
เซ็นทารา รุกญี่ปุ่น จ่อขยายพอร์ตโรงแรมเพิ่ม หลังเปิด เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า
เซ็นทารา เปิดโรงแรมแห่งที่ 2 ในญี่ปุ่น เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า ชู Local Osaka ปั้นจุดต่างรุกตลาดญี่ปุ่น ขยายฐานลูกค้าเอเชีย-ยุโรป ทั้งเล็งขยายโรงแรมในญี่ปุ่นเพิ่มในอีกหลายเมือง
KEY
POINTS
- เซ็นทาราขยายธุรกิจในญี่ปุ่น เปิดโรงแรมแห่งที่ 2 "เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า" ต่อจากความสำเร็จของโรงแรมแห่งแรก
- โรงแรมใหม่ชูคอนเซ็ปต์ “Local Osaka” ผสานบริการแบบไทยและญี่ปุ่น เพื่อเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวหลักจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย
- มีแผนศึกษาการลงทุนเพื่อขยายโรงแรมเพิ่มเติมในอนาคต โดยเล็งเมืองสำคัญอย่างฮอกไกโด เกียวโต และโตเกียว
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 กลุ่มโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทาราเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศญี่ปุ่นต่อเนื่อง หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดให้บริการโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า ล่าสุดเปิดตัวโรงแรมแห่งที่ 2 ในประเทศญี่ปุ่น “เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า” โรงแรมไลฟ์สไตล์ใจกลางเมืองโอซาก้า ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของภูมิภาคเอเชีย โดยเปิดให้บริการตั้งแต่เมษายน 2569 เพื่อรองรับนักเดินทางจากทั่วโลก
โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ โอซากา เป็นความร่วมมือระหว่างบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL กับบริษัท ไทเซอิ คอร์ปอเรชั่น พันธมิตรทางธุรกิจรายสำคัญของญี่ปุ่น โดยโรงแรมแห่งนี้มีมูลค่าโครงการรวมกว่า 12,700 ล้านเยน แบ่งเป็นเงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 5,300 ล้านเยน ซึ่ง CENTEL และบริษัท ไทเซอิ คอร์ปอเรชั่น ร่วมลงทุนในสัดส่วน 50:50 และเป็นเงินทุนสินเชื่อโครงการประมาณ 7,400 ล้านเยน
นางสาวสุภาพร นวลจริง ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ละไม รีสอร์ท สมุย กล่าวว่า กล่าวว่า “เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า” หลังเปิดให้บริการได้ประมาณ 1 เดือน ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ประมาณ 30% โดยตลาดหลักยังเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย ขณะเดียวกันเริ่มเห็นลูกค้าจากยุโรปและสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น ภายใต้การวางจุดต่างด้วยคอนเซ็ปต์ “Local Osaka” เพื่อแข่งขันในตลาดโรงแรมญี่ปุ่น
ลูกค้าหลักของ “เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า”
คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไทย เนื่องจากเป็นตลาดที่เดินทางสะดวกและสอดคล้องกับลักษณะของโรงแรมที่เป็นทั้งไลฟ์สไตล์โฮเทลและบิสซิเนสโฮเทล โดยในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ โรงแรมจะมีลูกค้าญี่ปุ่นเข้าพักจำนวนมาก ทั้งจากการท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง และเดินทางมาชมคอนเสิร์ตในโอซาก้า ขณะที่วันจันทร์-ศุกร์ โรงแรมจะพึ่งพาตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะไทย เกาหลี และตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ รวมถึงเริ่มมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากอินโดนีเซียเพิ่มเติม
นอกจากนี้ โรงแรมยังให้ความสำคัญกับตลาดยุโรปและสหรัฐอเมริกา แม้ปัจจุบันลูกค้ากลุ่มดังกล่าวยังอยู่ในลำดับรอง แต่เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก เข้ามาใช้บริการแล้ว โดยยังเร็วเกินไปที่จะประเมินสัดส่วนตลาดระยะยาว เนื่องจากโรงแรมเพิ่งเปิดให้บริการได้เพียงประมาณ 1 เดือนเท่านั้น
สำหรับกลุ่มลูกค้าหลักในปัจจุบัน แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มครอบครัว ซึ่งตอบรับห้องพักแบบแฟมิลี่ค่อนข้างดี กลุ่มนักเดินทางเดี่ยว หรือ Solo Traveler โดยเฉพาะช่วงที่มีคอนเสิร์ตหรือกิจกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่ใกล้โรงแรม และกลุ่มคู่รัก ซึ่งส่วนใหญ่มาจากตลาดเกาหลีและนักท่องเที่ยวชาวยุโรป
ชู “Local Osaka” ขายประสบการณ์ท้องถิ่น
จุดต่างสำคัญของ “เซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า” คือ การนำเสนอประสบการณ์ “Local Osaka” ควบคู่ไปกับการเป็นโรงแรมในย่านนัมบะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางแหล่งช้อปปิ้งและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโอซาก้า โดยโรงแรมสามารถเดินไปยังสถานีนัมบะได้ภายในประมาณ 5-7 นาที
อย่างไรก็ตาม โรงแรมไม่ได้ต้องการสื่อสารเฉพาะเรื่องทำเลใจกลางเมืองเท่านั้น แต่ยังต้องการนำเสนอความเป็นท้องถิ่นของโอซาก้าควบคู่ไปด้วย โดยบริเวณรอบโรงแรมมีทั้งศาลเจ้า ตลาดท้องถิ่น ตลาดปลาโอซาก้าคิซุ (Osaka Kizu Wholesale Market) ซึ่งอยู่ห่างจากโรงแรมเพียงประมาณ 50 เมตร
ทำให้ผู้เข้าพักสามารถสัมผัสทั้งบรรยากาศการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตท้องถิ่นของญี่ปุ่นได้ในเวลาเดียวกัน ทั้งโรงแรมยังตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของโอซาก้า ทั้งย่านโดทงโบริ ถนนช้อปปิ้งชินไซบาชิ และปราสาทโอซาก้า รวมถึงรายล้อมด้วยร้านอาหารและร้านค้าท้องถิ่นจำนวนมาก
สำหรับ “เซ็นทารา ไลฟ์” เป็นแบรนด์โรงแรมระดับกึ่งไลฟ์สไตล์ที่ยังคงจุดเด่นด้านความสะดวกสบายและบริการพื้นฐานของโรงแรมเต็มรูปแบบของเครือเซ็นทารา โดยอยู่ในระดับกึ่งกลางระหว่างโรงแรมไลฟ์สไตล์และโรงแรมที่เน้นความสะดวกสบาย
ทั้งนี้ ความแตกต่างจากโรงแรมไลฟ์สไตล์ทั่วไป คือ โรงแรมยังคงมีบริการอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ มีพนักงานให้บริการเช็กอิน และในช่วงไฮซีซัน โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ หลายแห่งยังมีพนักงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมเพิ่มเติม ขณะที่หากเปรียบเทียบกับแบรนด์ “โคซี่” ของเซ็นทารา ซึ่งไม่มีบริการอาหารเช้า เซ็นทารา ไลฟ์ ยังคงมีบริการดังกล่าวครบถ้วน ขณะที่เมื่อเปรียบเทียบกับแบรนด์ระดับสูงกว่า เช่น เซ็นทารา แกรนด์ หรือ เซ็นทารา รีเซิร์ฟ ความแตกต่างจะอยู่ที่ระดับสิ่งอำนวยความสะดวก บริการ และราคาห้องพัก
ผสานบริการแบบไทยเข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่น
นางสาวสุภาพร กล่าวเพิ่มเติมว่า คอนเซ็ปต์หลักของเซ็นทารา ไลฟ์ คือ การสร้างบรรยากาศการเข้าพักที่สดใส โปร่งโล่ง และเป็นกันเอง โดยลูกค้าเมื่อเข้ามาในโรงแรมจะสัมผัสได้ถึงการใช้สีสันที่โดดเด่นของพื้นที่ล็อบบี้และพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งแตกต่างจากโรงแรมส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นที่มักเน้นโทนเรียบง่าย ขณะที่รูปแบบบริการของโรงแรมจะเน้นให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบาย และไม่เป็นทางการจนเกินไป
แม้โรงแรมจะยังคงเอกลักษณ์การบริการแบบไทย แต่ก็มีการปรับรูปแบบบริการบางส่วนให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคญี่ปุ่น ซึ่งนิยมบริการแบบเซลฟ์เซอร์วิสมากกว่าในประเทศไทย เช่น การใช้ตู้บริการอาหารช่วงกลางคืน หรือห้องซักผ้าแบบบริการตนเอง แทนบริการรับซักผ้าโดยพนักงานที่พบในโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ หลายแห่งในประเทศไทย
นอกจากนี้ โรงแรมยังพยายามสร้างอัตลักษณ์ความเป็นไทยผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในโรงแรม ทั้งมุมชาและขนมที่สลับนำเสนอระหว่างชาไทย ชาญี่ปุ่น ขนมไทย และขนมท้องถิ่นญี่ปุ่นในแต่ละเดือน รวมถึงการเลือกเพลย์ลิสต์เพลงที่ให้บรรยากาศร่วมสมัย แต่ยังสะท้อนความเป็นโรงแรมไทย
ด้านผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักยังนำเข้าจากประเทศไทยทั้งหมด เพื่อสร้างประสบการณ์เดียวกับการเข้าพักในโรงแรมเซ็นทาราในประเทศไทย แม้จะอยู่ในประเทศญี่ปุ่นก็ตาม
ในด้านผลิตภัณฑ์ โรงแรมมีห้องพักทั้งหมด 300 ห้อง ออกแบบในสไตล์เรียบง่ายร่วมสมัย ผสมผสานความสะดวกสบาย ความอบอุ่น และศิลปะที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองโอซาก้า โดยเน้นการตกแต่งด้วยโทนสีสดใสตามแนวคิดของแบรนด์เซ็นทารา ไลฟ์ พร้อมห้องพักหลายรูปแบบ ตั้งแต่ห้องสแตนดาร์ด ห้องซูพีเรีย ห้องดีลักซ์ ไปจนถึงห้องแฟมิลี่สำหรับครอบครัว ซึ่งมีเตียง 2 ชั้นสำหรับเด็ก
ทุกห้องพักเป็นห้องปลอดบุหรี่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งโต๊ะทำงาน โทรทัศน์จอแบน และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฟรี โดยราคาห้องพักเริ่มต้นของห้องสแตนดาร์ดอยู่ที่ประมาณ 9,000-10,000 เยนต่อคืน ส่วนห้องซูพีเรียร์และห้องดีลักซ์จะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,500 เยนต่อระดับ ขณะที่ห้องแฟมิลี่เริ่มต้นที่ประมาณ 25,000 เยน ซึ่งเป็นราคาห้องพักแบบไม่รวมอาหารเช้า
ด้านอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมมีห้องอาหารให้บริการ 2 แห่ง ได้แก่ ห้องอาหาร Dining ซึ่งเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ให้บริการอาหารเช้าทั้งเมนูนานาชาติและอาหารท้องถิ่นญี่ปุ่น และ “SORA” รูฟท็อปบาร์และเลาจน์บนชั้นดาดฟ้า สำหรับชมวิวเมืองโอซาก้ายามค่ำคืน พร้อมเครื่องดื่มและอาหารว่าง
นางสาวสุภาพร กล่าวว่า ในช่วงโลว์ซีซัน โรงแรมเตรียมใช้กลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นตลาดเพิ่มเติม หนึ่งในแนวคิดสำคัญ คือ “24-Hour Stay” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเช็กอินเวลาใด ก็เช็กเอาต์ในเวลาเดียวกันของวันถัดไป ผ่านการจองบนเว็บไซต์ของเซ็นทาราโดยตรง เพื่อสร้างความแตกต่างจากโรงแรมทั่วไปที่กำหนดเวลาเช็กอินและเช็กเอาต์แบบตายตัว
ขณะเดียวกัน โรงแรมยังมีโปรโมชั่นเปิดตัวในระดับ 25-30% รวมถึงเริ่มเจาะตลาดกรุ๊ปจากไทย เกาหลี และไต้หวันเพิ่มเติม หลังจากกลุ่มตัวแทนท่องเที่ยวเริ่มเข้ามาสำรวจโรงแรมและเตรียมส่งลูกค้าเข้าพักแล้ว
เล็งขยายลงทุนเพิ่มในญี่ปุ่น
การเปิดตัวของเซ็นทารา ไลฟ์ นัมบะ โอซาก้า ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ โอซาก้า เนื่องจากทั้งสองโรงแรมมีการวางตำแหน่งตลาดต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก สิทธิประโยชน์ และระดับราคา โดยกลุ่มลูกค้าของเซ็นทารา แกรนด์ ยังมีความแข็งแกร่งในตลาดญี่ปุ่น ขณะที่เซ็นทารา ไลฟ์ กลับได้รับประโยชน์จากการที่ลูกค้ารู้จักแบรนด์เซ็นทาราอยู่แล้ว และต้องการทดลองเข้าพักในโรงแรมใหม่ที่มีราคาจับต้องได้มากกว่า และอยู่ในทำเลใกล้เคียงกัน
แม้ปัจจุบันยังไม่มีโปรโมชั่นห้องพักร่วมระหว่างเซ็นทารา ไลฟ์ และเซ็นทารา แกรนด์ แม้จะอยู่ห่างกันเพียง 450 เมตร แต่ทั้งสองโรงแรมมีการทำกิจกรรมร่วมกันในส่วนของสปาและห้องอาหาร เพื่อเชื่อมโยงฐานลูกค้าระหว่างกันเพิ่มเติม ขณะที่ในระยะต่อไป กลุ่มเซ็นทารายังมีแผนศึกษาการลงทุนเพิ่มเติมในเมืองสำคัญของญี่ปุ่น ทั้งฮอกไกโด เกียวโต และโตเกียว ขึ้นอยู่กับการเจรจาและการปิดดีลในอนาคต







