

KEY
POINTS
นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2569 การบินไทยจะเดินหน้าขยายกำลังการผลิตและปรับโครงสร้างฝูงบิน เพื่อรองรับการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศ โดยให้ จีนและอินเดียเป็นฐานหลักในการขยายเที่ยวบิน ควบคู่กับการบริหารฝูงบินทั้งลำตัวกว้างและลำตัวแคบให้สอดรับกับโครงสร้างรายได้และต้นทุน
ภายใต้แผนดังกล่าว การบินไทยเพิ่มความถี่เที่ยวบินในตลาดจีนและอินเดียอย่างมีนัยสำคัญ โดยเส้นทางอินเดียเพิ่มจาก 77 เที่ยวบิน เป็น 91 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ขณะที่เส้นทางจีนเพิ่มจาก 42 เที่ยวบิน เป็น 81 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สะท้อนบทบาทของทั้งสองประเทศในฐานะตลาดหลักด้านปริมาณผู้โดยสารและการเชื่อมต่อเข้าสู่ประเทศไทย
เพื่อรองรับการขยายความถี่ดังกล่าว การบินไทยมีแผนรับมอบเครื่องบินใหม่เป็นการเช่ารวม 29 ลำ ในปีนี้ ประกอบด้วย
พร้อมปลดระวางเครื่องบินออกจากระบบ 6 ลำ ทำให้จำนวนฝูงบินเพิ่มขึ้นสุทธิ 23 ลำ โดยการจัดสรรฝูงบินถูกออกแบบให้รองรับทั้งเส้นทางระยะใกล้และระยะไกลอย่างเหมาะสม
เครื่องบินลำตัวแคบ Airbus A321 นีโอ ถูกวางบทบาทเป็นเครื่องมือหลักในการขยายตลาดจีนและอินเดีย โดยเฉพาะการเพิ่มความถี่ในเส้นทางเดิม และการเปิดเส้นทางไปยังเมืองรองที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการเดินทางเชื่อมต่อ
การใช้เครื่องบินลำตัวแคบช่วยลดต้นทุนต่อที่นั่ง เพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเที่ยวบิน และทำให้การบินไทยสามารถขยายตลาดได้โดยไม่เพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุนสูงเกินไป
ขณะที่ฝูงบินลำตัวกว้าง Boeing 787-8 และ 787-9 จะถูกนำมาใช้รองรับเส้นทางระยะไกล ซึ่งทำหน้าที่เป็น ตัวสร้างมูลค่า (Value Creator) ของเครือข่าย โดยเฉพาะเส้นทางยุโรปและออสเตรเลีย
การบินไทยมีแผนเพิ่มความถี่ในเส้นทางหลัก เช่น ปารีส และมิลาน รวมถึงกลับมาเปิดให้บริการเส้นทางอัมสเตอร์ดัมแบบทุกวัน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อเสริมบทบาทของกรุงเทพฯ ในฐานะศูนย์กลางการเชื่อมต่อระหว่างเอเชียกับยุโรป รวมถึงเตรียมกลับมาเปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (BKK) – โอ๊คแลนด์ (AKL) ประเทศนิวซีแลนด์ อีกครั้ง โดยจะเริ่มให้บริการในช่วง ปลายปี 2569 ทำการบิน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
ในภาพรวม กำลังการผลิตของการบินไทยในช่วงฤดูร้อนปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นประมาณ 5% และหากมองตลอดทั้งปีจะเพิ่มขึ้นราว 5–6% ซึ่งเป็นระดับที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของตลาด โดยไม่สร้างแรงกดดันด้านต้นทุน การตั้งราคาบัตรโดยสารยังใช้ระบบ Dynamic Pricing เพื่อสะท้อนอุปสงค์–อุปทานในแต่ละช่วงเวลา และรักษาผลตอบแทนต่อเที่ยวบิน
ทั้งนี้การบินไทยยังคงเดินหน้ากลยุทธ์ Asset Light Strategy ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรในเครือ Star Alliance และสายการบินพันธมิตร รวม 19 สายการบิน ใน 47 ประเทศ เพื่อต่อยอดเครือข่ายการเดินทางโดยไม่ต้องลงทุนฝูงบินทั้งหมดด้วยตนเองความร่วมมือกับ Turkish Airlines ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาไปสู่ Joint Business Agreement จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อไปยังยุโรปตะวันออกและแอฟริกาเหนือ
นายกิตติพงษ์ ระบุว่า การขยายฝูงบินและเพิ่มเที่ยวบินทั้งหมด อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ “เลือกโต ไม่เร่งโต” โดยให้ความสำคัญกับรายได้ที่มีคุณภาพและ Contribution Margin มากกว่าการเร่งขยายปริมาณผู้โดยสาร
จีนและอินเดียจะทำหน้าที่เป็นฐานหลักด้านปริมาณ ขณะที่เส้นทางระยะไกลทำหน้าที่สร้างมูลค่า เพื่อให้โครงสร้างรายได้ของการบินไทยมีความสมดุล และรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว