KEY
POINTS
นางจิระวดี คุณทรัพย์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง และแอฟริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปี 69 วางทิศทางในการขยายตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะไกล 2 แกน ประกอบด้วย
1.การขยายคุณค่าผ่านสินค้าใหม่ๆ
2.การขยายการเข้าถึงในด้านต่างๆ ผ่านโอกาสดึงสายการบินใหม่เข้ามามากขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยยังเป็นที่นิยม และเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ภายใต้แนวคิด NIYOM (นิยม) ได้แก่ 1.New Experience การมอบประสบการณ์ใหม่ อย่างคอนเสิร์ตทูมอโรว์แลนด์ ขันวิ่งมาราธอน 2.Inclusive Hospitality มอบคุณภาพบริการแบบอินคลูซีฟ 3.Year-Round Destination ผลักดันให้ท่องเที่ยวได้ตลอดปี 4.Originality & Authenticity สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่โดดเด่น ตอบโจทย์กระแสการท่องเที่ยวตามรอยคอนเทนต์และ 5.Meaningful Travel ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย
”ปี 69 มั่นใจว่าตลาดระยะไกล คาดจะเติบโตต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5% สร้างรายได้กว่า 7 แสนล้านบาท หากสถานการณ์ปกติทั้งในส่วนของภูมิรัฐศาสตร์ ภัยภิบัติ และความปลอดภัยในการเดินทาง“
ทั้งนี้ ภาพรวมในปี 68 ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในระยะไกลเติบโตได้เป็นอย่างดี ที่โดดเด่น 5 อันดับแรก ได้แก่
1.รัสเซีย 1,898,837 คน บวก 8.80%
2.สหราชอาณาจักร (ยูเค) 1,083,162 คน บวก 12.14%
3.สหรัฐ (ยูเอสเอ) 1,081,929 คน บวก 4.97%
4.เยอรมนี 965,898 คน บวก 10.60%
5.ฝรั่งเศส 816,935 คน บวก 13.34%
และมีตลาดดาวเด่นน้องใหม่คือ โปแลนด์ เที่ยวไทย 237,570 บวกกว่า 31.46% มีเที่ยวบินตรงเข้าไทย
“ตลาดระยะไกลในปี 2568 ถือว่าจบซีชั่นได้เป็นอย่างดี ตลาดนักท่องเที่ยวระยะไกลมีศักยภาพ ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยว เข้ามาเติมเต็มในบางตลาดจากตลาดระยะใกล้ที่มีนนักท่องเที่ยวลดลง“
สำหรับตลาดระยะไกลจากภูมิภาคยุโรปทุกตลาดเติบโตมากกว่า พ.ศ.2562 ก่อนโควิดทุกตลาด และในภาพรวมแล้วทุกภูมิภาค เกิน 10 ล้านคน ถือเป็นการทุบสถิติครั้งแรกในประวัติการณ์ ยังคงสะท้อนจากการทำสถิติเป็นประวัติการณ์ เติบโต 10.64% เทียบกับปี 2567 และสร้างรายได้ประมาณ 684,990 ล้านบาท ถือเป็นตัวที่ยืนยันว่า ไทยยังดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และยังมีเสน่ห์ในสายตานักท่องเที่ยวอยู่ อาจจะมีเพียงบางตลาดในตลาดระยะใกล้ที่นักท่องเที่ยวหายไป
นายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า ปี 69 ททท.จะเดินหน้าสื่อสารและกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านแคมเปญสุขทันทีที่เที่ยวไทย เพื่อสร้างความสุขแก่นักท่องเที่ยวได้ทันทีที่ออกเดินทาง โดยมุ่งส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทั้งร่างกายและจิตใจ ในรูปแบบ Holistic Travel ซึ่งเป็นมากกว่า Wellness Tourism ทั่วไป ให้การเดินทางเป็นการเติมพลังชีวิตทั้งด้านกาย ด้านใจ ด้านอารมณ์ ควบคู่กับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรักษ์โลก
รวมถึงกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านสินค้าท่องเที่ยวมูลค่าสูงภายใต้ Thailand Premium ยกระดับความหมายของคำว่าความสุขให้ลึกซึ้งและชัดเจนมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพักผ่อนหรือความสนุกในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นความสุขที่เกิดจากการเดินทางซึ่งสะท้อนตัวตน ความเชื่อ และคุณค่าภายในของแต่ละคน
สอดคล้องกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เลือกออกเดินทางอย่างมีเป้าหมาย และให้ความสำคัญกับคุณค่าทางอารมณ์มากกว่าปริมาณประสบการณ์ เราเชื่อว่า Purpose is the New Pleasure หรือการเดินทางที่มีเป้าหมายเพื่อเติมเต็มคุณค่าของชีวิต ความสุขที่ได้รับนั้นย่อมลึกซึ้งและมีความหมายมากขึ้นตามไปด้วย
“แคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย โดยตลาดในประเทศ ททท. คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวในประเทศในปี 69 ได้ถึง 1 ล้านล้านบาท และกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวไทยรวม 210 ล้านคน-ครั้ง ซึ่งจะนำไปสู่การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและชุมชนอย่างทั่วถึง”