไทย เผยโรงแรมกว่า 50% สภาพคล่องตึงตัวจากต้นทุนที่สูงขึ้น รายได้ลดลงจากนักท่องเที่ยวหด
- โรงแรมขนาดกลางและเล็ก (SME) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนน้อยและอัตราการเข้าพักในบางพื้นที่ลดต่ำลง
- เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องฝืดเคือง โรงแรมหลายแห่งเริ่มใช้มาตรการลดต้นทุน เช่น การปรับลดจำนวนพนักงาน ลดวันทำงาน หรือเจรจาลดค่าจ้าง
- เอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งด้านการกระตุ้นการท่องเที่ยว การลดค่าใช้จ่าย และการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
สมาคมโรงแรมไทย ชี้ธุรกิจสภาพคล่องตึงตัว
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศ สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า ผู้ประกอบการมองกว่าธุรกิจมากกว่า 50% มีสภาพคล่องตึงตัวขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่พอจะดำเนินธุรกิจได้ จากต้นทุนรวมที่ปรับสูงขึ้นจากช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ ค่าไฟ
รวมถึงโรงแรมส่วนใหญ่ประเมินว่ารายได้ใน Q3/69 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยในเดือนพ.ค.69 มีอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 56% ลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่คาดการณ์เดือน มิ.ย. 69 อยู่ที่ 50%
เนื่องจากเข้าสู่การท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซัน และภาวะความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกดดันให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง แต่ธุรกิจราว 70% คาดว่า Q4/69 จะเป็นช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้เคียงกับก่อนเกิดความขัดแย้งฯ
SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม
โดยกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SME เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนน้อยและไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบเหมือนโรงแรมขนาดใหญ่ ในบางพื้นที่ เช่น ป่าตอง และตัวเมืองในภาคใต้ อัตราการเข้าพัก (Occupancy) ต่ำลงอย่างน่าตกใจเพียง 20-30% เท่านั้น
ขณะที่พื้นที่การท่องเที่ยวหลักอย่างพัทยาก็เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่แพ้กัน ต่างจากโรงแรมขนาดใหญ่หรือโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดริมชายหาดยังคงมีฐานลูกค้าที่หนาแน่นพอจะประคองตัวไปได้ แต่สำหรับ SME รายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง
โรงแรมเริ่มลดพนักงาน ลดค่าจ้าง
นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ ทำให้สภาพคล่องยิ่งฝืดเคือง ส่งผลให้เริ่มเห็นสัญญาณการปรับลดจำนวนพนักงานหรือลดวันทำงานในบางแห่ง แม้แต่โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีภาระจ่ายเงินเดือนสูงถึงเดือนละ 30 ล้านบาท ก็เริ่มมีการเจรจาขอลดค่าจ้างหรือพักงานพนักงานบ้างแล้ว
ปัญหาการขาดสภาพคล่องไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโรงแรม แต่กำลังกลายเป็นลูกโซ่กระทบไปยังซัพพลายเออร์ จากเดิมที่มีเครดิตเทอมมาตรฐาน 30 วัน ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งต้องขอเจรจาจ่ายช้าลงเพื่อรักษาเงินสดไว้แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากทำเพราะจะเสียเครดิตทางการค้า แต่หากสถาบันการเงินไม่เข้ามาช่วยผ่อนผันหนี้ โรงแรมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเลื่อนการชำระเงินให้กับคู่ค้า
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังคงมองโลกในแง่ดีว่าในช่วงไฮซีซัน (High Season) ปลายปีนี้ สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ หากปัจจัยเกื้อหนุนอย่างการเซ็น MOU กับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางประสบความสำเร็จ, แต่สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญคือ "ราคาตั๋วเครื่องบินที่ยังสูง" แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐฯ แล้วก็ตาม แต่ราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A1) และค่าโดยสารยังไม่ปรับลดลงตามที่ควรจะเป็น
เอกชนร้องรัฐออกมาตรการช่วยเหลือ
1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้
- มีมาตรการกระตุ้นและส่งเสริมไทยเที่ยวไทย
- เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ อาทิ ทำการตลาดเชิงรุกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเอเชีย รวมถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
- ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ เพิ่มการจัดประชุมภาครัฐและ event ต่าง ๆ
2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย
- ควบคุมราคาเชื้อเพลิง
- ลดต้นทุนพลังงาน และค่าธรรมเนียมภาครัฐ
- มาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน
3. มาตรการด้านการเงิน
- มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับปรับปรุงโรงแรม
4.สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืนมาตรการด้านแรงงาน
- อำนวยความสะดวกในการยื่นอบรมพนักงานผ่านแพลตฟอร์มภาครัฐ
- สนับสนุนการอบรม/พัฒนาบุคลากรภาคบริการ
5.มาตรการอื่นๆ
- สื่อสารภาวะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนรับมือได้ทันท่วงที
สถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน ภาครัฐร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บูรณาการ การท่องเที่ยวเพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรอง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ยกระดับศักยภาพของสนามบินภูมิภาคให้เป็น “Airport for Regional Development” 7 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ นครศรีธรรมราช ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน หัวหิน แพร่ และร้อยเอ็ด
ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่าน จากยุคที่เคยพึ่งพาเพียงเมืองท่องเที่ยวหลัก สู่การกระจายความเจริญและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง รวมทั้งการเปิดตัวโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ภายใต้แนวคิด “Unforgettable Experience of Thai Brands” เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วง Green Season
สมาคมโรงแรมไทย หวังว่า มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่าง ๆ จะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มตัวเลขรายได้ในภาพรวมเท่านั้น แต่จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการบริการของภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
เพราะปัจจัยที่สำคัญในขณะนี้ คือค่าเงินบาทที่มีความผันผวนมาพร้อมกับราคาน้ำมันโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนต่างๆ ผู้ประกอบการจะต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค โดยทำความเข้าใจ ปรับกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย







