thansettakij
thansettakij
เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ 2569 ทั่วไทย ราคาน้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองโรงแรมหด

เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ 2569 ทั่วไทย ราคาน้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองโรงแรมหด

08 เม.ย. 69 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :08 เม.ย. 69 | 05:08 น.

เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ทั่วไทย ปีนี้หงอย น้ำมันแพง คนไทยชลอเที่ยวข้ามจังหวัด นักท่องเที่ยวระยะไกลหด โรงแรม ดั้มพ์ราคาดึงกำลังซื้อโค้งท้าย เผยเชียงใหม่อ่วมสุด จมพิษฝุ่น PM 2.5 ซ้ำเติมยอดจองโรงแรมหด ขณะที่โรงแรมในโซนเล่นสงกรานต์กรุงเทพยังไปได้ ด้านหัวหิน บางแสน พัทยา ยังหวังคนไทยเที่ยวระยะใกล้

KEY

POINTS

  • เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ทั่วไทย น้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองหด โรงแรม ดั้มพ์ราคาดึงกำลังซื้อโค้งท้าย
  • ชียงใหม่อ่วมสุด จมพิษฝุ่น PM 2.5 ซ้ำเติมยอดจองโรงแรมหด ขณะที่โรงแรมโซนเล่นสงกรานต์กรุงเทพยังไปได้
  • หัวหิน บางแสน พัทยา ยังหวังคนไทยเที่ยวใกล้ ททท.ดันงานสงกรานต์ 2569 ปลุกมู้ดท่องเที่ยว

เอ็กซ์เรย์ท่องเที่ยวสงกรานต์ทั่วไทย น้ำมันพุ่ง-PM 2.5 ฉุดยอดจองหด

วันนี้ (วันที่ 8 เมษายน 2569) สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ 2569 นี้ ชลอตัวลง เมื่อเทียบกับสงกรานต์ปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง ทำให้บุ๊กกิ้งใหม่เกิดการชลอตัว โดยนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป ตลาดนักท่องเที่ยว ตะวันออกกลาง และอิสราเอล หดตัว

ขณะที่คนไทย มีความกังวลต่อเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมต่างๆในเมืองท่องเที่ยวหลัก ไม่เต็มเหมือนทุกครั้ง โดยโรงแรมที่อยู่ใกล้กรุงเทพ อย่าง หัวหิน บางแสน พัทยา ก็ยังหวังว่าคนไทยอาจจะตัดสินใจเดินทางในนาทีสุดท้าย ขณะที่เมืองท่องเที่ยวรอง ยิ่งลำบาก เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวไทย

สงกรานต์ปีนี้คนจึงมักเที่ยวสงกรานต์ในพื้นที่ มากกว่าการเดินทางข้ามจังหวัดเหมือนทุกครั้ง ดังนั้นเพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในช่วงสงกรานต์นี้ โรงแรมหลายแห่งรวมถึงแบรนด์โรงแรมหรูได้ปรับกลยุทธ์มา ออกโปรโมชั่นสำหรับคนไทย (Thai Resident) เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวในประเทศทดแทนตลาดต่างชาติที่ชะลอตัว พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการ กระจายตลาดนักท่องเที่ยว (Diversify) ไปยังกลุ่มใหม่ๆ เช่น ตลาดนักท่องเที่ยวเอเชีย และนักท่องเที่ยวจีนที่เริ่มกลับมามีสัญญาณที่ดีขึ้น

นางสาววิชุพรรณ ภูเก้าล้วน ศรีสัญญา นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้อาจไม่คึกคักเท่าที่ควร โดยภูเก็ตมียอดจองอยู่ที่ 70-75% ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่จองห้องพักล่วงหน้า (Booking window) 3-6 เดือน ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ และในสงกรานต์ทุกปีก็จะได้นักท่องเที่ยวไทยเข้ามาเสริมทำให้อัตราเข้าพักเต็ม แต่ในขณะนี้ยอดจองของคนไทยยังนิ่ง

เช่นเดียวกับกระบี่ ที่ขณะนี้มียอดจองอยู่ที่ 60% เป็นการจองของ นักท่องเที่ยวกลุ่ม Long-haul ที่จองล่วงหน้า ส่วนพังงา นักท่องเที่ยว ยุโรปเริ่มหาย ก็จะมีการจัดโปรโมชั่นดึงคนไทยกันอยู่ในขณะนี้

ท่องเที่ยวสงกรานต์ 2569

“ปกติคนไทยมักจะมาเที่ยวกระบี่ และภูเก็ต ช่วงสงกรานต์ และเป็นกลุ่มที่จะเข้ามาเติมเต็มยอดจองในช่วงสงกรานต์ของทุกปี จนทำให้โรงแรมมียอดการจอง 100% แต่สงกรานต์ปีนี้ไม่หวือหวา เนื่องจากวิกฤตพลังงานไม่เพียงส่งผลต่อการตัดสินใจในการเดินทางท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังทำให้ต้นทุนในการดำเนินธุรกิจเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการ อาทิ เรือท่องเที่ยวต้องปรับราคาเพิ่มขึ้น” นางสาววิชุพรรณ กล่าว

นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบธุรกิจถนนข้าวสาร กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ไม่คึกคักเท่ากับปีที่ผ่านมา โดยพบว่านักท่องเที่ยว จากตลาดระยะไกล อย่างยุโรป มียอด การจองน้อยลงกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากฮับบินในตะวันออกกลาง อย่างดูไบ และคูเวตมีปัญหา

ทำให้ไม่สามารถเดินทางมาไทย และแม้จะมีเที่ยวบินตรงจากยุโรปเข้าไทย แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเป็นเท่าตัว ซึ่งเป็นข้อจำกัดในการเดินทาง แต่ก็ยังพอได้ตลาดนักท่องเที่ยว จากเอเชีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาทดแทน

ส่งผลให้ภาพรวมของการจองห้องพักในกรุงเทพฯ ถ้าเป็นพื้นที่ที่ไม่มีกิจกรรมสงกรานต์จะอยู่ที่ 70% ส่วนโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์ เช่น ถนนสีลม ถนนสุรวงศ์ รวมถึงถนนข้าวสาร คาดว่าอัตราการเข้าพักจะอยู่ที่ประมาณ 80-90% ถือว่าลดลงหากเทียบกับสงกรานต์ปีที่ผ่านมา เพราะโดยปกติอัตราการเข้าพักในช่วงสงกรานต์บนถนนข้าวสารจะอยู่ที่ 98-100%

สำหรับการเดินทางเข้ามาเที่ยวสงกรานต์บนนถนนข้าวสารในปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 80,000 คนต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่กว่า 100,000 คนต่อวัน สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากพื้นที่สนามหลวงซึ่งเคยเป็นจุดจัดงานเทศกาลสงกรานต์หลักในปีที่แล้ว ไม่สามารถจัดงานได้ กิจกรรมได้ย้ายไปจัดที่สวนเบญจกิติแทน ทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดิมมางานสงกรานต์ที่สนามหลวง และเดินทางมาเที่ยวสงกรานต์ย่านถนนข้าวสารต่อเนื่องกัน ก็อาจหายไปบางส่วน

โดยในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ถนนข้าวสารจะเริ่มกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน โดยเน้นไปที่กิจกรรมทางประเพณี เช่น การทำบุญตักบาตรและการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ส่วนการเล่นน้ำปกติจะอยู่ในช่วงวันที่ 13-15 เมษายนนี้ โดยจะเน้นยกระดับความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

สำหรับประเด็นที่น่ากังวลที่สุด คือ กำลังซื้อของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะคนไทยที่หดตัวลงอย่างเห็นได้ชัดประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น แม้ในส่วนของโรงแรมจะยังไม่ได้รับผลกระทบ ด้านต้นทุนหนักเท่าธุรกิจร้านอาหารแต่ก็ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ สำหรับธุรกิจร้านอาหาร ถือว่าได้รับผลกระทบมาก จากค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบ เช่น กุ้งและปลาซึ่งปรับตัวสูงขึ้นถึง 15-20%

ในขณะที่ราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นตามได้มากนัก จึงมีการส่งสัญญาณ เตือนไปยังผู้ประกอบการให้ระมัดระวังเรื่องการกักตุนสินค้า (Stock) เพื่อขายในช่วงสงกรานต์ เพราะความเสี่ยงที่จะขาดทุนมีสูง จากราคาสินค้าที่แพง และกำลังซื้อที่ลดลง นายสง่า กล่าวทิ้งท้าย

นายไพศาล สุขเจริญ รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักหน่วงจากปัญหาฝุ่น PM 2.5 และราคาน้ำมันที่สูงต่อเนื่อง โดยจากปัญหา PM 2.5 ทำให้มีกรณีที่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปขอยกเลิกการพักกลางคัน (Check-Out ก่อนกำหนด) เพื่อหนีฝุ่นไปพักผ่อนที่ภูเก็ตแทน ซึ่งโรงแรมต้องแบกรับภาระคืนเงินเพื่อรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าไว้

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีสัญญาณบวกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเอเชีย ได้แก่ จีน, เกาหลี, ไต้หวัน และมาเลเซีย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการจองล่วงหน้า ทำให้ยอดจองในช่วงสงกรานต์ปีนี้ยังคงอยู่ที่ประมาณ 60% โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ชาวจีนที่เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้งหลังจากหายไปนานกว่า 2 ปี

ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เผยว่า ยอดจองห้องพักในช่วงสงกรานต์ปีนี้เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 60-70% เท่านั้น ถือว่าลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสงกรานต์ทุกปีที่จะเต็ม 100% เนื่องจากหลังกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาแนะนำพลเรือนเลื่อนการเดินทางไปภาคใต้ของประเทศไทย ในช่วงวันหยุดเทศกาลอีดิล ฟิตรี

จากปัญหาประเทศไทยขาดแคลนน้ำมัน และภาพที่ถูกนำเสนอออกไปเป็นภาพคนเข้าคิวเติมน้ำมันยาวเหยียด ส่งผลกระทบต่อเนื่อง ทำให้นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์จากมาเลเซีย ยกเลิกการจองช่วงสงกราต์นไปแล้วกว่า 1,000 คน

ขณะที่กลุ่มเอเย่นต์ที่ปกติจะเหมาห้องพักไปขายต่อ ปีนี้ก็หายไป เพราะนักท่องเที่ยวน้อยลง เนื่องจากขาดความมั่นใจในสถานการณ์ ขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งมักจะเดินทางมาเล่นน้ำแบบไปเช้า-เย็นกลับโดยไม่มีการพักค้างคืน ส่งผลให้โรงแรมต้องหันมาทำการตลาดออนไลน์ด้วยตนเองและเน้นกลุ่มลูกค้าแบบ Walk-in ที่ตัดสินใจปุบปับแทน

อีกทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาบ้านพัก Airbnb และโรงแรมผิดกฎหมายที่ออกมาดัมพ์ราคาในช่วงที่ยอดจองซบเซา ทำให้โรงแรมหลายแห่งไม่สามารถปรับขึ้นราคาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ตามปกติ บางแห่งต้องคงราคาเดิมหรือลดราคาลง 10-30% เพื่อดึงดูดลูกค้า

นายวัชรพงศ์ คุณปลื้ม นายกสมาคมโรงแรมไทย ภาคตะวันออก กล่าวว่า สงกรานต์ที่บางแสน ปัจจุบันมีอัตราการเข้าพัก เฉลี่ยอยู่ 50%คาดว่าเมื่อถึงวันสงกรานต์ก็น่าจะปรับขึ้นเป็นใกล้ 70% เพราะบางแสนเป็นตลาดคนไทย ขับรถไม่ไกลจากกรุงเทพ ทำให้ประหยัดค่าเดินทางในยุคน้ำมันแพง ประกอบกับในช่วงสงกรานต์ปีนี้จะครอบคลุมระยะเวลายาวตั้งแต่วันที่ 11 จนถึง 19 เมษายน เนื่องจากมีประเพณี “วันไหลบางแสน” ในวันที่ 16-17 เมษายน เป็นตัวดึงดูดสำคัญ

ส่วนเมืองพัทยา ยอดจองสงกรานต์ขณะนี้อยู่ที่ 70% เนื่องจากมีนักท่องเที่ยว ต่างชาติอยู่ยาว แต่คาดว่าช่วงสงกรานต์จะมีคนไทยเข้าไปเติม ทำให้อัตราเข้าพักน่าจะเพิ่มเป็น 80%

ด้านนายธนพล ชีวรัตนพรนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งใหญ่จากสภาวะทางเศรษฐกิจและต้นทุนการเดินทางที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ไม่นิ่งและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ต้นทุนในทุกส่วน ทั้งค่าภาษีน้ำมัน ค่าขนส่ง รวมถึงค่าใช้จ่ายในโรงแรมและร้านอาหารปรับตัวสูงตามไปด้วย ส่งผลให้ ราคาแพ็กเกจทัวร์อาจต้องปรับเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง

เช่นเดียวกับในส่วนของการท่องเที่ยวต่างประเทศ (Outbound)พบว่าได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้กัน เนื่องจากภาษีน้ำมันทำให้ราคาตั๋วเครื่องบิน พุ่งสูงขึ้น แม้ว่าในช่วงสงกรานต์จะมีจำนวนคนออกไปท่องเที่ยวหนาตาพอสมควร แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ

นักท่องเที่ยวขาดความมั่นใจที่จะจองทัวร์ล่วงหน้าหลายเดือนเหมือนแต่ก่อน เพราะไม่มั่นใจเรื่องราคาและสถานการณ์ ทำให้บริษัททัวร์ต้องเร่งปรับกลยุทธ์ เช่น การเร่งออกตั๋วให้เร็วขึ้น เพื่อตัดปัญหาความผันผวนของราคาน้ำมัน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เผยว่า ททท.คาดว่าสงกรานต์ปีนี้ จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % จากนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 500,000 คน และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5,963,000 คน-ครั้ง โดยในปีนี้ ททท.เตรียมจัดงานสงกรานต์ ผ่าน 2 กิจกรรมไฮไลต์ ในกรุงเทพ ได้แก่

1. “Maha Songkran World Water Festival 2026” วันที่ 11-15 เม.ย.นี้ ณ บริเวณสวนเบญจกิติ (โรงงานยาสูบเดิม) มุ่งนำเสนออัตลักษณ์ของประเพณีสงกรานต์ ในรูปแบบที่ผสานความคลาสสิกงดงามของวิถีไทยเข้ากับความร่วมสมัย จัดเต็มความบันเทิงจากศิลปินดัง การแสดงทางวัฒนธรรมและโชว์ร่วมสมัย รวมถึงการแสดงโดรนแปรอักษรกว่า 1,200 ลำ

2. “Saneh Art by Songkran Festival 2026” ที่จะจัดขึ้นตลอดเดือนเม.ย.นี้ ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ถ่ายทอดเสน่ห์ของประเพณีสงกรานต์ไทยผสานคำว่า “เสน่ห์” เข้ากับ “งานศิลปะ” ผ่านมุมมองสร้างสรรค์ของศิลปินไทย โดยจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่ จำนวน 6 ชิ้น จากศิลปินไทยชื่อดัง

รวมถึงยังสนับสนุนการจัดกิจกรรมงานประเพณีสงกรานต์ทั้ง5 ภูมิภาคทั่วประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น งาน ICONSIAM THAICONIC SONGKRAN CELEBRATION 2026, งาน SIAM PARAGON ULTRASONIC SUMMER FESTIVAL 2026, งานประเพณี “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” จ.สุโขทัย, งานประเพณี “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” จ.พระนครศรีอยุธยา, งานประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ, งานประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น, งานสมุยสงกรานต์ กลางเล 2569 จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อดึงดูดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศให้เข้าร่วมกิจกรรม