
น่านฟ้าตะวันออกกลางเริ่มเปิด เอทิฮัด-เอมิเรสต์ เริ่มกลับมาเปิดบินบางส่วนแล้ว
น่านฟ้าตะวันออกกลางเริ่มเปิด ล่าสุดสายการบิน เอทิฮัด-เอมิเรสต์ กลับมาเปิดบินบางส่วน ระบายผู้โดยสารตกค้างจากวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ท่ามกลางรอบข้างที่ยังปิดน่านฟ้าแน่น
วันนี้(วันที่ 3 มีนาคม 2569) ล่าสุดสัญญาณการให้บริการเที่ยวบินในตะวันออกกลางเริ่มขยับในวันที่ 3 นับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย ท่าอากาศยานนานาชาติซายิด กรุงอาบูดาบี กลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินอีกครั้ง หลังต้องปิดน่านฟ้านานกว่า 48 ชั่วโมง อันเป็นผลจากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการตอบโต้ในหลายพื้นที่ทั่วภูมิภาคอ่าวอาหรับ
เช่นเดียวกับสนามบินนานาชาติดูไบ ที่เริ่มกลับมาเปิดให้บริการแบบจำกัดแล้ว
แม้ประเทศรอบข้างยังปิดน่านฟ้าแน่น
Flightradar24 พบว่าล่าสุดมีเที่ยวบินของสายการบิน เอทิฮัด( Etihad Airways)
ซึ่งมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานนานาชาติซายิด(AUH) กรุงอาบูดาบี
ทยอยทำการบินแล้ว ทั้งขาออกจากอาบูดาบีบางเที่ยวบิน และเที่ยวบินขาเข้าก็ทยอยมาลงที่อาบูดาบีบ้างแล้วในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้
โดยเที่ยวบิน EY67 (Etihad Airways) มุ่งหน้าลอนดอน สามารถนำเครื่องเทคออฟออกจากสนามบินอาบูดาบีได้สำเร็จแล้ว ตอนนี้ Etihad บินปลายทางลอนดอน อัมสเตอร์ดัม ปารีส มอสโคว และบางไฟล์ทใน GCC และอินเดีย เพื่อเคลียร์ผู้โดยสารตกค้างที่สนามบิน
ขณะที่สายการบิน เอมิเรสต์ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการบินอยู่ที่สนามบินนานาชาติดูไบ ก็ประกาศกลับมาเปิดให้บริการแบบจำกัด โดยจะให้สิทธิ์ผู้โดยสารตกค้างหรือจองไว้ก่อนหน้านี้เป็นลำดับแรก ซึ่งทางสายการบินจะติดต่อผู้โดยสารโดยตรง
Flightradar24 พบว่าล่าสุดมีเที่ยวบินของสายการบินเอทิด( Etihad Airways)
ซึ่งมีฐานการบินหลักที่ท่าอากาศยานนานาชาติซายิด(AUH) กรุงอาบูดาบี
ทยอยทำการบินแล้ว ทั้งขาออกจากอาบูดาบีบางเที่ยวบิน และเที่ยวบินขาเข้าก็ทยอยมาลงที่อาบูดาบีบ้างแล้วในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โดยเที่ยวบิน EY67 (Etihad Airways) มุ่งหน้าลอนดอน สามารถนำเครื่องเทคออฟออกจากสนามบินอาบูดาบีได้สำเร็จแล้ว ตอนนี้ Etihad บินปลายทางลอนดอน อัมสเตอร์ดัม ปารีส มอสโคว และบางไฟล์ทใน GCC และอินเดีย เพื่อเคลียร์ผู้โดยสารตกค้างที่สนามบิน
ขณะที่สายการบินเอมิเรสต์ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการบินอยู่ที่สนามบินดูไบ ก็ประกาศกลับมาเปิดให้บริการแบบจำกัด
โดยจะให้สิทธิ์ผู้โดยสารที่ตกค้างหรือจองไว้ก่อนหน้านี้เป็นลำดับแรก ซึ่งทางสายการบินจะติดต่อผู้โดยสารโดยตรง
อีกทั้งเริ่มมีรายงานจากผู้โดยสารหลายท่านว่า สายการบินเริ่มส่งข้อความให้ทำการเช็กอินได้แล้ว และมีคนสามารถเช็กอินออนไลน์ได้สำเร็จตั้งแต่ช่วงตี 2 (เวลาท้องถิ่น) รวมถึงเริ่มมีตารางเที่ยวบินขาออกปรากฏเพิ่มขึ้นในระบบของสนามบินแล้ว
โดยสายการบินเอมิเรตส์ ระบุว่าลำดับความสำคัญในขณะนี้คือการดูแลผู้โดยสารที่ได้ทำการสำรองที่นั่งไว้ก่อนหน้านี้ให้ได้เดินทางโดยเร็วที่สุด
ทางสายการบินจะดำเนินการติดต่อผู้โดยสารที่ได้รับการจัดสรรที่นั่งในเที่ยวบินจำกัดเหล่านี้โดยตรง
พร้อมทั้งออกประกาศแจ้งเตือนอย่างเข้มงวดให้ผู้โดยสาร "ห้ามเดินทางมายังสนามบิน" จนกว่าจะได้รับการแจ้งยืนยันสถานะการเดินทางใหม่จากทางสายการบินเท่านั้น เพื่อลดความแออัดและรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่ท่าอากาศยานที่กำลังอยู่ในช่วงฟื้นฟูการให้บริการ
สำหรับเที่ยวบินอื่นๆ นอกเหนือจากที่ได้รับแจ้งเป็นกรณีพิเศษจะยังคงถูกระงับการให้บริการต่อไปจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ Emirates ยืนยันว่ากำลังเร่งจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อให้การเดินทางกลับมาสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ยังคงความเข้มงวดในระดับสูงสุดทั่วทั้งภูมิภาค
การกลับมาเปิดอีกครั้งของ 2 สายการบินยักษ์ใหญ่ตะวันออกกลาง เป็นความเคลื่อนไหวสำคัญในการระบายผู้โดยสารตกค้างจากวิกฤตการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังไม่ใช่ “การกลับมาบินปกติ”
ทั้งนี้เที่ยวบินที่เปิดให้บริการตอนนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นเที่ยวบินพิเศษเท่านั้น และต้องได้รับอนุญาตเป็นรายเที่ยวบิน ไม่ใช่การเปิดตารางบินปกติ ได้แก่
- Repositioning flights — บินเพื่อย้ายตำแหน่งเครื่อง
- Cargo flights — ขนส่งสินค้า ไม่มีผู้โดยสาร
- Repatriation flights — รับ–ส่งผู้โดยสารที่ติดค้างกลับประเทศ
ทำไมสายการบินยังกลับมาบินไม่ได้เต็มตัว?
เพราะประเทศรอบอาบูดาบียัง ปิดน่านฟ้า หรือจำกัดการบิน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาค
รายงานจากสำนักข่าวสากลหลายแห่งระบุว่าประเทศที่ยังปิดน่านฟ้า ทั้งปิดทั้งหมดและปิดบางส่วน ได้แก่
- บาห์เรน
- อิหร่าน
- อิรัก
- อิสราเอล
- จอร์แดน
- คูเวต
- กาตาร์
- ซาอุดีอาระเบีย
- ซีเรีย
- สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ UAE เองก็ยังปิดบางส่วน
ทำให้เส้นทางบินยังแกว่งและต้องปรับแบบนาทีต่อนาที






