
หลานสุริยะ ลั่นไม่เกี่ยวเด้งอธิบดีฝนหลวง เปิดไทม์ไลน์การติดต่อ ยันไม่มีศูนย์ซ่อม
'วุฒิภูมิ จุฬางกูร' หลานสุริยะ ยันไม่เกี่ยวข้องความขัดแย้งทางการเมือง ปมเด้งอธิบดีกรมฝนหลวง ด้านวงในนกแอร์ เปิดไทม์ไลน์ติดต่อเข้าพบอธิบดี ก่อน"สุริยะ" นั่งรมว.เกษตร จนถึงหลังเลือกตั้ง ก็ยังไม่เคยได้เสนอโครงการใดๆ ทั้งๆที่อยากหารือโปรเจกต์ "แอร์แท็กซี่" ปลุกสนามบินร้าง แต่ถูกโยงเรื่องซ่อมเครื่องบิน ทั้งๆที่ไม่มีธุรกิจศูนย์ซ่อม
จากกรณีที่นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวง ยื่นหนังสือลาออก หลังถูกนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เด้งเข้ากรุ ให้ไปนั่งเป็นผู้ตรวจฯ ก่อนเกษียณราชการ 5 เดือน
โดยที่อธิบดีฝนหลวง อ้างถึงกรณีที่มีบุคคลเข้ามาติดต่อขอโควตางานหลายครั้ง อ้างว่าอาจเกี่ยวข้องกับบุคคลระดับสูง และเรียกให้ไปคุยงบฯ ปี 70 จนมีกระแสข่าวว่าเป็นหลาน รมว.สุริยะ
ล่าสุด ดร.วุฒิภูมิ จุฬางกูร ผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ และอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด หลานชายรมว.สุริยะ เปิดใจ ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข้อความพาดพิงถึงผมในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ผมขอเรียนว่า ผมไม่มีความประสงค์ที่จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในขณะนี้ ซึ่งผมเชื่อว่าจนถึงขณะนี้ ข้อเท็จจริงที่ปรากฏได้พิสูจน์ให้ทุกท่านเห็นแล้วว่าข้อกล่าวหาต่างๆ นั้นไม่ตรงกับความเป็นจริง
ผมขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ผมทุ่มเทเพื่อพัฒนาคุณภาพด้านการศึกษาและการพัฒนาประเทศเป็นที่ตั้งสูงสุด ดังที่บุคคลใกล้ชิดและผู้ที่เคยร่วมงานกับผมทราบถึงความตั้งใจนี้ดี
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการพาดพิงหรือกล่าวหาในลักษณะนี้จะสิ้นสุดลง เพื่อให้ทุกฝ่ายได้กลับไปมุ่งเน้นกับการทำงานที่สร้างสรรค์ต่อไป
ยันติดต่อตั้งแต่เดือน 7 ปี 2568 หวังหารือใช้ประโยชน์ "สนามบินร้าง"
ด้านแหล่งข่าวผู้ใกล้ชิด นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร เปิดเผยว่า การติดต่อที่จะเข้าพบอธิบดีกรมฝนหลวงนั้นเกิดขึ้นจริง แต่เป็นการดำเนินการผ่านทีมงานระดับผู้ปฏิบัติงานของนกแอร์ ไม่ใช่ตัวซีอีโอ เป็นคนติดต่อไป ซึ่งเป็นการติดต่อขอเข้าพบตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2568
เนื่องจากนายวุฒิภูมิ มีแนวคิดที่จะทำ "แอร์แท็กซี่" (Air Taxi) ในนามส่วนตัว หรือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่แยกออกจากบริษัทนกแอร์ เพื่อไม่ให้กระทบต่อแผนฟื้นฟูกิจการของนกแอร์ ซึ่งอยู่ในกระบวนการฟื้นฟูกิจการ
จึงอยากขอประสานเข้าไปขอใช้บริการสนามบินปัจจุบันไม่ได้ใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือเป็นสนามบินร้าง ที่มีบางสนามบินที่กรมฝนหลวงดูแลอยู่ เพื่อจะขอใช้เป็นฐานในการปฏิบัติการบินเชื่อมโยงเมืองรอง-เมืองหลัก
เพราะกรมฝนหลวงและการบินเกษตรดูแลสนามบินหลักในการปฏิบัติการ 3 แห่ง ได้แก่ สนามบินจังหวัดนครสวรรค์ (อ.เมือง), สนามบินคลองหลวง (จ.ปทุมธานี) และล่าสุดได้รับโอนท่าอากาศยานตาก (ต.น้ำรึม อ.เมือง จ.ตาก) จากกรมท่าอากาศยาน(ทย.) เพื่อใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงและดัดแปรสภาพอากาศ
โดยนายวุฒิภูมิ มองที่จะใช้เครื่องบินขนาดเล็กประมาณ 10-20 ที่นั่ง เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างเมืองรองที่ไม่มีสายการบินพาณิชย์เข้าถึง เพื่อเชื่อมสนามบินหลัก เช่น นครสวรรค์ สุรินทร์ หรือสนามบินในพื้นที่จันทบุรีและตราด
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า การที่นายวุฒิภูมิ สนใจจะเปิดให้บริการ แอร์แท็กซี่ เป็นเพราะก่อนหน้านี้นกแอร์ เคยเปิดบินเส้นทางหาดใหญ่-เบตง ซึ่งก็พบว่ามีดีมานต์การเดินทางอยู่บ้างในพื้นที่ แต่ด้วยนกแอร์ บินด้วยเครื่องบิน Q 400 ขนาด 86 ที่นั่ง ไปบินในเส้นทางที่มีคนไม่มากขนาดนั้น จึงไม่คุ้มและขาดทุน
ดังนั้นจึงมองว่าเครื่องบินขนาดเล็กมีความเหมาะสมมากกว่าในการเปิดเส้นทางเชื่อมเมืองเหล่านี้ ทำให้สามารถปฏิบัติการบินได้โดยไม่ขาดทุน และทำให้สนามบินร้าง สามารถเปิดให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ได้
อีกทั้งจริงๆแล้วก็ไม่ได้ขอหารือเรื่องนี้กับอธิบดีฝนหลวงเท่านั้น แต่ก็หารือหลายหน่วยงานที่ดูแลสนามบินต่างๆ อาทิ ทย. หรือแม้แต่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ CAAT เพื่อนำเสนอแนวคิดนี้ด้วย ซึ่งก็เป็นการติดต่อในการดำเนินธุรกิจปกติ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการขอส่องงบประมาณซ่อมบำรุงตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด และไม่ได้ขอหารือเรื่องการซ่อมบำรุงอากาศยานแต่อย่างใด
เปิดไทม์ไลน์ โทรหาหน้าห้องอธิบดีฝนหลวง โต้ปม "โทรจิก"
สำหรับประเด็นที่อธิบดีกรมฝนหลวงระบุว่ามีการโทรศัพท์รัวถึง 5-6 ครั้งนั้น จริงๆแล้วทีมงานระดับผู้ปฏิบัติงานของนกแอร์ ได้มีการติดต่อหน้าห้องเพื่อจะขอเข้าพบอธิบดี มาตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งตอนนั้น นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยังไม่ได้เป็นผู้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่อย่างใด
อีกทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ก็เป็นคนละพรรคกับในปัจจุบัน การประสานงานขอเข้าพบต่อเนื่องมาถึงช่วงหลังการเลือกตั้ง และมีการเปลี่ยนแปลงการเมือง ไม่เคยได้เข้าพบอธิบดี ตั้งแต่ครั้งแรก
ตามข้อมูลตามบันทึกการติดต่อของทีมงานของนกแอร์ มีบันทึกไว้ว่า
ก่อนการเลือกตั้ง (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์)
- วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ทีมงานนกแอร์ขอนัดเข้าพบ ไม่ใช่ CEO นกแอร์ (นายวุฒิภูมิ) ขอนัดเข้าพบอธิบดี และได้นัดเป็นวันที่ 22 กรกฏาคม 2568
- วันที่ 22 กรกฏาคม 2568 ทีมงานเข้าพบอธิบดีกรมฝนหลวง เข้าพบประมาณ 5-10 นาที อธิบดีตำหนิว่า CEO ไม่มาด้วยตัวเองถือว่าไม่ให้เกียรติกันและเชิญให้ทีมงานกลับ พร้อมบอกว่าเมื่อคุณวุฒิภูมิ ว่างแล้วค่อยติดต่อมาใหม่
- ต่อมานายวุฒิภูมิ โทรขออภัยอธิบดีราเชนที่ครั้งก่อน ไม่ได้ไปด้วยตัวเอง โดยมีการพูดคุยประมาณ 2-3 นาที
จากนั้นเวลาผ่านไป 7 เดือน 14 วัน ก็เป็นช่วงหลังการเลือกตั้งปี 2569 ก็เริ่มมีการติดต่อประสานงานระหว่างกันอีกครั้ง
ช่วงหลังการเลือกตั้ง ปี 2569
- วันที่ 30 มีนาคม 2569 ทีมงานนกแอร์สอบถามคิวเข้าพบอธิบดี หน้าห้องให้ติดต่อสอบถามคิวอีกครั้ง โดยพูดคุยกัน 1 นาที
- วันที่ 31 มีนาคม 2569 ทีมงานนกแอร์สอบถามคิวเข้าพบอธิบดี หน้าห้องให้ติดต่อสอบถามคิวอีกครั้ง โดยพูดคุยกัน 54 วินาที
- วันที่ 16 เมษายน 2569 ทีมงานนกแอร์โทรหาหน้าห้องเพื่อสอบถามคิวเข้าพบ แต่ไม่รับสาย
- วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 12.28 น. หน้าห้องอธิบดีติดต่อกลับ หน้าห้องโทรมาแจ้งว่าเพิ่งเห็น Missed call - หน้าห้องแจ้งคิว/ทีมบอกขอคอนเฟิร์ม นายวุฒิภูมิก่อน
- วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 12.31 น.ทีมงานนกแอร์โทรไปแจ้งคอนเฟิร์มกับหน้าห้องว่า นายวุฒิภูมิ สะดวกวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 14:00 ที่กรมฝนหลวง
- วันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 13.11 น.หน้าห้องอธิบดีติดต่อกลับโทรแจ้ง ยกเลิกเข้าพบ เนื่องจากอธิบดีดูตารางคิวผิด อธิบดีต้องเข้าพบนายก หน้าห้องแจ้งว่าจะแจ้งวันนัดใหม่
- วันที่ 24 เมษายน 2569 เวลา 10.12 น.ทีมโทรไปเพื่อจะโทรไปถามหน้าห้องคิวเข้าพบใหม่ หน้าห้องรับสายและพูดว่า"ไม่สะดวกคุย ๆๆ" แล้วกดตัดสาย
อย่างไรก็ตามการติดต่อทั้งหมดหลังการเลือกตั้งแต่วันที่ 30 มีนาคม 2569-24 เมษายน 2569 รวมระยะเวลาการคุยทั้งสิ้น 2:15 นาที ที่ผ่านมานายวุฒิภูมิไม่เคยได้เข้าพบตั้งแต่ครั้งแรก ที่ผ่านมามีเพียงการติดต่อขอเข้าพบ ไม่มีการพูดคุยเรื่องงานใด ๆ การติดต่อทั้งหมดทีมงานนกแอร์ผ่านหน้าห้องเท่านั้น ทำให้ไอเดียที่ตั้งใจจะเสนอเรื่องการเปิดให้บริการแอร์แท็กซี่ ในสนามบินที่กรมฝนหลวงรับผิดชอบก็ยังไม่ได้มีการนำเสนอแน่อย่างใด
ยันไม่มีธุรกิจศูนย์ซ่อม แต่ถูกโยง เพราะเป็นหลานสุริยะ
ส่วนการซ่อมบำรุงเครื่องบิน ปัจจุบันงานซ่อมบำรุงของกรมฝนหลวงส่วนใหญ่ดำเนินการโดยบริษัทเอกชน อย่าง บริษัท สยาม แอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิส (Siam Airport Ground Services) ซึ่งจดทะเบียนมานานและได้รับงานจากกรมฝนหลวงฯ ไปแล้วมูลค่าประมาณ 176 ล้านบาท ขณะที่ทางนายวุฒิภูมิ ยังไม่มีธุรกิจศูนย์ซ่อม จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะไปขอรับงาน
อีกทั้งการที่อธิบดี อ้างว่าตัวแทนนกแอร์ที่เข้าไปพบตั้งแต่เดือน 7 ปีที่แล้ว
เพื่อไปขอดูงบประมาณซ่อมบำรุง ซึ่งทางอธิบดีระบุว่าปีละกว่า 300 ล้านบาท
ก็ไม่จริง ตอนนั้นทีมงานเข้าพบ
อธิบดีกรมฝนหลวง เข้าพบประมาณ 5-10 นาที อธิบดีตำหนิว่า CEO ไม่มาด้วยตัวเองถือว่าไม่ให้เกียรติกันและเชิญให้ทีมงานกลับ และในช่วงนั้นนายสุริยะก็ยังไม่ได้ไปเกี่ยวอะไรกับกระทรวงเกษตรเลย
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า จริงๆแล้วเรื่องธุรกิจศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานนายวุฒิภูมิ มีแผนจะลงทุนเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องบินในฝูงบินของนกแอร์ และฝูงบินของสายการบินพาณิชย์สำหรับเครื่องบิน Boeing 737-800 และ Boeing Max ลงทุนราว 1,400 ล้านบาท แต่โครงการนี้ยังไม่ได้มีการขออนุญาตหรือดำเนินการใดๆเลย และไม่ใช่เป็นเรื่องเครื่องบินของกรมฝนหลวงเลย แต่ก็มีการนำเรื่องไปโยงกันของอธิบดีเอง
การนำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและยอดขายของนกแอร์ ซึ่งหากอธิบดีมีคลิป 4 K ก็ควรจะออกมาเผยแพร่ ต่อสาธารณะ เพื่อพิสูจน์ความจริง เพราะก็ไม่รู้ว่าคลิป 4 K จริงๆคือคลิปอะไร เกี่ยวกับนกแอร์หรือไม่
ไม่ใช่การกล่าวอ้างว่ามีหลักฐานเป็นคลิป แล้วถูกมีการโยงให้เห็นว่าผู้บริหารนกแอร์มีการ "โทรศัพท์รัวๆ" เข้ามาหาถึง 5-6 ครั้ง แล้วมาบอกว่าให้คลิปหายไปกับอธิบดีเพราะไม่อยากทำร้ายใคร ยิ่งทำให้นกแอร์ถูกแอนตี้ จากข้อมูลที่เกิดขึ้น
ทั้งๆที่แท้จริงแล้วเป็นการโทรเพื่อประสานงานนัดหมาย ซึ่งมีทั้งกรณีที่หน้าห้องอธิบดีเป็นฝ่ายโทรมาแจ้งคิวว่าง และโทรมาขอยกเลิกนัดเองเนื่องจากอธิบดีมีภารกิจด่วนต้องเข้าพบนายกรัฐมนตรี และการสนทนาแต่ละครั้งไม่เคยมีครั้งไหนที่คุยนานถึง 1 นาที และเมื่อรวมเวลาการคุยทั้งหมดแล้วก็ไม่เกิน 2 นาที 15 วินาทีเท่านั้น
ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมือง เมื่อมี การโยกย้าย ก็เป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในกระทรวงเกษตรฯ ที่เปลี่ยนจากพรรคกล้าธรรม มาเป็นพรรคเพื่อไทย แต่มาโยงเรื่องการใช้เส้นสายทางการเมืองในฐานะหลานรัฐมนตรี เพื่อกดดันการทำงานของข้าราชการ
ทั้งๆที่นกแอร์ ในฐานะคนทำธุรกิจ ไม่อยากเข้าไปยุ่งเรื่องการเมือง แต่ที่อยากเข้าพบก็ต้องการเพียงโอกาสในการพัฒนาธุรกิจการบินที่ส่งเสริมเมืองรอง วันนี้ก็คงทำอะไรไม่ได้ นอกใจทำใจ แต่ถ้าจำเป็นบริษัทก็อาจจำเป็นต้องออกมาชี้แจงความจริงที่เกิดขึ้น







