
น้ำมันขาด-ราคาพุ่งฉุดมู้ดท่องเที่ยว สงกรานต์ 2569 ซึม ททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน
การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงต้องลุ้นว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ หรือไม่ แต่ยังต้องเผชิญกับราคาน้ำมันพุ่ง ฉุดมู้ดการเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ ดูซึมลงกว่าทุกปี ด้านททท.คาดเงินสะพัด 3 หมื่นล้าน
วันนี้(วันที่ 28 มีนาคม 2569) การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ต้องเผชิญกับมรสุมครั้งใหญ่ เพราะไม่เพียงต้องลุ้นว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ หรือไม่ แม้ว่ารัฐบาลจะยืนยันว่าไม่มีปัญหาน้ำมันขาดแคลน
ทั้งยังต้องชั่งใจกับเงินในกระเป๋า หลังราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร ทำให้การตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์นี้ คนไทยส่วนใหญ่ยังคงรอดูสถานการณ์
ประกอบกับปัญหาสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อเที่ยวบินผ่านฮับตะวันออกกลางเข้าไทยหดตัว ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวสงกรานต์นี้ไม่คึกคักมากนักเหมือนทุกปี
แอตต้า ประเมินเที่ยวสงกรานต์หด 20-30%
นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าปัจจุบันตัวเลขนักท่องเที่ยวหดตัว ประมาณ 30% โดยเที่ยวบินเส้นทางระหว่าง ไทย - จีน ปัจจุบันเดือนเมษายน ลดลงเหลือ ประมาณ 35%
ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวในประเทศชะลอตัว จากการขาดความเชื่อมั่น การจัดหาน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อการเดินทาง ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นอีก 6 บาทต่อลิตร จะมีผลต่อการตัดสินใจเดินทางของชนชั้นกลางลงไป จากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น
รวมถึงภาวะกดดันจากค่าครองชีพที่ต้องสูงขึ้นตามมา และการเลิกจ้างงานในอนาคตจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น แต่รายได้ไม่ได้มากขึ้น
ดังนั้นการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 การเดินทางทั้งคนไทย และต่างชาติลดลงประมาณ 20-30% จากการประเมินแบบข้อมูลทั่วไป และจะมีผลต่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของประเทศที่อาจหดตัว จากต้นทุนพลังงานที่ส่งผลต่อทุกภาคส่วนเป็น โดมิโน เอฟเฟก
แนะ 3 มิติ ฟื้นความเชื่อมั่นไทยเที่ยวไทย
ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ประธานการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถ้าราคาน้ำมันยังสูงขึ้นเรื่อยๆ และยังจำกัดการขายน้ำมันอยู่ จะกระทบการท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์นี้อย่างแน่นอน
จากกระแสความกังวลเรื่องราคานํ้ามันและภาวะตึงตัวของพลังงาน ซึ่งกำลังลุกลามจนกลายเป็น “วิกฤตความเชื่อมั่น” ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวไทยลังเลที่จะเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก การดึงศักยภาพของ Domestic Tourism Buffer มาใช้ประคองอุตสาหกรรม ควรเร่งดำเนินการใน 3 มิติดังนี้
1.ด้านนโยบาย ต้องเร่งสื่อสารข้อเท็จจริงด้านพลังงานว่าภาพรวมประเทศไม่ได้ขาดแคลนนํ้ามัน เนื่องจากโรงกลั่นยังเดินเครื่องเต็มกำลังผลิตได้ถึง 175 ล้านลิตรต่อวัน แต่ภาวะตึงตัวตามสถานีบริการเกิดจากประชาชนตื่นตระหนกและแห่กักตุน จนความต้องการใช้พุ่งจาก 67 ล้านลิตร เป็นกว่า 84 ล้านลิตรต่อวัน
ควรพิจารณามาตรการควบคุมต้นทุนค่าการกลั่นในช่วงวิกฤต รวมถึงออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขั้นพื้นฐานอย่างเข้มงวด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ต้นทุนของภาคธุรกิจท่องเที่ยวสูงขึ้นจนต้องผลักภาระไปให้นักท่องเที่ยว
ทั้งนี้เพื่อลดความกังวลในการขับรถยนต์ อาจพิจารณามาตรการสนับสนุนการเดินทางด้วยเครื่องบินในประเทศ เช่น การลดค่าธรรมเนียมสนามบิน หรือสนับสนุนงบประมาณอุดหนุนการเดินทางทางรถยนต์สำหรับจุดหมายปลายทางระยะใกล้ถึงปานกลาง
2.ด้านการบริหารจัดการ โดยจัดสรรโควตานํ้ามันเพื่อการท่องเที่ยว (Tourism Oil Quota) บริหารความเสี่ยงทางโลจิสติกส์ด้วย การจัดสรรโควตานํ้ามันเฉพาะสำหรับภาคการท่องเที่ยว หรือจัดตั้งช่องทางเติมนํ้ามันฉุกเฉินเฉพาะกิจ เพื่อการันตีว่ารถโดยสารสาธารณะและนักท่องเที่ยวจะไม่ติดค้างหรือหาที่เติมนํ้ามันไม่ได้ระหว่างการเดินทาง
การผ่อนปรนข้อจำกัดด้านเวลา โดยอนุญาตให้รถบรรทุกนํ้ามันสามารถวิ่งกระจายนํ้ามันไปยังสถานีบริการต่าง ๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเติมเต็มสต็อกในพื้นที่ท่องเที่ยวให้ทันท่วงที
3.ด้านการตลาดส่งเสริมท่องเที่ยว แคมเปญอุดหนุนแบบ Co-payment ที่มีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นการเดินทางข้ามจังหวัด โดยผูกเงื่อนไขเพื่อกระจายรายได้สู่เมืองรอง เช่น การสนับสนุนเงินจำนวน 1,000 บาท สำหรับทริป 2 วัน 1 คืน ใน 1 จังหวัด หรือ 2,000 บาท สำหรับทริป 3 วัน 2 คืน ที่เดินทางเชื่อมโยง 2 จังหวัด
แต่ในสถานการณ์ปัจจุบัน อาจกระทำไม่ได้ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณ ทำการตลาดโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวในประเทศที่มีกำลังซื้อสูง (High-yield) ให้เดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้หรือพักผ่อนในแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูง เพื่อเยียวยาความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจและวิกฤตพลังงาน
การฟื้นฟูความเชื่อมั่น เร่งทำประชาสัมพันธ์เชิงรุกทั้งในและต่างประเทศ เพื่อยืนยันว่าปริมาณนํ้ามันสำรองของไทยมีเพียงพอสำหรับการเดินทางท่องเที่ยว และธุรกิจบริการยังเปิดรับนักท่องเที่ยวตามปกติ เพื่อดึงความเชื่อมั่นในการวางแผนท่องเที่ยวกลับคืนมา และไม่ซํ้ารอยกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา ออกประกาศเตือนชาวมาเลเซียให้ชะลอการเดินทางมาท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ของไทย ช่วงหยุดยาวรายอ เนื่องจากกังวลปัญหาวิกฤตขาดแคลนนํ้ามันในพื้นที่และการคุมเข้มจำกัดการซื้อนํ้ามันในประเทศไทย
เตรียมน้ำมันรับเทศกาลสงกรานต์
ต่อเรื่องนี้นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า การเตรียมความพร้อมรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมัน รวมถึงเตรียมคลังน้ำมันเคลื่อนที่ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงที่มีการเดินทางจำนวนมาก
โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 มีนาคม ระบุว่า มีการผลิตน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 90.7 ล้านลิตร และมีปริมาณสำรองอีก 43 ล้านลิตร
ขณะเดียวกัน กรมธุรกิจพลังงานอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบแดชบอร์ด เพื่อติดตามเส้นทางการขนส่งน้ำมันตั้งแต่โรงกลั่นไปจนถึงสถานีบริการ เพื่อเปิดให้ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลได้ โดยขอเวลาในการพัฒนาเพิ่มเติม เพื่อให้ระบบมีความแม่นยำและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายสราวุธ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้มีการเพิ่มปริมาณน้ำมันเข้าสู่ระบบมากขึ้น จากการปรับลดสัดส่วนการสำรองน้ำมัน เพื่อให้สามารถกระจายการขนส่งได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขยายระยะเวลาในการขนส่ง เพื่อเร่งกระจายน้ำมันไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศให้รวดเร็วขึ้น
แม้บางสถานีบริการอาจยังประสบปัญหาอยู่บ้าง แต่ได้เร่งปรับแผนการขนส่งอย่างเต็มที่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้จัดสรรน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง หรือจ๊อบเบอร์ (Jobber) ไปแล้วกว่า 7 ล้านลิตร เพื่อช่วยกระจายไปยังผู้ใช้น้ำมัน และลดความแออัดในสถานีบริการ
ททท.คาดท่องเที่ยวสงกรานต์ เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.คาดการณ์สถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยทั้งตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศในช่วงเทศกาล “Maha Songkran World Water Festival 2026 เย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ 2569” ก่อให้เกิดรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยรวมประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมา
ททท.คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวเข้าประเทศไทยประมาณ 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่านทำให้มีข้อจำกัดทางการบินจากการปิดน่านฟ้าภูมิภาคตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และต้นทุนการบินสูงขึ้น
ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล โดยเฉพาะกลุ่มที่มีเที่ยวบินเชื่อมโยงผ่านตะวันออกกลาง (Gulf Hub) โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยไทยช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 7 %
สำหรับตลาดการเดินท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ ไทยเที่ยวไทย ททท.คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 % สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์ขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และเริ่มขาดแคลน ทำให้ผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย เน้นเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น หรือยกเลิกการเดินทาง โดยหากไม่มีสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจะมีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางท่องเที่ยวช่วงสงกรานต์ 2569 เพิ่มขึ้น 10 %
ททท.หนุนจัดงานสงกรานต์ ปัดหมุด Maha Songkran 2569 ทั่วไทย
ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ททท.จัดงานสงกรานต์เองใน 2 พื้นที่หลัก ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ได้แก่ การจัดงาน Maha Songkran World Water Festival 2026
รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรม Maha Songkran World Event ในหลายพื้นที่ทั่วไทย เพื่อตอกย้ำอัตลักษณ์ประเพณีไทยผ่านซอฟต์พาวเวอร์และศิลปวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย โดยมีเป้าหมายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เดินทางเข้าสู่พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ
การจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ ได้แก่การจัดงาน “Maha Songkran World Water Festival 2026” วันที่ 11-15 เม.ย.นี้ บริเวณสวนเบญจกิติ และโรงงานยาสูบเดิม ภายในงานจะมีการผสมผสานแนวคิดย้อนยุคและร่วมสมัย มีกิจกรรมหลากหลาย
อาทิ ขบวนแห่สุดอลังการ การแสดงโดรนแปรอักษร โซนสงกรานต์ 5 ภูมิภาค การแสดงทางวัฒนธรรม และเวที EDM สำหรับสายปาร์ตี้
งาน “Saneh Art by Songkran Festival 2026” วันที่ 10-30 เม.ย.นี้ ณ อุทยานเบญจสิริ และลานคนเมือง นำเสนอเสน่ห์ไทยผ่านงานศิลปะร่วมสมัย โดยมีการจัดแสดงประติมากรรม 3 มิติขนาดใหญ่จากศิลปินไทยชื่อดัง 6 ชิ้นงาน พร้อมกิจกรรมเสวนาศิลปะและ Workshop ต่างๆ
ส่วนการจัดงานในพื้นที่อื่นๆในกรุงเทพที่ททท.สนับสนุน อาทิ “งานสงกรานต์ ไอคอนสยาม” แนวคิดรักษ์โลก วันที่ 10-15 เม.ย.นี้ สยามสแควร์ จัดงานสงกรานต์ปลอดภัย "สีขาว" ปราศจากแอลกอฮอล์และการแป้ง
สงกรานต์ถนนสีลม ขบวนพาเหรด AMAZING BANGKOK SONGKRAN PARADE 14 เม.ย.นี้ นำเสนอความเป็น Thai Iconic สู่สากล สงกรานต์รางน้ำ ของคิงเพาเวอร์ คอนเสิร์ต SUPERFLUID 2026 ขนทัพศิลปิน T-Pop และญี่ปุ่นกว่า 60 ชีวิต ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน
ส่วนภาคเหนือ อาทิ งาน “มหาสงกรานต์ 3 แผ่นดิน เดินได้ทั้งเมืองเชียงแสน” จ.เชียงราย (13-18 เม.ย.) ที่มีทั้งอุโมงค์น้ำ แสง สี เสียง และงาน “เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์สุโขทัย” ซึ่งจัดกระจายใน 6 พื้นที่ตลอดวันที่ 6-19 เมษายน โดยมีงานสำคัญคือประเพณีแห่ช้างบวชนาคไทยพวน และงานย้อนอดีตมหาสงกรานต์กรุงสุโขทัย
ในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ งานม่วนซื่นบนถนนข้าวเหนียว และระบบน้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุด จังหวัดขอนแก่นยังคงเป็นจุดหมายหลักด้วยงาน ประเพณีสุดยอดสงกรานต์อีสาน เทศกาลดอกคูนเสียงแคนและถนนข้าวเหนียว (11-15 เม.ย.) พร้อมกิจกรรมคลื่นมนุษย์ไร้แอลกอฮอล์
ขณะที่จังหวัดอุดรธานีเตรียมจัดงาน Udon Songkran Festival (13-16 เม.ย.) โดยใช้ระบบน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสานพร้อมเอเฟกต์ตื่นตาตื่นใจ และจังหวัดอุบลราชธานีจัดงานมหาสงกรานต์แก่งสะพือตลอดทั้งเดือนเมษายน
ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออก อาทิ วันไหลสุดมันส์และประเพณีชาวรามัญ ประเพณีสงกรานต์พระประแดง จ.สมุทรปราการ จะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่วันที่ 24-26 เม.ย.นี้ โดยมีขบวนแห่นางสงกรานต์ ขบวนรถบุปผชาติ และการเล่นสะบ้ารามัญ
ส่วนสายปาร์ตี้ต้องไม่พลาด Pattaya Songkran Summer Festival (17-19 เม.ย.) ที่มีเวทีหลักริมหาดพัทยาและระบบ Water FX เต็มรูปแบบ รวมถึงงานวันไหลเกาะช้าง จ.ตราด (19-21 เม.ย.) ที่มีการประกวด Miss Rainbow และการแสดงแสงสีเสียงตํานานเกาะช้าง
ขณะที่ภาคใต้ อาทิ สงกรานต์กลางเล และท่องเที่ยววิถีไทย เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี จัดงาน “สมุยสงกรานต์ กลางเล” (12-15 เม.ย.) เน้นการทำบุญเกาะและการแสดงฟ้อนรำร่วมกับตลาดนัดครัวชุมชน ขณะที่ จ.ภูเก็ต จัดงาน สงกรานต์โนแอล (13 เม.ย.) เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุ และงาน Phuket Water Festival (11-12 เม.ย.) เป็นต้น
สำหรับสถานการณ์ของเที่ยวบินในช่วงสงกรานต์ปีนี้ บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ได้ประเมินสถานการณ์เที่ยวบินในช่วงเทศกาลสงกรานต์ระหว่างวันที่ 10–19 เมษายน 2569 (10 วัน) จะมีปริมาณเที่ยวบินในประเทศไทย รวมประมาณ 25,620 เที่ยวบิน หรือเฉลี่ยวันละ 2,562 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.8 % จากช่วงเดียวกันของปี 2568
ส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศและภูมิภาค อย่างไรก็ดียังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ยังมีภาวะสงครามอยู่น้ำมันจึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ชี้ชะตาการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้






