
วิลเลียม ไฮเน็ค ยัน MINT เปลี่ยนแผนนำ ไมเนอร์ ฟู้ด เข้าเทรดหุ้นสิงคโปร์ แทนฮ่องกง
วิลเลียม ไฮเน็ค ยืนยัน MINT เปลี่ยนแผนนำ ไมเนอร์ ฟู้ด เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แทนฮ่องกง ภายในสิ้นปีนี้ หลังประเมินการทำ IPO สิงคโปร์ น่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่า
KEY
POINTS
- ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) กำลังพิจารณาเปลี่ยนแผนนำธุรกิจร้านอาหาร "ไมเนอร์ ฟู้ด" เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แทนแผนเดิมที่จะเข้าตลาดฮ่องกง
- สาเหตุของการเปลี่ยนแผนเนื่องจากประเมินว่า การทำ IPO ในตลาดสิงคโปร์จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากกว่า
- "ไมเนอร์ ฟู้ด" เป็นธุรกิจในเครือ MINT ที่ดูแลแบรนด์ร้านอาหาร เช่น The Pizza Company, Burger King และ Dairy Queen
- แผนดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและพิจารณา โดยคาดว่าจะเทรดหุ้นได้ในปลายปีนี้
วันที่ 12 มิถุนายน 2569 นาย วิลเลียม เอ็ลล์วู๊ด ไฮเน็ค ประธานกรรมการบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ไมเนอร์ หรือ MINT เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ไมเนอร์ กำลังพิจารณานำบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด "Minor Food" ซึ่งเป็นธุรกิจร้านอาหารในเครือ ภายใต้แบรนด์ อาทิ Burger King, Dairy Queen และ The Pizza Company เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แทนฮ่องกง
หลังประเมินแนวโน้มพบว่า การทำ IPO ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แทนฮ่องกง น่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนในสิงคโปร์มากกว่า และจะดำเนินการเทรดหุ้นได้ในปลายปี 2569 นี้
อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงต้นปีว่า MINT เคยแถลงว่าจะพิจารณานำ บริษัทไมเนอร์ ฟู้ด ธุรกิจร้านอาหาร เข้าทำ IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกง ซึ่งคาดว่า จะสามารถระดมทุนได้ราว 400 ล้านดอลลาร์
ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นายดิลลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT กล่าวว่า บริษัทกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Minor Food เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง การตัดสินใจทำ IPO ที่ฮ่องกง เนื่องจาก
1. มูลค่าบริษัท (Valuation) ซึ่งตลาดฮ่องกงมักจะให้สัดส่วนราคาต่อกำไร ที่สูงกว่าและจูงใจมากกว่า ซึ่งจะช่วยสะท้อนมูลค่าที่เหมาะสมของธุรกิจอาหาร
2. มีฐานนักลงทุน ที่ใหญ่และกว้างขวางกว่าในประเทศไทย ทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนระดับนานาชาติได้มากขึ้น
3.การสร้างความแตกต่าง (Positioning)โดยบริษัทต้องการวางตำแหน่ง ไมเนอร์ ฟู้ด ให้เป็น "Regional Play" หรือ "Southeast Asia Play" เพื่อเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุน (Diversify) จากหุ้นกลุ่มจีนเพียงอย่างเดียว
ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและสำรวจ (Exploration stage) และยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย บริษัทกำลังพิจารณาปัจจัยด้านสภาวะตลาด มูลค่าที่เหมาะสม และสัดส่วนที่จะนำออกมา IPO โดยคาดการณ์ว่าอาจจะมีความชัดเจนหรืออัปเดตข้อมูลได้ในช่วงปลายปีนี้
ทั้งนี้ Minor Food ก่อตั้งขึ้นในปี 1980 ปัจจุบัน มีสาขาราว 2,700 แห่ง ใน 24 ประเทศทั่วโลก







