รมว.ท่องเที่ยว“สุดาวรรณ” ชงท่องเที่ยวขอเอี่ยวใช้เงิน "ดิจิทัลวอลเล็ต"

13 ต.ค. 2566 | 08:54 น.

รมว.ท่องเที่ยว “สุดาวรรณ”ชงขอเอี่ยวใช้เงิน ดิจิทัลวอลเล็ต โดยขอให้กันเงินจำนวนหนึ่งจาก 1 หมื่นบาทสามารถนำมาใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวได้ด้วย พร้อมเสนอของบกลาง 600 ล้านบาท ให้ททท.บูสต์ท่องเที่ยวรับไฮซีซั่นนี้

นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่ากระทรวงท่องเที่ยวฯยังจะเสนอให้โครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะนำเงินส่วนหนึ่งจาก 10,000 บาท ให้ประชาชนนำมาใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวได้

สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล

โดยเฉพาะการท่องเที่ยวในเมืองรอง เช่น อาจจะกัน 3,000 บาทสำหรับการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวให้เกิดการเดินทางข้ามจังหวัด ส่วนอีก 7,000 บาทก็จะเป็นการใช้จ่ายสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค ภายในรัศมีที่กำหนด เป็นต้น

รวมไปถึงการผลักดันเรื่องของการขยายเวลาปิดสถานบันเทิง ในพื้นที่นำร่องบางโซน ในกรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ ที่จะต้องหารือกับกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าพื้นที่ไหนจะขยายเวลาปิดออกไปจากปัจจุบัน หรือพื้นที่ไหนจะเปิด 24 ชั่วโมง ซึ่งต้องพิจารณาเรื่องของการดูแลรักษาความปลอดภัยด้วย

สำหรับการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไฮซีซันนี้ นอกจากรัฐบาลจะมีมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Exemption) หรือวีซ่าฟรี ให้กับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน เป็นระยะเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2566 – 29 ก.พ. 2567 แล้ว ในเร็วๆนี้ก็จะมีการออกมาตรการเรื่องของวีซ่าเพิ่มเติมในเฟส 2

โดยอาจจะเป็นวีซ่าฟรี หรือ การขยายวันพำนักในไทย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในตลาดเป้าหมาย ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาข้อสรุปก่อนจะประกาศต่อไป

สำหรับมาตรการวีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวจีน จะมีส่วนช่วยทำให้นักท่องเที่ยวจีนตัดสินใจเดินทางมาเที่ยวไทย จากที่ในขณะนี้ (วันที่ 1 ม.ค. – 8 ต.ค. 2566) ไทยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาแล้ว 2.58 ล้านคน แม้จะยังห่างไกลจากก่อนเกิดโควิด-19 เมื่อปี 2562 ที่มีจำนวนมากถึง 11 ล้านคนก็ตาม แต่จีนก็ยังเป็นตลาดหลักของไทย

รมว.ท่องเที่ยว“สุดาวรรณ” ชงท่องเที่ยวขอเอี่ยวใช้เงิน \"ดิจิทัลวอลเล็ต\"

ส่วนกรณีเหตุกราดยิงที่สยามพารากอน รัฐบาลนำโดยนายกเศรษฐา รวมถึงภาคเอกชน ก็เสียใจและเข้าไปเยียวยา ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทันที ส่วนการชลอตัวของนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงไปจากสัปดาห์ก่อนหน้า ยังต้องประเมินสถานการณ์ก่อน เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วง golden week ที่มีคนจีนเดินทางเข้ามาเที่ยวมากกว่าปกติอยู่แล้ว

นอกจากนี้เพื่อเป็นการบูสต์ท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ต่อเนื่องถึงสงกรานต์ปีหน้า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนจะดำเนินการใน 4 โครงการ โดยจะขอใช้งบกลางเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวทั้งไทยเที่ยวไทยและต่างชาติเที่ยวไทย วงเงิน 600 ล้านบาท เพราะการจัดสรรงบประมาณปี 2567 ยังต้องใช้เวลา

ขณะที่ปัจจุบันการใช้เงินงบประมาณภายใต้กรอบงบประมาณปี 2566 ไปพรางก่อน จะยังไม่สามารถใช้งบเพื่อเป็นบูสเตอร์ช็อตท่องเที่ยวได้ ทั้งๆที่กำลังจะเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นแล้ว กระทรวงท่องเที่ยวฯได้ส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแล้ว เพื่อเตรียมจะรอนำเสนอเข้าครม.พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้แผนบูสต์เตอร์ช็อตกระตุ้นท่องเที่ยว วงเงิน 600 ล้านบาท จะเป็นการใช้งบเพื่อกระตุ้นในประเทศและการจัดกิจกรรมในประเทศ วงเงิน 500 ล้านบาท และกระตุ้นตลาดต่างประเทศ วงเงิน 100 ล้านบาท ที่จะประกอบไปด้วย 4 โครงการ ได้แก่

  •  Amazing Thailand Passport Privileges งบประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ของไทยเป็นจุดมุ่งหมายของการช้อปปิ้งเพิ่มขึ้นและขยายลูกค้าใหม่จากต่างประเทศ
  • Thailand Festival Experience 5 ภาค งบประมาณ 200 ล้านบาท คาดว่าจะก่อให้เกิดรายได้ไม่น้อยกว่า 1,100 ล้านบาท
  •  Marketing & PR Forced-move งบประมาณ 150 ล้านบาท ผลที่คาดว่าจะได้รับจากตลาดทั่วโลกทุกทวีป 30,000 ล้านบาท
  • The Link Local to Global งบประมาณ 100 ล้านบาท ก่อให้เกิดรายได้ไม่น้อยกว่า 560 ล้านบาท