KEY
POINTS
วันนี้ (วันที่ 10 มกราคม 2569) นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ในปี 2569 ททท. ตั้งเป้าหมายท้าทายขับเคลื่อนรายได้จากการท่องเที่ยว 3 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 36.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% สร้างรายได้ 2 ล้านล้านบาท โดยรายได้ 55% มาจากนักท่องเที่ยวระยะใกล้ และ 45% มาจากนักท่องเที่ยวระยะไกล
ส่วนเป้าหมายกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ หรือ คนไทยเที่ยวในประเทศ 210 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ 1 ล้านล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวระยะใกล้ คิดเป็นสัดส่วน 70% และนักท่องเที่ยวระยะไกล 30%
"ในปี 2569 ททท. ตั้งใจให้เป็นปีแห่งการยกระดับ ปรับสมดุล และเดินหน้าสู่คุณภาพอย่างแท้จริง เพื่อการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืน โดยตั้งเป้าหมายท้าทายรายได้ทางการท่องเที่ยวรวมสูงสุด 3 ล้านล้านบาท"
ทั้งนี้ททท.จะเน้นสร้างพลังการท่องเที่ยวไทยให้กลับมาสู่การเติบโตอย่างมีคุณภาพ ก้าวข้ามความท้าทาย ทั้งประเด็นเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลก รวมถึงปัจจัยภายในประเทศ ทั้งค่าเงินบาทแข็งค่า หนี้ครัวเรือน ปัญหาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และภัยธรรมชาติ
โดยมุ่งผลักดันการท่องเที่ยวภายใต้กรอบแนวคิด “Amazing 5 Economy” ได้แก่ Life Economy ยกระดับสินค้าและบริการของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลาง Wellness & Medical Tourism ดูแลร่างกาย เยียวยาจิตใจ และเติมเต็มความหมายให้กับชีวิต
ภายใต้แคมเปญ Healing is the New Luxury, Sub-Culture Economy เจาะกลุ่ม niche market เชิงลึกที่ทรงพลัง อาทิ Film Maker, นักกีฬา, Yacht & Cruise Tourism และ Private Jet,Night Economy” ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ยามค่ำคืน เพื่อเพิ่มเวลาและกระจายการท่องเที่ยวทั้งเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว, Circular Economy ระบบเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวที่ออกแบบให้ทรัพยากรถูกใช้หมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ
ด้วยหลักการ Reduce-Reuse-Recycle ควบคู่กับการกระจายนักท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวให้เกิดการใช้จ่ายในพื้นที่รอง และ Platform Economy การท่องเที่ยวผ่านระบบออนไลน์ ทั้งการซื้อขาย และการชำระเงินที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางอย่างไร้รอยต่อ
ทั้งยังจะเสริมแกร่งด้วย 5 กลยุทธ์การตลาดมุ่งสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ และการสร้างรายได้ Value over Volume อย่างยั่งยืน ได้แก่ สร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ “Amazing Thailand” ด้วย มาตรฐานด้านความปลอดภัย สุขอนามัย และการบริการระดับโลก, ส่งมอบประสบการณ์สู่ “Premium Destination” ด้วย Amazing 5-Economy
รักษา “ขีดความสามารถการแข่งขัน” ด้วย “Airline Focus Partnership”, ส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็น “Top of Mind Destination” ด้วย “In-market & Fragmentation Communications” และบริหาร “โอกาสและความเสี่ยง” ด้วยการสร้างสมดุลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งด้านสัดส่วนระหว่างนักท่องเที่ยวไทยกับต่างชาติ ควบคู่กับการกระจายพื้นที่ และช่วงเวลาการเดินทาง
รวมถึงการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งมี ลิซ่า มาเป็น Amazing Thailand Ambassador ของททท.ในการโปรโมทท่องเที่ยวไทย ที่จะเปิดตัวภาพยนตร์แบบเต็มในวันที่ 28 มกราคมนี้
ททท. จะต่อยอดพลังทางเศรษฐกิจ พร้อมเติมเต็มบรรยากาศแห่งความสุขในทุกฤดูกาลด้วยอีเวนต์ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ให้เทศกาล ประเพณี กิจกรรมระดับนานาชาติเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดปี 2569 แปลงไอเดียสู่สินค้าท่องเที่ยวพร้อมขาย ให้ความสำคัญกับเทรนด์ Sub-Culture ควบคู่การสานต่อโมเดล Prototype จากกระบี่ สู่ เชียงใหม่ พร้อมพื้นที่นำร่อง พังงา น่าน และเพชรบุรี สู่ Green Destination ยกระดับมาตรฐานและความยั่งยืนผ่านโครงการสำคัญ อาทิ STGs STAR Plus, CF Hotels, Trusted Thailand และ Thailand Tourism Awards
ขณะเดียวกัน ตลาดไทยเที่ยวไทย ททท. เตรียมมอบประสบการณ์ Holistic Travel กระตุ้นการใช้จ่ายสินค้ามูลค่าสูงภายใต้ Thailand Premium เชิญชวนนักท่องเที่ยวออกเดินทางค้นหาความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและภูมิปัญญา (Miracle) สร้างความสุขแห่งความทรงจำ (Memories) และการเดินทางที่คืนคุณค่าให้ตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม (Giving) ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาค พร้อมผลักดันเส้นทางท่องเที่ยว UNESCO Creative City ใน 10 จังหวัดทั่วประเทศ
ด้านตลาดต่างประเทศ ตลาดระยะไกล ชูกลยุทธ์ NIYOM โฟกัสการรักษาความนิยมไทยผ่านประสบการณ์ท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ (New Experience) คุณภาพบริการแบบ Inclusive Hospitality ผลักดันให้ท่องเที่ยวได้ตลอดปี (Year-Round Destination) สะท้อนอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่โดดเด่น (Originality & Authenticity) และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีความหมาย (Meaningful Travel)
ขณะที่ตลาดนักท่องเที่ยวระยะใกล้ เดินหน้าลงลึกเชิงรายตลาด ควบคู่การขยายตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) และตลาดมูลค่าสูง พร้อมเปิด Segment และพื้นที่ท่องเที่ยวใหม่ สร้างความสดใหม่ สดใส และเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยด้านคุณภาพและความยั่งยืน สู่ Balanced Tourism ในทุกมิติ
พร้อมกันนี้ ก้าวต่อไปของ ททท. จะมุ่งสู่การเป็น Intelligence Hub เป็นผู้สร้าง "Digital Ecosystem" โดยอาศัยข้อมูล องค์ความรู้ และการทำงานร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างระบบนิเวศแห่งความสำเร็จ โดยฝั่ง Demand ใช้การเข้าถึงนักท่องเที่ยวคุณภาพ (Amazing Thailand SuperApp) พร้อมยกระดับ Amazing Thailand สู่การเป็น Digital Tourism Platform เน้นสื่อสารถูกต้องชัดเจน เชื่อมต่อทุกบริการของ ททท. และใช้ AI Intelligent Matching ศึกษาพฤติกรรมและจับคู่นำข้อมูลสินค้าที่ตรงใจนักท่องเที่ยวที่สุด
ฝั่ง Supply ได้พัฒนา Stakeholder Portal Platform รวบรวมข้อมูลและกระบวนการเชื่อมต่อ ททท. ไว้ที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำข้อมูลสินค้าและบริการท่องเที่ยวผ่านแพลตฟอร์ม ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวคุณภาพ และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยที่แข็งแรงและยั่งยืนในระยะยาว
นอกจากนี้ ททท. เตรียมสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกการเดินทางมีความหมายลึกซึ้งและทรงคุณค่ายิ่งขึ้น สำหรับตลาดต่างประเทศ ททท. มุ่งสื่อสารผ่าน “Healing is the New Luxury” ให้ประเทศไทยเป็นดินแดนแห่งการเยียวยา พักใจ และเชื่อมโยงคุณค่าระหว่างผู้คนกับสถานที่ที่จะเติมเต็มพลังชีวิต
ด้านตลาดในประเทศ ต่อยอดแคมเปญ “สุขทันที ที่เที่ยวไทย” พร้อมเสริมศักยภาพประเทศไทยในฐานะโลเคชันถ่ายทำระดับโลก Amazing Film Location Thailand และร่วมกับพันธมิตรที่ทรงพลัง ทั้งสื่อระดับโลก แพลตฟอร์มดิจิทัล และภาคธุรกิจชั้นนำ เพื่อขยายการสื่อสารการท่องเที่ยวไทยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ
อย่างไรก็ตามตลอดปี 2568 ททท. ขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเต็มกำลังเพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญและทรงพลังในการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ และปิดปี 2568 ด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ 32.97 ล้านคน ซึ่งตลาดระยะไกลมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและมีจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 10.8 ล้านคน โดยเฉพาะตลาดสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาที่ทำนิวไฮถึง 1 ล้านคน ขณะที่ตลาดในประเทศยังคงขยายตัว จำนวนผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยทั้งสิ้น 202 ล้านคน-ครั้ง เติบโต 2.7 % ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 2.7 ล้านล้านบาท