thansettakij
thansettakij
ธุรกิจโรงแรม วิตกสภาพคล่องตึงตัว SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม เริ่มลดพนักงาน

ธุรกิจโรงแรม วิตกสภาพคล่องตึงตัว SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม เริ่มลดพนักงาน

18 มิ.ย. 69 | 10:09 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 10:59 น.

สมาคมโรงแรมไทย เผยธุรกิจกว่า 50% สภาพคล่องตึงตัว SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม เริ่มลดพนักงาน ลดค่าจ้าง หลายแห่งต้องขอเจรจาจ่ายซัพพลายเออร์ช้าลงรักษาเงินสดไว้ วอนแบงก์ผ่อนผันชำระเงินต้น-ลดดอกเบี้ย

KEY

POINTS

  • สมาคมโรงแรมไทย เผยโรงแรมกว่า 50% สภาพคล่องตึงตัวจากต้นทุนที่สูงขึ้น รายได้ลดลงจากนักท่องเที่ยวหด
  • โรงแรมขนาดกลางและเล็ก (SME) ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนน้อยและอัตราการเข้าพักในบางพื้นที่ลดต่ำลง
  • เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องฝืดเคือง โรงแรมหลายแห่งเริ่มใช้มาตรการลดต้นทุน เช่น การปรับลดจำนวนพนักงาน ลดวันทำงาน หรือเจรจาลดค่าจ้าง
  • เอกชนเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือ ทั้งด้านการกระตุ้นการท่องเที่ยว การลดค่าใช้จ่าย และการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ

สมาคมโรงแรมไทย ชี้ธุรกิจสภาพคล่องตึงตัว

นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย (THA) เปิดเผยว่า สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศ สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการที่พักแรม ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 พบว่า ผู้ประกอบการมองกว่าธุรกิจมากกว่า 50% มีสภาพคล่องตึงตัวขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่พอจะดำเนินธุรกิจได้ จากต้นทุนรวมที่ปรับสูงขึ้นจากช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง วัตถุดิบ ค่าไฟ

รวมถึงโรงแรมส่วนใหญ่ประเมินว่ารายได้ใน Q3/69 มีแนวโน้มลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง โดยในเดือนพ.ค.69 มีอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 56% ลดลงจากเดือนก่อน ขณะที่คาดการณ์เดือน มิ.ย. 69 อยู่ที่ 50%

เนื่องจากเข้าสู่การท่องเที่ยวช่วงโลว์ซีซัน และภาวะความขัดแย้งในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยกดดันให้นักท่องเที่ยวเดินทางลดลง แต่ธุรกิจราว 70% คาดว่า Q4/69 จะเป็นช่วงที่จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาใกล้เคียงกับก่อนเกิดความขัดแย้งฯ

SME กระอัก-แบกหนี้ท่วม 

โดยกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SME เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบสูงสุด เนื่องจากมีเงินทุนหมุนเวียนน้อยและไม่ได้ตั้งอยู่ในทำเลที่ได้เปรียบเหมือนโรงแรมขนาดใหญ่ ในบางพื้นที่ เช่น ป่าตอง และตัวเมืองในภาคใต้ อัตราการเข้าพัก (Occupancy) ต่ำลงอย่างน่าตกใจเพียง 20-30% เท่านั้น

ขณะที่พื้นที่การท่องเที่ยวหลักอย่างพัทยาก็เผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากไม่แพ้กัน ต่างจากโรงแรมขนาดใหญ่หรือโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดริมชายหาดยังคงมีฐานลูกค้าที่หนาแน่นพอจะประคองตัวไปได้ แต่สำหรับ SME รายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญกลายเป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง

โรงแรมเริ่มลดพนักงาน ลดค่าจ้าง

นอกจากนี้ ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับภาระภาษีที่ดินซึ่งเป็นรายจ่ายก้อนใหญ่ ทำให้สภาพคล่องยิ่งฝืดเคือง ส่งผลให้เริ่มเห็นสัญญาณการปรับลดจำนวนพนักงานหรือลดวันทำงานในบางแห่ง แม้แต่โรงแรมขนาดใหญ่ที่มีภาระจ่ายเงินเดือนสูงถึงเดือนละ 30 ล้านบาท ก็เริ่มมีการเจรจาขอลดค่าจ้างหรือพักงานพนักงานบ้างแล้ว

ปัญหาการขาดสภาพคล่องไม่ได้หยุดอยู่แค่ในโรงแรม แต่กำลังกลายเป็นลูกโซ่กระทบไปยังซัพพลายเออร์ จากเดิมที่มีเครดิตเทอมมาตรฐาน 30 วัน ปัจจุบันโรงแรมหลายแห่งต้องขอเจรจาจ่ายช้าลงเพื่อรักษาเงินสดไว้แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากทำเพราะจะเสียเครดิตทางการค้า แต่หากสถาบันการเงินไม่เข้ามาช่วยผ่อนผันหนี้ โรงแรมก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเลื่อนการชำระเงินให้กับคู่ค้า

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนยังคงมองโลกในแง่ดีว่าในช่วงไฮซีซัน (High Season) ปลายปีนี้ สถานการณ์น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ หากปัจจัยเกื้อหนุนอย่างการเซ็น MOU กับกลุ่มประเทศตะวันออกกลางประสบความสำเร็จ, แต่สิ่งที่ยังเป็นอุปสรรคสำคัญคือ "ราคาตั๋วเครื่องบินที่ยังสูง" แม้ราคาน้ำมันดิบโลกจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐฯ แล้วก็ตาม แต่ราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน (Jet A1) และค่าโดยสารยังไม่ปรับลดลงตามที่ควรจะเป็น

เอกชนร้องรัฐออกมาตรการช่วยเหลือ

1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวและรายได้

  • มีมาตรการกระตุ้นและส่งเสริมไทยเที่ยวไทย
  • เพิ่มกิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับสายการบิน และธุรกิจท่องเที่ยวอื่น ๆ อาทิ ทำการตลาดเชิงรุกเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะเอเชีย รวมถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพสูง
  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองรอง อาทิ เพิ่มการจัดประชุมภาครัฐและ event ต่าง ๆ

2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย

  • ควบคุมราคาเชื้อเพลิง
  • ลดต้นทุนพลังงาน และค่าธรรมเนียมภาครัฐ
  • มาตรการลดหย่อนภาษี อาทิ ภาษีนิติบุคคล ภาษีบุคคลธรรมดา และภาษีโรงเรือน

3. มาตรการด้านการเงิน

  • มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง อาทิ มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับปรับปรุงโรงแรม

4.สนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานยั่งยืนมาตรการด้านแรงงาน

  • อำนวยความสะดวกในการยื่นอบรมพนักงานผ่านแพลตฟอร์มภาครัฐ
  • สนับสนุนการอบรม/พัฒนาบุคลากรภาคบริการ

5.มาตรการอื่นๆ

  • สื่อสารภาวะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธุรกิจสามารถวางแผนรับมือได้ทันท่วงที

สถานการณ์การท่องเที่ยวในปัจจุบัน  ภาครัฐร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บูรณาการ การท่องเที่ยวเพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ เชื่อมโยงเมืองหลักและเมืองรอง เพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ  ยกระดับศักยภาพของสนามบินภูมิภาคให้เป็น “Airport for Regional Development” 7 จังหวัดเป้าหมาย ได้แก่ นครศรีธรรมราช ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน หัวหิน แพร่ และร้อยเอ็ด

ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วประเทศ  สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนผ่าน จากยุคที่เคยพึ่งพาเพียงเมืองท่องเที่ยวหลัก สู่การกระจายความเจริญและการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง  รวมทั้งการเปิดตัวโครงการ Amazing Thailand Grand Sale 2026 ภายใต้แนวคิด “Unforgettable Experience of Thai Brands”   เพื่อกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม   ซึ่งเป็นช่วง Green Season 

สมาคมโรงแรมไทย  หวังว่า  มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวต่าง ๆ  จะไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มตัวเลขรายได้ในภาพรวมเท่านั้น แต่จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดการยกระดับมาตรฐานการบริการของภาคการท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน 

เพราะปัจจัยที่สำคัญในขณะนี้  คือค่าเงินบาทที่มีความผันผวนมาพร้อมกับราคาน้ำมันโลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนต่างๆ  ผู้ประกอบการจะต้องรับมือกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค  โดยทำความเข้าใจ ปรับกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย