KEY
POINTS
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวปาฐกถาในงาน 55th Nation Group : THAILAND’s NEW PROSPECT หัวข้อ Keynote Speech | THAILAND’s NEW PROSPECT ว่าอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกำลัง “แบกความหวังของประเทศ” ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติ ภาพลักษณ์ และภูมิรัฐศาสตร์
ซึ่งประเทศไทยต้อง “ปรับและเปลี่ยนอย่างชาญฉลาด” ใช้นวัตกรรมควบคู่กับความเชื่อและจิตวิญญาณ สร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทย
“ยุคใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ไม่ใช่การนับจำนวนนักท่องเที่ยว แต่คือการสร้าง ‘ผู้ชื่นชม’ ประเทศไทย ทิศทาง Values over Volume ตั้งเป้ายกระดับคุณภาพรายได้และความหมายของการเดินทาง มากกว่าการไล่ตัวเลข
10 เดือนแรกถึงตุลาคม นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย 27.76 ล้านคน แม้ตลาดระยะใกล้บางส่วนชะลอจากปัจจัยลบต้นปี แต่ ค่าใช้จ่ายต่อทริป (spending per trip) เพิ่มขึ้น ตามการขยายตัวของตลาดระยะไกล เช่น ยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาใต้ และสหรัฐฯ ประกอบกับเที่ยวบิน เส้นทางใหม่ที่ทยอยเปิด ช่วยเติมรายได้คุณภาพเข้าสู่ระบบ
ด้านภาพรวมเศรษฐกิจ GDP ช่วงปลายปี 1.8–2.3% ว่าเป็น “สัญญาณบวก” และท่องเที่ยวพร้อมเป็นแรงขับสำคัญเสริมการเติบโต
ททท.จะขยาย “โอกาสใหม่” ผ่าน 5 เศรษฐกิจท่องเที่ยวเป้าหมาย ได้แก่
1.Wellness Economy ไทยยืนหนึ่งฐานบริการสุขภาพการแพทย์ โรงพยาบาลมาตรฐานสากล รองรับทั้งกลุ่ม Silver Age, ผู้เกษียณ และนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาการ healing และ prevention
2.SUB-Culture Economy เจาะ “ดีเอ็นเอความสนใจ” เฉพาะกลุ่ม เช่น maker, vintage & hyper car, LGBTQ, นักชิมที่ตามล่าร้านเชฟ สไตล์เฉพาะ ฯลฯ ผ่านการสื่อสารออนไลน์แบบเชื่อมเครือข่าย
3.Night Economy ยกระดับมาตรฐาน กฎระเบียบ และสภาพแวดล้อมเมืองหลักเมืองรอง เพื่อขยายช่วงเวลาใช้จ่าย
4.Tax-Free Economy ผลักดันมาตรการภาษี เขตปลอดอากรในเมืองท่องเที่ยวหลัก–รอง เพื่อยกระดับไทยสู่ Thailand Luxury Destination
5.Prompt-Pay Economy ทำให้จ่ายได้ทุกที่เชื่อมระบบชำระเงินปลอดภัย รองรับพฤติกรรมนักท่องเที่ยว cashless society
ททท.กำหนดโรดแมป “6S” เพื่อยกระดับโครงสร้างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั้งห่วงโซ่
1.Smart Experience: ใช้ AI และดิจิทัลผสานออฟไลน์-ออนไลน์ ยกระดับประสบการณ์ตั้งแต่ชุมชนถึงผู้ประกอบการ
2.Soundness with Wellness: ตอบเทรนด์ดูแลสุขภาพ/ดีท็อกซ์ใจ มากกว่า 50% ของนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญ
3.Segmentation for Competition: รักษาฐานเดิม ขยายฐานใหม่แบบ customize เจาะลึกเชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น และต่อยอด “5 Musts” (Must Do/See/Try/Taste/Buy) ครบ 77 จังหวัด พร้อมยกระดับเทศกาล–ประเพณีสู่เวทีโลก
4.Story to Tell: สื่อสาร P2P – People to People ให้คนไทยเป็นนักสื่อสารที่มีเสน่ห์ ทั้งออฟไลน์–ออนไลน์ ลดผลกระทบ “น้ำผึ้งหยดเดียว” ต่อภาพลักษณ์
5.Sustainable Tourism: เดินหน้ามาตรฐานความยั่งยืน และเชื่อมแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเร่งเปลี่ยนผ่านสีเขียว
6. Safety & Security : เปิดตัวแบรนด์ความเชื่อมั่น Trusted Thailand ย้ำ 4 เงื่อนไขหลัก—CCTV 24 ชม. ณ สถานประกอบการ, ระบบชำระเงินปลอดภัย, การสื่อสารหลายภาษา Local Language ผ่านแอป, และ การเข้าถึงขนส่งสาธารณะในแหล่งท่องเที่ยว
นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า ความหรูหราใหม่ (New Luxury)” ว่าไม่ใช่ราคาแพง แต่คือ “คุณค่าที่เยียวยาจิตใจ” ผ่านประสบการณ์เชื่อมโยงผู้คน–ธรรมชาติ–วัฒนธรรม ให้การมาเยือนไทย “มีความหมาย” และ “จดจำได้” พร้อมผลักดันไทยเป็น Premium Destination ด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์
อนาคตท่องเที่ยวโลก “จะไม่ถูกจำด้วยจำนวนเครื่องบินที่ลงสนามบิน แต่ด้วยคุณค่าที่ผูกพันกับผู้คนเมื่อเหยียบแผ่นดินไทย” และเชื่อว่าหากทุกภาคส่วนร่วมมือกัน ประเทศไทยยังคงรักษาสถานะ World-Class Destination ได้อย่างมั่นคง