
รมว.สุรศักดิ์ ดันไทยเสนอตัวชิงเจ้าภาพ Youth Olympic Games 2030 ใช้งบ 6 พันล้าน
รมว.สุรศักดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดนโยบายด้านกีฬา ขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก เดินหน้าแยกกระทรวงกีฬา ดันไทยเสนอตัวชิงเจ้าภาพ Youth Olympic Games 2030 ใช้งบ 6 พันล้านบาท
วันนี้ (วันที่ 9 เมษายน 2569) นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงนโยบายของกระทรวงฯว่าด้านการกีฬาของประเทศไทย ว่า รัฐบาลมีแผนที่จะแยกงานด้านกีฬาออกจากงานด้านการท่องเที่ยว เพื่อจัดตั้งเป็น "กระทรวงกีฬา" ที่เน้นภารกิจด้านกีฬาเพียงอย่างเดียว
การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยให้เกิดความชัดเจนทั้งในด้านโครงสร้าง งบประมาณ และเป้าหมายของกระทรวง ซึ่งจะช่วยยกระดับการกีฬาของประเทศให้ประสบความสำเร็จได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาข้อกฎหมาย กำลังคน และทรัพย์สิน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างรวดเร็วและรอบคอบที่สุด
รวมถึงการใช้ "วิทยาศาสตร์การกีฬา" เป็นหัวใจสำคัญ ในการพัฒนาการกีฬาในยุคนี้ โดยรัฐบาลมุ่งเน้นการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาเข้ามาใช้อย่างจริงจังเพื่อพัฒนาการกีฬาไปสู่ความเป็นเลิศส่งเสริมและยกระดับสู่กีฬาอาชีพ ดึงศักยภาพที่แท้จริงของนักกีฬาออกมาให้เป็นรูปธรรมตามมาตรฐานสากล
อีกทั้งยังจะเน้นการพัฒนาเยาวชนและศูนย์กีฬาชุมชน (Academy) รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างสุขภาพที่แข็งแรงและการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในกลุ่มเยาวชน โดยมีแนวคิด ในการสร้างศูนย์กีฬาชุมชน กระจายไปในระดับอำเภอ
โดยใช้โรงเรียนหรือสถานที่ราชการเป็นที่ตั้ง ดึงบุคลากรทีมชาติ นำครูฝึกที่มีความสามารถ หรืออดีตนักกีฬาทีมชาติมาเปิดสอนกีฬาให้เด็กๆ ในชุมชนฟรี ในลักษณะของ Academy การดูแลผู้สูงอายุสนับสนุนให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการใช้กีฬาในการออกกำลังกายมากขึ้นผ่านหน่วยงานต่างๆ
รวมถึงการพิจารณาเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ "ยูธโอลิมปิก" Youth Olympic Games 2030 ซึ่งไทยผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็น 1 ใน 3 ประเทศร่วมกับชิลีและปารากวัย
ซึ่งรัฐบาลมองว่ามีความพร้อมในการขับเคลื่อน
อย่างไรก็ตาม ต้องมีการพิจารณาอย่างละเอียดในด้านงบประมาณ เบื้องต้นคาดว่าต้องใช้เงินประมาณ 6,000 - 7,000 ล้านบาท ถึงความคุ้มค่า ต้องประเมินว่าเยาวชนและการกีฬาของประเทศจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง และคุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชนหรือไม่
ส่วนกรณีผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คนปัจจุบันกำลังจะหมดวาระกลางปีนี้ สุรศักดิ์ ระบุว่า ต้องไม่ให้เกิดสุญญากาศในการทำงาน เนื่องจากตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบายกีฬา โดยจะพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อเดินหน้ากระบวนการสรรหาให้เหมาะสม
หากข้อกฎหมายเอื้อให้ดำเนินการได้ล่วงหน้า ก็จะเร่งตั้งคณะกรรมการสรรหา เพื่อให้ได้ผู้ว่าการ กกท. คนใหม่ทันทีเมื่อผู้ว่าฯ คนปัจจุบันหมดวาระ และสามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่มีช่องว่าง
สำหรับยุทธศาสตร์ด้านกีฬาใหม่ที่เปิดเผยออกมาจะเน้นขับเคลื่อนผ่าน 4 เสาหลัก ประกอบด้วย
- Sport Health (ส่งเสริมสุขภาพ): ใช้กีฬาเป็นเครื่องมือพัฒนาคนทุกช่วงวัยให้มีสุขภาพดี
- Sport Wealth (สร้างรายได้) ผลักดันกีฬาให้เป็น "อุตสาหกรรม" เพื่อสร้างเม็ดเงินเข้าประเทศ
- Sport Pride (สร้างชื่อเสียง) ยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและศักยภาพนักกีฬาไทยสู่ระดับนานาชาติ
- Sport Future (เทคโนโลยีกีฬา) นำนวัตกรรมและดิจิทัลมาใช้พัฒนาระบบกีฬา รองรับโลกอนาคต







