
บางกอกแอร์เวย์ส กางแผนปี 2569 ลุยขยายสนามบินสมุย-ตราด ซื้อเครื่องบินใหม่ 12 ลำ
บางกอกแอร์เวย์ส ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ ปี 2569 เปิดเกมรุกระยะยาว ซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ เสริมฝูงบิน ขยายสนามบินสมุย-ตราด ยกระดับศักยภาพสนามบิน มุ่งสู่การเติบโตยั่งยืน
วันนี้(วันที่ 27 มีนาคม 2569) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (BA) เปิดเผยถึงวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจ ปี 2569 ที่มุ่งสู่การเป็น “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” หรือ “ผู้นำด้านธุรกิจการบินอย่างรับผิดชอบ ส่งมอบบริการที่ยั่งยืน”
สะท้อนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจการบินแบบครบวงจร เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว
สงครามตัวออกกลาง กระทบธุรกิจ
นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา ตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นประมาณ 11%
ขณะที่แนวโน้มอุตสาหกรรมการบินในปี 2569 จากข้อมูลของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ณ เดือนมกราคม 2569 การขนส่งปริมาณผู้โดยสาร (RPK) ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 3.8% โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เติบโตที่ 4.4%
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางระหว่างประเทศในระยะนี้ บริษัท ฯ จึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
พร้อมปรับกลยุทธ์การดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้การดำเนินงานและการให้บริการแก่ผู้โดยสารเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
นายพุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า ยอดการสำรองที่นั่งล่วงหน้าของบริษัท ฯ ณ วันที่ 16 มีนาคม 2569 สำหรับการเดินทางตั้งแต่เดือนเมษายนถึงกันยายน 2569 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1% โดยอัตราการจองบัตรโดยสารล่วงหน้าไตรมาสที่ 2 ลดลง 3% ขณะที่ไตรมาสที่ 3 เติบโต 9%
ขยายสนามบินสมุย-สนามบินตราด
ในด้านการยกระดับศักยภาพโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ฯ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการปรับปรุงสนามบินสมุยในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร 6 ล้านคนต่อปี
พร้อมเพิ่ม Boarding Gates จาก 7 เป็น 11 ขยายพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็น 4,000 ตารางเมตร และเพิ่มเคาน์เตอร์เช็กอินพร้อมเครื่องเช็กอินด้วยตนเองอัตโนมัติรวม 40 จุด โดยมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2573
ขณะเดียวกัน สนามบินตราดได้ขยายทางวิ่ง (Runway) เป็นความยาว 2,000 เมตรเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการก่อสร้างทางขับเคลื่อนอากาศยาน (Taxiway) และลานจอดอากาศยานจำนวน 3 จุด เพื่อรองรับอากาศยานแบบไอพ่น อาทิ แอร์บัส A320 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 1 ปี
สั่งซื้อเครื่องบินใหม่ 12 ลำ เสริมฝูงบิน
ด้านการบริหารจัดการฝูงบิน ในปีนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์สคาดว่าจะมีเครื่องบินจำนวน 22 - 26 ลำ ซึ่งฝูงบินปัจจุบันประกอบด้วย เครื่องบินแบบ แอร์บัส A320 จำนวน 1 ลำ แอร์บัส A319 จำนวน 11 ลำ และ ATR 72-600 จำนวน 10 ลำ
โดยมีแผนสั่งซื้อเครื่องบินแบบ ATR 72-600 ใหม่จำนวน 12 ลำ ซึ่งจะรับมอบ 2 ลำแรกในไตรมาส 4 ปีนี้ และทยอยรับมอบไปจนถึงปี 2571
กางแผน ESG ครอบคลุม 3 ด้าน
นายพุฒิพงศ์ กล่าวถึงด้านความยั่งยืนของบริษัท ฯ ในปี 2569 ว่า ยังคงมุ่งดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ใน ด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) บริษัท ฯ เดินหน้าโครงการ ‘Low Carbon Skies by Bangkok Airways’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ
อาทิ การนำร่องใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF: Sustainable Aviation Fuel) ในเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ และการดำเนินการตามแนวทางและสนับสนุนนโยบายของภาครัฐ ในการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิง SAF เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Carbon Emission ภายในปี 2593
นอกจากนี้ บริษัท ฯ ยังดำเนินโครงการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการทรัพยากร ผ่านการเพิ่มอัตราการรีไซเคิลและอัปไซคลิง การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการของเสียปลายทาง รวมถึงการส่งเสริมการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ด้านสังคม (Social) บริษัท ฯ มุ่งพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากร สังคม และชุมชนอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา สิ่งแวดล้อม และสุขภาพ เพื่อส่งเสริมการเติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Care for People, Grow Together”
อาทิ โครงการติดปีกเติมฝัน สร้างสรรค์โอกาสการเรียนรู้ กิจกรรมบางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์ (Bangkok Airways Boutique Series) ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาและกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น
ด้านบรรษัทภิบาล (Governance) บริษัท ฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้หลักบรรษัทภิบาลที่เข้มแข็ง พร้อมยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนผ่านผลคะแนนโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนไทย (CGR) ปี 2568 ระดับดีมาก และการได้รับการจัดอันดับระดับ ‘A’ จาก SET ESG Ratings รวมถึงการได้รับรางวัล ASOCIO Award 2025 ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงมีการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ การบริหารความร่วมมือกับคู่ค้าอย่างยั่งยืน การส่งเสริมนวัตกรรมและการเรียนรู้ รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสีย
นางสาวลีฬภัทร ลีฬหวณิช รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงิน บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงภาพรวมผลการดำเนินงานด้านการเงินของบริษัทในปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 26,067 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 3,580.3 ล้านบาท
สำหรับธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้องในปี 2568 มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยธุรกิจให้บริการอาหารบนเครื่องบินจากบริษัท ครัวการบินกรุงเทพ จำกัด หรือ BAC มีรายได้รวม 1,289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากปี 2568 ให้บริการมื้ออาหาร 7.19 ล้านมื้อ
สำหรับธุรกิจบริการภาคพื้นซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท บริการภาคพื้นการบินกรุงเทพ เวิลด์ไวด์ไฟลท์เซอร์วิส จำกัด หรือ BFS Ground มีรายได้รวม 3,481 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการให้บริการกว่า 77,123 เที่ยวบิน และธุรกิจบริการคลังสินค้าระหว่างประเทศ
โดยบริษัท ดับบลิวเอฟเอสพีจีคาร์โก้ จำกัด หรือ BFS Cargo มีรายได้รวม 2,795 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปริมาณสินค้าที่ให้บริการรวมกว่า 508,784 ตัน
เพิ่มช่องทางขายเชิงรุก
นายคมกริช งามวงศ์วิโรจน์ ผู้อำนวยการแผนกลูกค้ารายใหญ่และผลิตภัณฑ์รายได้เสริม เปิดเผยแผนด้านการขายและการตลาดในปีนี้ว่า บริษัท ฯ ตั้งเป้ารายได้จากการจำหน่ายบัตรโดยสาร โดยคาดการณ์สัดส่วนการขายจากช่องทางเว็บไซต์ 26% และช่องทางอื่น ๆ 74% (BSP Agent, Online Travel Agent, Call Center, Codeshare เป็นต้น)
โดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับพันธมิตรสายการบินและเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเป็นสำคัญ
หากจำแนกตามภูมิภาคตลาดยุโรปจะเป็นลูกค้ากลุ่มหลัก ซึ่งสร้างรายได้สูงสุด 40.3% อันดับสองคือตลาดไทยและอาเซียน 33.5% อันดับสาม ภูมิภาคอเมริกามีสัดส่วนที่ 8.2% ตามด้วยภูมิภาคเอเชียเหนือ 6.7% ออสตราเลเชีย 4.6% เอเชียใต้ 3.6% และภูมิภาคตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และแอฟริกา คิดเป็น 2.6%
นายคมกริชกล่าวถึงกลยุทธ์การขายตามเป้าหมายในปี 2569 ได้แก่ การขายเชิงรุกในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากยังมีความต้องการเดินทางเข้าไทยสูง และเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ ประกอบกับผลพวงความได้เปรียบจากอัตราแลกเปลี่ยน
ส่งผลให้ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยปรับตัวในระดับที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน กลุ่มตลาดที่มีศักยภาพสูงและให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในการเดินทางและท่องเที่ยว อาทิ รัสเซีย ตะวันออกกลาง และยุโรป รวมถึงตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูง เช่น คาซัคสถาน ซาอุดีอาระเบีย และกลุ่มประเทศฟรีวีซ่าอย่าง จีน และอินเดีย
ขยายการเชื่อมต่อตรงผ่านระบบกลุ่ม API, NDC และ Direct Connect ให้มากขึ้น เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อบัตรโดยสารผ่านเว็บไซต์เปรียบเทียบราคา (Metasearch) และตัวแทนจำหน่ายตั๋วออนไลน์ (OTA) เพิ่มขึ้น
เพื่อช่วยให้บริษัท ฯ กระจายการขายสู่ตลาดทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเดินหน้ากิจกรรมการตลาดและจัดแคมเปญร่วมกับ OTA อย่างต่อเนื่อง
รวมถึง ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Kayak พันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับเครื่องมือค้นหาการเดินทางชั้นนำ เพื่อเพิ่มการมองเห็นและต่อยอดโอกาสทางการขายสู่กลุ่มลูกค้าของ Kayak
ขณะเดียวกันยังเดินหน้าความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตรซึ่งได้เปิดเส้นทางใหม่จากต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป อาทิ Thai Airways, LOT Polish Airlines และ Condor เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและการขายจากเมืองต้นทางสู่จุดหมายปลายทางของบริษัท ฯ
โดยเน้นการเชื่อมต่อที่สะดวกสบายให้กับผู้โดยสารและสัมภาระ นอกจากนี้ บริษัท ฯ ได้บรรลุข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และอลิอันซ์ พาร์ทเนอร์ส (ประเทศไทย) ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยการเดินทางและบริการประกันภัยอื่น ๆ แบบครบวงจร
โดยผู้โดยสารสามารถเลือกรับความคุ้มครองที่อุ่นใจไปพร้อมกับการสำรองที่นั่งผ่านช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทฯ ได้โดยตรง
สำหรับกิจกรรมส่งเสริมการตลาดไฮไลต์ในปีนี้ บริษัท ฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬาผ่านกิจกรรม Bangkok Airways Boutique Series 2026 การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟมาราธอนที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยปีนี้จัดใน 4 เส้นทางท่องเที่ยวสำคัญ
ได้แก่ ตราด สมุย สุโขทัย และ เชียงใหม่ เปิดโอกาสให้นักวิ่งได้สัมผัสเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยควบคู่กับประสบการณ์กิจกรรมกีฬาที่มีเอกลักษณ์ โดยมีพรีเซนเตอร์ ญาญ่า อุรัสยา และศิลปินชื่อดัง อาทิ กรีน อัษฎาพร ไมค์ ภัทรเดช ปุ๊กลุ๊ก ฝนทิพย์ และภณ ณวัสน์ มาสร้างสีสันและแรงบันดาลใจ
พร้อมเปิดตัวเสื้อวิ่งดีไซน์พิเศษภายใต้แนวคิด “Run for Nature” ผลิตจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิล โดยเสื้อวิ่ง 1 ตัว สามารถช่วยลดขยะจากขวดน้ำพลาสติกได้ถึง 20 ขวด สะท้อนแนวคิดการดูแลสุขภาพควบคู่กับการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม






