เปิดเหตุผลททท.ดึง ‘ลิซ่า’ ตัวแทนการท่องเที่ยวไทย ตัวช่วยขับเคลื่อนท่องเที่ยวปี 2569

09 ม.ค. 2569 | 07:28 น.
อัปเดตล่าสุด :09 ม.ค. 2569 | 08:06 น.

ททท.เปิดกลยุทธ ดึง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ตัวแทนการท่องเที่ยวไทย “Amazing Thailand Ambassador” ตัวช่วยขับเคลื่อนท่องเที่ยว ปี 2569 คาดดึงนักท่องเที่ยวคุณภาพเพิ่ม 5-10 ล้านคน ดันรายได้ท่องเที่ยวไม่ต่ำกว่า 3 ล้านล้านบาท

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า ททท.ได้ร่วมงานกับ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ตอบรับทำหน้าที่เป็น ตัวแทนการท่องเที่ยวไทยAmazing Thailand Ambassador” เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวชั้นนํา เดินหน้ายกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทย

โดยมุ่งมั่นผลักดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวท่องเที่ยวชั้นนำคุณภาพสูง และสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวที่อยากเดินทางมาสร้างความทรงจําที่มีคุณค่าและไม่รู้ลืมในทุกย่างก้าวของการเดินทาง

ทั้งนี้คาดว่าแคมเปญที่ทำร่วมกันครั้งนี้ จะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวเพิ่มได้ไม่ต่ำกว่า 5-10 ล้านคน สร้างรายได้ 2.5-5 แสนล้านบาท จึงคาดหวังว่า ทั้งปี 2569 จะสามารถสร้างรายได้มากกว่าปี 2562 ซึ่งเป็นปีที่ทำรายได้ท่องเที่ยวได้ดีที่สุด อยู่ประมาณ 3 ล้านล้านบาท

ลิซ่า

สาเหตุที่เลือกลิซ่า เพราะเป็นศิลปินที่มีฐานะเป็นโกลบอลไอคอน มีผลงานที่ประสบความสำเร็จ สามารถพิสูจน์ได้อย่างยาวนาน และมีฐานแฟนคลับจำนวนมาก ซึ่งจะมาช่วยเพิ่มการมองเห็นผ่านแคมเปญที่ทำร่วมกัน เปลี่ยนจุดหมายปลายทางในการเข้ามาเที่ยวไทยไปสู่การท่องเที่ยวที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น เพิ่มการเติบโตในด้านต่างๆ

อาทิ การลิซ่า บ่นอยากกินลูกชิ้นยืนกินที่บุรีรัมย์ ก็ทำให้ลูกชิ้นยืนกินขายดีมาก สามารถต่อยอดอุตสาหกรรมอาหาร ภาพผ้าไทยที่นุ้งไปเที่ยว ก็ทำให้คนรู้จักผ้าไทยมากขึ้น เพิ่มยอดขายมากขึ้น เช่นเดียวกับยาดมหงส์ไทย ที่สร้างปรากฎการณ์ เป็นที่รู้จักในหลายประเทศทั่วโลก จึงอยากขอเชิญชวนคนไทยร่วมฉลองความสำเร็จนี้ และเป็นเจ้าบ้านที่ดีไปในตัว เผยแพร่วัฒนธรรมที่ดีงาม ประกาศความภาคภูมิใจของการเป็นคนไทย และส่งต่อไปทั่วโลก ภายใต้การนำของลิซ่าที่เป็นอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แอมบาสเดอร์

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า การทำงานร่วมกับลิซ่า และบริษัท LLOUD Co. ที่ลิซ่าเป็นผู้ก่อตั้ง ททท.ได้ลงนามในสัญญาสำหรับแคมเปญนี้ โดยครอบคลุมการทำงานร่วมกันระหว่างวันที่ 29 กันยายนปี 2568 ถึง 29 กันยายนปี 2569 ซึ่งแผนในแคมเปญนี้ คือ ลิซ่าจะร่วมแสดงในภาพยนตร์โฆษณาความยาว 60 วินาทีหนึ่งชิ้น

โดยทางททท. จะตัดต่อฟุตเทจเป็นคลิปวิดีโอความยาว 30 วินาที และ 15 วินาที รวมถึงตัวอย่างภาพยนตร์ความยาว 30 วินาทีอีกชิ้นหนึ่ง ที่จะเปิดตัวในช่วงเดือนมกราคม 2569 และมีการถ่ายภาพ 12 ภาพ

ลิซ่า blackpink

เนื่องจากบัญชีออนไลน์อินสตาแกรม ของลิซ่า มีผู้ติดตามกว่า 100 ล้านคน ทำให้สามารถมีผู้เข้าถึงจำนวนมาก จึงมีกำหนดให้โพสต์ภาพนิ่งในอินสตาแกรม 1 โพสต์ และช่องทางของบริษัท LLOUD Co. 1 โพสต์ รวมถึงททท.สามารถโพสต์ผ่านช่องทางอะเมซิ่งไทยแลนด์ที่ททท.สำนักงานในต่างประเทศ สามารถดึงไปใช้ในการทำตลาดต่างๆ ได้

ความพิเศษในการทำงานครั้งนี้คือ ลิซ่าจะเข้าร่วมงานเอ็กซ์คลูซีฟอีเวนต์พิเศษ ในปลายเดือนมกราคมปี 2569หลังจากภาพยนตร์โฆษณาออกฉายแล้ว เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวที่เป็นฐานแฟนคลับได้ร่วมกิจกรรมและเข้าร่วมอีเวนต์นี้ด้วย โดย ททท.วางแผนประชาสัมพันธ์ผ่านการสร้างการรับรู้ในทุกช่องทางออนไลน์ และผู้นำทางความคิด (เคโอแอล) เคแอลแอล โดยจะมีการจัดทำสินค้าลิมิเต็ด เอดิชั่นที่ไม่มีจำหน่ายในทุกช่องทาง ต้องเข้าร่วมกิจกรรมที่กำหนดไว้เท่านั้นจึงจะได้ อาทิ การเดินทางมาเที่ยวไทย หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวจึงจะได้รับ

ทั้งนี้เชื่อว่าจะจากตัวอย่างการร่วมงานของลิซ่ากับแบรนด์ต่างๆ อาทิ Celine ที่มีมูลค่าสื่อที่ได้รับ (อีเอ็มวี) กว่า 29 ล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้เพียงโพตส์เดียวของลิซ่า สามารถขยายฐานแฟนคลับไปได้สูงมาก โดยคาดว่าความร่วมมือครั้งนี้น่าจะดึงดูดผู้เข้าชมออนไลน์ได้อย่างน้อย 1 พันล้านคน-ครั้ง อย่างน้อย 5-10% ของการมีส่วนร่วมเหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นการท่องเที่ยวจริง หรือนักท่องเที่ยวที่ตามรอยมามากกว่า 5-10 ล้านคนภายในปี 2569 ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มแฟนคลับถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีการใช้จ่ายสูงประมาณ 50,000 บาทต่อทริป จึงสอดคล้องกับแนวโน้มการมุ้งหน้าสู่ตลาดศักยภาพสูงได้

นางฐาปนีย์ กล่าวต่อว่า ความหวังหลังมีลิซ่าเข้ามาช่วยนำเสนอประเทศไทยในแง่มุมที่ดีขึ้น ททท.อยากให้รายได้ปี 2569 กลับมาไม่น้อยกว่าปี 2562 คือไม่น้อยกว่า 3 ล้านล้านบาท แต่ ททท.ก็ไม่สามารถแบกทุกอย่างบนบ่าได้ ต้องอาศัยทุกหน่วยงานเข้ามาช่วย ทั้งความมั่นคงความปลอดภัย และผู้ที่จะเข้ามาเป็นวิสิตเตอร์ก็ต้องช่วยกันด้วยเช่นกัน

เพราะภาพลักษณ์ที่ดีก็ขึ้นอยู่กับคนในประเทศด้วย นักท่องเที่ยวไม่ได้เป็นขาเดียวของวิสิตเตอร์ทั้งหมด มีทั้งนักเดินทาง การเข้ามาจัดงาน ทำธุรกิจ หรือเรียนต่อต่างๆ โดยปี 2569 อยากทำตัวเลขให้ดีที่สุด แม้เน้นคุณภาพมากกว่า แต่ตัวชี้วัดความสำเร็จก็เป็นตัวเลขด้วย การเข้ามาขอลิซ่าก็ช่วยเรื่องความมีคุณภาพมากขึ้น