"ผ่านโยบายเศรษฐา" ดันไทยเป็น "ศูนย์กลางการบิน-การท่องเที่ยว"

28 ก.พ. 2567 | 12:11 น.

เปิดวิสัยทัศน์ “นายกฯเศรษฐา ทวีสิน” ยกระดับประเทศไทยเป็นฮับศูนย์กลางการบินและการท่องเที่ยว ในการปาฐกถาพิเศษ Thailand New Era ก้าวใหม่ประเทศไทย

จับตาช่วงเช้าวันที่ 1 มีนาคม 2567 เวลา 09.00น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะเปิดแถลงใหญ่ “แผนพัฒนาการเป็นศูนย์กลางการบินการขนส่งของภูมิภาค” ที่ทำเนียบรัฐบาล 

แต่หากพูดถึงนโยบายของการผลักดันให้ไทยเป็นฮับของการบินและการท่องเที่ยว ก่อนหน้านี้ นายเศรษฐา กล่าวปาฐกถาพิเศษตอนหนึ่งในงานดินเนอร์ ทอล์กของ ฐานเศรษฐกิจ ในหัวข้อ "Thailand New Era ก้าวใหม่ประเทศไทย" 

ได้ฉายภาพให้เห็นว่า เชื่อว่าทุกคนทราบดีถึงศักยภาพการท่องเที่ยวของประเทศ รัฐบาลมาแล้ว 6 เดือน งบประมาณยังไม่ได้ใช้ซักบาท นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจมาจากการท่องเที่ยว ทั้งนโยบายวีซ่าฟรีจีน ที่มีคนต่อว่ามาทำไมให้วีซ่าฟรีเขาฝ่ายเดียวศักดิ์ศรีเราอยู่ตรงไหน เราเป็นประเทศเล็ก แต่เราก็มีศักดิ์ศรีของเรา เรามั่นใจถ้าเรามีจิตใจดี มีเจตจำนงค์ที่ดีในช่วงที่เขาอยากมาเที่ยวไทยในช่วงโกลเด้นวีค มั่นใจในศักยภาพของกระทรวงการต่างประเทศที่จะไปต่อรองมาแล้วให้เราเป็นวีซ่าฟรีทั้งสองทางได้ 

"ผ่านโยบายเศรษฐา" ดันไทยเป็น "ศูนย์กลางการบิน-การท่องเที่ยว"

“วันที่ 1 มีนาคม 2567นักธุรกิจที่ลำบากในการไปทำวีซ่าไปจีน เผื่อท่านไม่ทราบครับ ไม่ต้องไปทำแล้วนะครับ และจะมีนโยบายเหล่านี้ออกมาเรื่อยๆ เพื่อฉายศักยภาพประเทศไทยในทุกมิติให้เกิดขึ้นได้ นี่แค่เรื่องเดียวครับที่สนับสนุนการท่องเที่ยว อีกหลายประเทศจะตามมาครับ” 

นายกฯ กล่าวอีกว่า เรื่องต่างจังหวัดคนที่มาจุดประกายคือนายกรัฐมนตรี เวียดนาม ท่านมากระซิบบอกว่าประเทศไทยเก่งมากเรื่องท่องเที่ยว ควรจะเป็นเซ็นเตอร์ใหญ่ของภูมิภาค เวียดนาม กัมพูชา ลาว มาเลเซีย และเมียนมาเมื่อเขากลับมาแล้ว และบรูไน

“ผมก็เอ๊ะ ว่าทำไมเวียดนามมายกยอเราขนาดนี้ แต่ก็เป็นความจริง เพราะดีดีการบินไทยก็อยู่นี่และคงทราบว่าเวียดเจ็ตของเขาเจริญขนาดไหน เป็นโลวคอสต์แอร์ไลน์แห่งเดียวที่สั่งซื้อเครื่องบินเพิ่มระหว่างโควิด ไม่ใช่หลังโควิด เขามียุทธศาสตร์ที่แข็งแกร่งมาก ถ้าเขาให้ไทยเป็นฮับที่แข็งแกร่งในภูมิภาคได้ สามารถเดินทางเข้าออกแบบเชนเก้งได้ เข้าออกสะดวกสบาย เราจะไม่ได้มีแค่ 70 ล้านคน  แต่เราจะมี 200 กว่าล้านคน เป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าคิด และเราได้ลงมือทำไปแล้วโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา”

"ผ่านโยบายเศรษฐา" ดันไทยเป็น "ศูนย์กลางการบิน-การท่องเที่ยว"

ปลุกการท่องเที่ยวเมืองรอง

นายกฯ กล่าวอีกว่า เมืองรองไม่ใช่แค่ เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ต หัวหิน กรุงเทพ ขอนแก่น เรายังมีเมืองรองที่น่าไปอีกเยอะ มีอาหาร วัฒนธรรม ที่ดีเด่น แต่การไปหาสู่อาจจะแพง หรือลำบากใช้เวลานาน ไม่มีสนามบินรอง แต่ถ้าท่านไปอีสานหลายจังหวัดที่น่าไปมาก

“ฝากดีดีการบินไทยเอาไว้ด้วยเพราะว่าค่าเครื่องบินแพงเหลือเกิน แล้วลูกสาวผมจะไปสิงคโปร์ เขาบอกว่าตั๋วไปสิงคโปร์ถูกกว่าตั๋วไปภูเก็ตอีก มันเป็นเรื่องที่ทำให้การท่องเที่ยวขยายตัวออกไปไม่ได้ ก็ต้องมีการแก้ไขต่อไป อย่าบอกว่าเป็นปัญหาก็แล้วกัน แต่บอกว่าเป็นศักยภาพที่เราพัฒนากันต่อไปได้”

 

เปิดแผนยกระดับสนามบิน

นายเศรษฐา กล่าวด้วยว่า การสร้างรันเวย์ สร้างเทอร์มินอลใหม่ ซื้อระบบคอมพิวเตอร์ทำให้การเข้าออกสะดวกสบาย แต่ถ้าท่านบินอีโคโนมี่คลาสแล้วบินแต่ละครั้งจะใช้เวลา 2 - 2.30 ชม. ซึ่งต้องรับทราบปัญหาก่อนว่าเราจะฉายศักยภาพออกมาได้อย่างไร ถ้าท่านเคยไปอังกฤษ ขาออกผู้โดยสารสามารถเดินออกได้เลยหลังจากเช็คอิน เช็คตั๋วแล้ว ข้อมูลก็จะลิงค์กันว่าทำผิดหรือไม่  แต่ที่ไทยไม่ใช่เพราะระบบแยกกันหมด 

“อยากให้ลองจิตนาการว่า ถ้าท่านเช็คอินเสร็จแล้วเดินออกได้เลยนักท่องเที่ยวจะมีความสุข มีเวลาอยู่ในสนามบินหรือท่องเที่ยวในเมืองมากขึ้น 2-3 ชั่วโมง ก็เพิ่มรายได้ให้ประเทศ”

การยกระดับระบบไอที การสร้างทอมินัลใหม่ ระบบสะพานกระเป๋า ที่เสียดายผ่านกระบวนการ ตม. 15 นาที แต่มารอกระเป๋าอีก 45 นาที ก็ไม่อยากให้เป็นกระสบการณ์ที่ไม่ดีกับนักท่องเที่ยว รวมทั้งตารางการบินก็มีปัญหา หลายสายการบินมาก็พักนานเขาก็ไม่อยากมา เขาก็ไปสิงคโปร์ 

ที่ต้องทราบคือ ถ้าใช้สนามบินสุวรรณภูมิ หรือ สนามบินดอนเมืองเป็นทางผ่าน ถึงแม้จะ 2-3 ชั่วโมง ถ้าเขาเห็นรอยยิ้ม สัมผัสอาหาร ได้ดูงานที่ขายในสนามบิน ก็เป็นไปได้ที่เขาจะมาในปีหน้า แลนด์ดิ้งฟรีของเราสูง แต่ดีเลย์ฟรีเราต่ำ ขณะที่ต่างประเทศแลนด์ดิ้งฟรีต่ำ แต่ดีเลย์ฟรีสูง เราต้องทำเหมือนเขาหรือไม่

นายกฯ กล่าวอีกว่า สนามบินดอนเมืองตอนนี้แน่นแล้ว ประหลาดดีมีสนามกอล์ฟอยู่ข้างๆ ซึ่งท่านผู้บัญชาการทหารอากาศทราบว่าเรามีนโยบายการยกระดับสนามบินขึ้นมาท่านก็ใจดีพอที่จะคุย และเห็นความสมควรที่จะคิดเรื่องการส่งมอบสนามกอล์ฟคืนให้กับการท่าเพื่อพัฒนาสนามบินต่อ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เป็นก้าวใหม่ที่ฝ่ายบริหารทำงานร่วมกับฝ่ายความมั่นคง มองตาก็รู้ใจ

“ไม่ใช่แค่เรื่องการคืนสนามกอล์ฟอย่างเดียว แต่เรื่องการจัดตารางการบิน การซ้อมของกองทัพก็ทำให้ดีขึ้น เหมาะสมขึ้น การบินไทยจะได้สีสลอตในการแลนด์ดิ้งที่ดีถี่ขึ้น เหมาะสมขึ้น”

 

 

ดึงนักท่องเที่ยวไฮเอ็น-มหาเศรษฐีเข้าไทย

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า หลายท่านอยากให้ไทยเป็นไฮเอ็นทัวร์ลิซึ่ม มีคนเข้ามาแล้วใช้จ่ายสูง มีคนมัวดีใจว่าเรามีนักท่องเที่ยวปีละ 40-50 ล้านคน จริงๆแล้วจำนวนเยอะก็ดี แต่จำนวนวันที่อยู่ และจำนวนการใช้จ่ายต่อหัวก็สำคัญ มหาเศรษฐีโลกอยากจะมาปีใหม่ที่ภูเก็ตก็เปลี่ยนแผนเยอะมาก เพราะที่จอดไพรเวทเจ็ตไม่มี ปัญหาเล็กน้อยเหล่านี้ต้องนำมาคิด คอร์สที่ต้องไปจอดสิงคโปร์หรือที่อื่นที่มีที่จอด ทำให้เขาไปที่อื่นดีกว่า เขาก็ไม่มา ซึ่งรัฐบาลจะดูให้ครบทุกมิติ

รวมทั้งศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินส่วนตัว หลายคนอยากมาซ่อมที่นี่ เพราะที่ไทยตอนนี้มีเศรษฐีเยอะมาก มีคนที่มีไพรเวทเจ็ตมากกว่าที่สิงคโปร์ ฉะนั้นชอบหรือไม่ชอบก็ตามที แต่เป็นโอกาสที่จะดึงนักท่องเที่ยวระดับไฮเอ็นให้เข้ามาให้ได้ และเป็นโอกาสในการยกระดับสนามบินของประเทศ ต้องใส่ใจในเรื่องพวกนี้ ต้องพูดคุยอย่างบูรณาการ รัฐบาล การท่าอากาศยาน สายการบิน การบินไทย

“การบินไทยเป็นการสายการบินแห่งชาติที่รัฐบาลถือหุ้นอยู่กว่า 50% เป็นสายการบินแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ ต้องตอบสนองนโยบายรัฐบาลและผู้ถือหุ้น ไม่เช่นนั้นเราเดินไปข้างหน้าไปไม่ได้ รัฐบาลมีความตั้งใจดี ประสงค์ดีอยากให้สายการบินแห่งชาติกลับมาใหม่อีกครั้ง” นายกฯ กล่าว