thansettakij
thansettakij
นายกแอตต้า เผยจีนผวาไทยไม่ปลอดภัย ฉุดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้เหลือ 7 ล้านคน

นายกแอตต้า เผยจีนผวาไทยไม่ปลอดภัย ฉุดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้เหลือ 7 ล้านคน

04 มิ.ย. 69 | 05:04 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มิ.ย. 69 | 05:42 น.

นายกแอตต้า เผยจีนผวาไทยไม่ปลอดภัย หลังเกิดเหตุคนจีนถูกเรียกค่าไถ่-หายตัว ที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดินทางมาไทย รวมถึงสงครามตะวันออกกลาง ฉุดปีนี้นักท่องเที่ยวจีนเหลือ 7 ล้านคน

วันนี้(วันที่ 4 มิถุนายน 2569) การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนก่อนหน้านี้ เหมือนจะมีทิศทางที่ดีขึ้น แต่ล่าสุดก็เกิดกระแสข่าวความไม่ปลอดภัยในสายตานักท่องเที่ยวกลับมาอีกครั้ง จากกรณีคนจีนถูกเรียกค่าไถ่-หายตัว ที่ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดินทางมาไทย 

ประกอบกับสงครามในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ต้นทุนน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้การบริหารจัดการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ ทำได้ยากลำบากและมีต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น จากค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้น ทำให้แนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทย จะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้

แอตต้า เผยจีนผวาไทยไม่ปลอดภัย-สงครามตะวันออกกลาง ฉุดปีนี้นักท่องเที่ยวจีนเหลือ 7 ล้านคน 

 

นายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) มองว่าคนจีนเที่ยวไทยในปี 2569 นี้ จะทำได้ประมาณ 7 ล้านคน หลังจากต้นปีเคยคาดว่าจะอยู่ที่ 9 ล้านคน เป็นเพราะมีปัจจัยลบ  อย่างสงครามตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมัน กระทบต้นทุนการเดินทางสูงขึ้น รวมถึงภาพลักษณ์ความไม่ปลอดภัยของประเทศไทย
     

โจทย์ใหญ่ที่สุดในการทำตลาดจีนขณะนี้คือ ความกังวลด้านความปลอดภัย  ซึ่งมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการตัดสินใจเดินทาง โดยเฉพาะเรื่อง การเรียกค่าไถ่นักท่องเที่ยวจีน หรือการหายตัวไปทั้งที่เพิ่งเข้ามาเที่ยวไทยได้ไม่นาน ซึ่งกรณีแบบนี้มีเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหาคอลเซ็นเตอร์ 

ธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)

เรื่องราวเหล่านี้ถูกแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่าง TikTok ในจีน และสิ่งที่บั่นทอนความเชื่อมั่นอย่างมากคือกระแสข่าวว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐหรือตำรวจไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มอาชญากรรม ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสียหายหนัก

ทำให้สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ขณะที่นโยบายของประเทศจีนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 แต่การตอบสนองของรัฐบาลไทยกลับถูกมองว่า ยังทำไม่เต็มที่เท่าที่ควร

จี้รัฐบาลมีมาตรการจัดการปัญหาความไม่ปลอดภัยในไทยที่ชัดเจน

อีกทั้งขาดการสื่อสารในระดับชาติที่สร้างความเชื่อมั่นให้เห็นว่าประเทศไทยมีความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม หรือตอบโต้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหล่านั้น
    

แอตต้า จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการจัดการปัญหาเรื่องความปลอดภัยในประเทศไทยที่ชัดเจนกว่าปัจจุบัน เพราะความกังวลที่มากสุดของผู้ประกอบการคือ สถานการณ์ภาพลักษณ์ของไทย ในสายตานักท่องเที่ยวชาวจีน คนไทยด้วย

โดยควรต้องวางแผนทำงานว่า เริ่มแรกจะทำอย่างไร ขั้นตอนต่อไป 2 หรือ 3 จะทำอะไรอีก มีการวัดผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจมากกลับมา เพราะผลจากกระแสเชิงลบทำให้เอเยนต์ทัวร์ในจีนมองว่า ตลาดไทยเริ่มแย่ และไม่อยากเสียเวลาอธิบายเรื่องความปลอดภัยกับลูกค้าแล้ว จึงลดการลงทุนและชะลอการทำตลาดลง

แอตต้า โรดโชว์จีน กระตุ้นตลาดพื้นที่ใหม่ 

อย่างไรก็ตามจากปัญหาที่เกิดขึ้นในส่วนของผู้ประกอบการในตอนนี้ต้องพยายามขยับตัวกันเอง โดยได้เริ่มแผนเชิงรุกด้วยการจัดโรดโชว์ในมณฑลซินเจียง เมืองอุรุมชี และหลานโจว ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่  ที่ยังมีศักยภาพสูงและไม่ได้ติดตามข่าวเชิงลบในไทยใกล้ชิดเท่ากับเมืองใหญ่ทางตอนใต้ โดยคาดหวังต่อตลาดนี้มาก เนื่องจากซินเจียงและกานซู่ เป็นมณฑลขนาดใหญ่ และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในเส้นทางสายไหม

แอตต้าโรดโชว์จีน

ทั้งยังมีการเจรจาผลักดันให้เกิดเที่ยวบินเช่าเหมาลำ จากอุรุมชีมายังประเทศไทยในช่วงเดือนส.ค.นี้ เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่กระหายการเดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งซินเจียงถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ดูไบ หรือยุโรปได้ด้วย

อีกทั้งแอตต้ายังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับนโยบายความปลอดภัยเป็นอันดับแรก รวมถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานภาครัฐในด้านการท่องเที่ยวต้องทบทวนโครงสร้างการส่งเสริมการท่องเที่ยว ที่ควรส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบ 2 ทาง หรือ Two-way

ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงแค่การดึงคนจีนเข้ามาเที่ยวไทย(อินบาวด์) และการส่งเสริมคนไทยไปต่างประเทศ (เอาต์บาวด์) ควบคู่กันไป เพื่อให้เกิดความสมดุลของธุรกิจการบิน และการแลกเปลี่ยนนักท่องเที่ยว 

นายกแอตต้า เผยจีนผวาไทยไม่ปลอดภัย ฉุดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้เหลือ 7 ล้านคน นายกแอตต้า เผยจีนผวาไทยไม่ปลอดภัย ฉุดนักท่องเที่ยวจีนปีนี้เหลือ 7 ล้านคน

รวมถึงให้ความสำคัญในการทำตลาดโดยเฉพาะระดับผู้นำประเทศ เพราะอย่าง มาเลเซีย ที่เป็นคู่แข่งสำคัญด้านท่องเที่ยวไทย ปี 2568 รัฐมนตรีท่องเที่ยวของมาเลเซียลงพื้นที่ทำตลาดในจีนอย่างเข้มข้นถึง 2 ครั้ง และมีการเปิดเที่ยวบินตรงกัวลาลัมเปอร์-อุรุมชี เพื่อชิงส่วนแบ่งการตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มมุสลิม ทำให้ไทยต้องเร่งเครื่องแล้วเช่นกัน