
Siam Songkran ยกระดับสงกรานต์ 2569 สู่ไลฟ์สไตล์ เฟสติวัล ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
One Asia Ventures ขับเคลื่อน “SIAM Songkran Music Festival 2026” ยกระดับการจัดงานสงกรานต์ 2569 จากอีเวนต์ความบันเทิง สู่ Holiday Lifestyle Festival สร้างประสบการณ์ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ดึงคนร่วมงาน 8 หมื่นคน
วันนี้(วันที่ 10 เมษายน 2569) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เทศกาลดนตรีในประเทศไทย โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่จำนวนผู้จัดงาน การแข่งขันด้านไลน์อัพศิลปิน และการลงทุนด้านโปรดักชัน
อย่างไรก็ตาม รูปแบบของเทศกาลส่วนใหญ่ยังคงยึดโยงอยู่กับ “Music Festival” ที่เน้นประสบการณ์ในช่วงเวลากลางคืนเป็นหลัก
การพัฒนา “SIAM Songkran Music Festival 2026” ระหว่างวันที่ 11-14 เมษายน 2569 ที่ Bravo BKK, Arena Area (RCA, Rama 9) โดย One Asia Ventures จึงสะท้อนความพยายามในการเปลี่ยนบทบาท ของเทศกาล
จากอีเวนต์ความบันเทิง สู่ Holiday Lifestyle Festival ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด Experience Economy ซึ่งผู้บริโภคให้คุณค่ากับประสบการณ์มากกว่าสินค้าหรือบริการแบบเดิม
โมเดล Day-to-Night Experience ที่ถูกนำมาใช้ ไม่เพียงช่วยเพิ่มระยะเวลาในการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่ยังเปิดโอกาสในการสร้างรายได้ในหลายมิติ ทั้งบัตรเข้าชม พันธมิตรแบรนด์ และกิจกรรมภายในงาน สะท้อนการพัฒนาเทศกาลสู่รูปแบบ Lifestyle Ecosystem ที่มีศักยภาพในการต่อยอดเชิงธุรกิจ
หนึ่งในสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่าน คือการเกิดขึ้นของ Coffee Party หรือ Coffee Rave ซึ่งสะท้อนพฤติกรรมของผู้บริโภครุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่ให้ความสำคัญกับกิจกรรมในช่วงเวลากลางวัน ควบคู่กับแนวโน้มการบริโภคที่หันไปสู่ทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพมากขึ้น ปรากฏการณ์ดังกล่าว
สอดคล้องกับแนวคิด Daytime economy ซึ่งกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ และเปิดโอกาสให้เทศกาลสามารถสร้าง engagement และรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งวัน แทนที่จะจำกัดอยู่เฉพาะช่วงเวลากลางคืนในเชิงเศรษฐกิจ
เทศกาล SIAM Songkran 2026 ซึ่งคาดว่าจะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท และรองรับผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 80,000 คน ตอกย้ำบทบาทของเทศกาลในฐานะ Event Tourism Driver ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน ทั้งโรงแรม การเดินทาง และธุรกิจบริการ
ขณะเดียวกัน การผสาน “วัฒนธรรมไทย” เข้ากับประสบการณ์ร่วมสมัย ยังสะท้อนแนวทางการพัฒนา Soft Power ในเชิงพาณิชย์ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศได้ในระยะยาว
ในมุมของนักลงทุน การพัฒนาเทศกาลในลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจที่สามารถเติบโตได้ในรูปแบบ scalable model
โดยอาศัยแบรนด์และประสบการณ์เป็นตัวขับเคลื่อน ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่ธุรกิจอื่น เช่น Merchandise, Licensing และการขยายไปยังตลาดต่างประเทศ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียง “เทศกาลจะใหญ่ขึ้นแค่ไหน” แต่ประเทศไทยจะสามารถพัฒนาเทศกาลให้เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ได้ คือคำตอบ







