thansettakij
thansettakij
'เซ็นทารา' ไม่แข่งตัดราคา ชู Thai Hospitality สร้างจุดต่างตลาดโรงแรม

'เซ็นทารา' ไม่แข่งตัดราคา ชู Thai Hospitality สร้างจุดต่างตลาดโรงแรม

12 พ.ค. 69 | 12:10 น.
อัปเดตล่าสุด :12 พ.ค. 69 | 12:15 น.

'เซ็นทารา' ปรับกลยุทธ์สู้แข่งขันธุรกิจโรงแรม หันชู “ประสบการณ์เข้าพัก” แทนสงครามราคา ผ่าน 6 Signature Touchpoints เจาะเทรนด์ Emotional Value

KEY

POINTS

  • เซ็นทาราประกาศไม่ใช้นโยบายตัดราคาเพื่อแข่งขันในระยะยาว แต่จะเน้นสร้างมูลค่าเพิ่มและประสบการณ์ที่ดีให้แก่ลูกค้า
  • ชูจุดเด่น "Thai Hospitality" และการมอบประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ท้องถิ่นเพื่อสร้างความแตกต่าง
  • มุ่งตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์ (Emotional Value) และความรู้สึกระหว่างการเข้าพัก
  • เปิดตัว 6 กลยุทธ์ "Signature Touchpoints" เช่น การต้อนรับแบบไทย (Welcome Ritual) และการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น (Local Heroes) เพื่อสร้างความประทับใจ

นาย ไมเคิล เฮนสเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ Centara Hotels & Resorts เปิดเผยว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในปีนี้ยังมีแนวโน้มเติบโต แม้ระหว่างทางจะเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก แต่เซ็นทาราเชื่อมั่นว่าตลาดท่องเที่ยวไทยยังมีความแข็งแกร่ง และจะกลับมาสร้างผลประกอบการที่โดดเด่นได้ในช่วงปลายปี

Q2 สะดุดชั่วคราว แต่ Q4 ยังเป็นช่วงพีกของปี

นาย ไมเคิล กล่าวว่า แนวโน้มผลประกอบการของปีนี้มีการฟื้นตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี โดยไตรมาส 1 เริ่มต้นได้ดี ขณะที่ไตรมาส 2 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โลก ส่งผลให้เกิดการยกเลิกเที่ยวบินบางส่วน รวมถึงตลาด MICE หรือกลุ่มประชุมสัมมนาที่ชะลอตัวลง

นาย ไมเคิล เฮนสเลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ Centara Hotels & Resorts

อย่างไรก็ตามในไตรมาส 3 เริ่มเห็นสัญญาณเชิงบวกกลับมาอีกครั้ง จากยอดจองที่ทยอยเพิ่มขึ้น ก่อนเข้าสู่ไตรมาส 4 ซึ่งมองว่าจะเป็นช่วงที่ผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุดของปี 

จีน-อินเดีย ช่วยพยุงตลาดท่องเที่ยว

แม้ตลาดนักท่องเที่ยวดั้งเดิมบางส่วนจะชะลอตัว แต่เซ็นทาราสามารถดึงตลาดใหม่เข้ามาทดแทนได้ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนและอินเดีย ที่เข้ามาช่วยพยุงยอดจองและอัตราการเข้าพักในช่วงที่ตลาดโลกผันผวน

เซ็นทารา มองว่าการกระจายฐานลูกค้าไปยังตลาดใหม่ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ระหว่างประเทศ

ไม่เล่นสงครามราคา เน้นเพิ่ม “ประสบการณ์”

ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจโรงแรมเซ็นทารายืนยันว่าจะไม่ใช้กลยุทธ์ลดราคาเป็นเครื่องมือหลักในการแข่งขันระยะยาว แม้อาจมีโปรโมชั่นในบางช่วงเพื่อกระตุ้นตลาดระยะสั้น เช่น กรณีมีการยกเลิกเที่ยวบิน แต่จะไม่ใช่แนวทางหลักของบริษัท

นาย ไมเคิล ระบุว่า เซ็นทาราเลือก “คงราคาห้องพัก” เอาไว้ และหันไปสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการยกระดับประสบการณ์เข้าพักแทน โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ความมั่นคง และคุณภาพการบริการ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวยุคใหม่ “เรามองว่าความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดี มีความสำคัญมากกว่าการแข่งขันด้านราคา” 

“เซ็นทารา” เครื่องยนต์หลักดันการเติบโต

ปัจจุบันแบรนด์เซ็นทาราถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโตของกลุ่มโรงแรมในเครือ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีโรงแรมเปิดให้บริการแล้ว 55 แห่ง และมีแผนขยายเพิ่มเติมอีก 35 แห่งในอนาคต

สำหรับแบรนด์เซ็นทารา ซึ่งอยู่ในเซกเมนต์โรงแรมระดับ 4 ดาว จะเน้นจุดขายด้าน “ความเข้าถึงง่าย” ครอบคลุมทั้งกลุ่มครอบครัวและนักธุรกิจ ปัจจุบันเทรนด์การท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนจากตะวันตกมาสู่ตะวันออก ขณะที่ “Thai Hospitality” หรือวัฒนธรรมการบริการแบบไทยกำลังเป็นสิ่งที่ทั่วโลกต้องการ

“เราไม่ได้ต้องการสร้างประสบการณ์แบบ Home away from home ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน แต่ต้องการให้พวกเขาได้สัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่นที่แท้จริง เพื่อสร้างเหตุผลในการออกมาเดินทาง” 

เจาะอินไซต์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ เน้น Emotional Value

ด้าน นางสาวพินิดา เพชรธนะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา เปิดเผยว่า จากการทำวิจัยและ Social Listening พบว่า นักท่องเที่ยวยุคใหม่ไม่ได้เลือกโรงแรมจากเพียงความหรูหราหรือสิ่งอำนวยความสะดวกอีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึก” และ “โมเมนต์เล็กๆ” ที่เกิดขึ้นระหว่างการเข้าพักมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้เซ็นทาราจึงนำแนวคิด “Delightful Pleasures” มาเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ เพื่อสร้างรอยยิ้ม ความประทับใจ และการบอกต่อจากลูกค้า

นางสาวพินิดา เพชรธนะกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา

เปิด 6 Touchpoints ยกระดับประสบการณ์เข้าพัก

ขณะที่ นายเดวิด มาร์เทนส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ Centara Hotels & Resorts กล่าวว่า บริษัทเดินหน้าปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความร่วมสมัย เรียบง่าย และเข้าถึงง่ายมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ ความรู้สึก และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณค่าระหว่างการเดินทาง มากกว่าสิ่งอำนวยความสะดวกหรือความหรูหราเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญ คือการพัฒนา “Signature Touchpoints” เพื่อสร้างโมเมนต์แห่งความประทับใจตลอดการเข้าพัก ตั้งแต่ขั้นตอนต้อนรับ การพักผ่อน ไปจนถึงการเชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น โดยปัจจุบันบริษัทได้ทยอยนำแนวคิดดังกล่าวไปใช้ในโรงแรมเซ็นทาราทั่วโลก

 นายเดวิด มาร์เทนส์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ โรงแรมและรีสอร์ทในเครือ Centara Hotels & Resorts

ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดตัว 6 ประสบการณ์สำคัญที่จะนำไปปรับใช้ในโรงแรมทุกแห่ง ประกอบด้วย “Welcome Ritual” การต้อนรับผ่านพิธีกรรมปิดทองช้างเพื่อความเป็นสิริมงคล “Art of Sleep” การยกระดับคุณภาพการนอนด้วยสเปรย์ลาเวนเดอร์ ชาคาโมมายล์ และนิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก “Memory Maker”

การออกแบบจุดถ่ายภาพเอกลักษณ์ประจำโรงแรม “Treat and Treasure” การสร้างเซอร์ไพรส์พิเศษผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มของโรงแรม “Centara Juniors” กิจกรรมสำหรับเด็กและครอบครัว และ “Local Heroes” การนำผลิตภัณฑ์ ศิลปิน หรือภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เข้าพัก

สำหรับ “Local Heroes” ถือเป็นหนึ่งในจุดขายสำคัญของแบรนด์ ที่มุ่งสร้างรายได้สู่ชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ผ่านการเชื่อมโยงวัฒนธรรม อาหาร และงานฝีมือเข้ากับประสบการณ์ท่องเที่ยว โดยที่เซ็นทารา อยุธยา มีการนำโรตีสายไหมชื่อดังของท้องถิ่นมาให้บริการภายในบุฟเฟต์โรงแรม ขณะที่บางพื้นที่มีการร่วมมือกับศิลปินท้องถิ่นหรือองค์กรเพื่อสังคม จัดกิจกรรมสร้างอาชีพและถ่ายทอดภูมิปัญญาพื้นบ้านให้กับชุมชน

นาย เดวิด กล่าวว่า ทิศทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจโรงแรมจากการแข่งขันด้านราคา ไปสู่การแข่งขันผ่านประสบการณ์ และ คุณค่าทางอารมณ์ ซึ่งกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกที่พักของนักท่องเที่ยวยุคใหม่