thansettakij
thansettakij
เดอะมอลล์ ผนึก 3 ภาคี ดึงเทศกาลดิปาวลี ยกระดับการท่องเที่ยวไทย

เดอะมอลล์ ผนึก 3 ภาคี ดึงเทศกาลดิปาวลี ยกระดับการท่องเที่ยวไทย

30 ต.ค. 69 | 11:54 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ต.ค. 69 | 12:08 น.

เดอะมอลล์จับมือ 3 ภาคี ‘ททท. - สมาคมอินเดียฯ-สมาคมการค้าและการท่องเที่ยวไทย–อินเดีย เดินหน้ากลยุทธ์ Tourism Marketing ต่อยอดแนวคิด From Volume to Value

KEY

POINTS

  • เดอะมอลล์ กรุ๊ป ร่วมมือกับ 3 ภาคี ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย (IAT) และสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวไทย–อินเดีย (TITTA)
  • จัดงานเทศกาล “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026” ณ ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรม
  • เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาดเพื่อการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนจากการเน้นปริมาณนักท่องเที่ยว (Volume) มาเป็นการสร้างคุณค่าและประสบการณ์ (Value)
  • มุ่งเป้าหมายที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียซึ่งเป็นตลาดที่มีการเติบโตสูง และสร้างความเชื่อมโยงกับชุมชนชาวอินเดียในประเทศไทย

การปรับตัวของธุรกิจศูนย์การค้าไทยในยุคหลังการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลก จำเป็นต้องอาศัยกลยุทธ์เชิงลึกมากกว่าการพึ่งพาเพียงปริมาณนักท่องเที่ยว เดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงเล็งเห็นความสำคัญของการยกระดับจากการดึงดูดผู้เยี่ยมชมจำนวนมาก มาเป็นการสร้างมูลค่าและความสัมพันธ์ในระยะยาว ผ่านการดึงเทศกาลวัฒนธรรมระดับสากลอย่างเทศกาลดีปาวลีเข้ามาสร้างประสบการณ์ร่วมภายในพื้นที่ศูนย์การค้าการค้าหลักใจกลางเมือง

พลิกกลยุทธ์การตลาดการท่องเที่ยว

นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป ทำ Tourism Marketing เริ่มจากความเข้าใจว่า อะไรมีคุณค่ามากพอที่ผู้คนจะเลือกเดินทางมาหาเรา เพราะสิ่งที่ Destination ทั่วโลกแข่งขันกันในวันนี้ ไม่ใช่เพียงจำนวนผู้มาเยือน แต่คือ เวลาและความสนใจของนักเดินทาง ที่มีตัวเลือกจากทั่วโลก การตลาดจึงต้องเริ่มจาก Customer Insight และนำความเข้าใจนั้นมาสร้างเหตุผลที่สอดคล้องมากพอให้ผู้คนเลือกมา ใช้เวลา บอกต่อ และกลับมาอีกครั้ง

เดอะมอลล์ ผนึก 3 ภาคี ดึงเทศกาลดิปาวลี ยกระดับการท่องเที่ยวไทย

ในสภาวะการแข่งขันของจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวระดับสากล (Global Destination) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทั่วโลก โจทย์สำคัญของศูนย์การค้าและผู้ประกอบการท่องเที่ยวไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การเพิ่มตัวเลขจำนวนผู้มาเยือน (Visitor Volume) อีกต่อไป แต่เป็นการชิงพื้นที่เวลาและความสนใจของผู้เดินทางที่มีตัวเลือกหลากหลาย เดอะมอลล์ กรุ๊ป ได้ดำเนินแนวทางการตลาดการท่องเที่ยวภายใต้แนวคิด "Tourism Transformation: From Volume to Value"

ผลประกอบการในช่วงเดือนมกราคมถึงกันยายน 2569 สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพของทิศทางดังกล่าว โดยศูนย์การค้าในเครือเดอะมอลล์ กรุ๊ป มีอัตราการเติบโตของยอดการช้อปปิ้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยรวมเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

ในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการ กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดียถือเป็นหนึ่งในกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตนี้มาจากการวิเคราะห์และเข้าใจข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภค (Customer Insight) ที่ครอบคลุมมากกว่าตัวเลขเชิงสถิติทั่วไป

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป

เชื่อมโยง Community Ecosystem สู่ย่านนานาชาติ

ความเข้าใจเชิงลึกในโครงสร้างของกลุ่มผู้บริโภคชาวอินเดีย นำไปสู่การมองเห็นความเชื่อมโยงในระบบนิเวศชุมชน (Community Ecosystem) ซึ่งแบ่งออกเป็นสามกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มชาวไทยเชื้อสายอินเดียที่เกิดและเติบโตในประเทศไทย (Thai-born Indian Community)

กลุ่มชาวอินเดียที่พำนักและทำงานอยู่ในประเทศไทย (Indian Expats) และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย (Indian Tourists) การทำการตลาดของเดอะมอลล์ กรุ๊ป จึงไม่ได้มองนักท่องเที่ยวอินเดียแยกออกจากชุมชนอินเดียที่อาศัยอยู่ในประเทศ แต่มองเป็นเนื้อเดียวกันที่สามารถเกื้อหนุนและส่งเสริมซึ่งกันและกันได้

โดยเฉพาะในพื้นที่ย่านสุขุมวิทและเอ็มดิสทริค (EM DISTRICT) ซึ่งจัดเป็นหนึ่งในย่านนานาชาติที่สำคัญที่สุดของกรุงเทพมหานคร พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของการใช้ชีวิต การทำงาน และการทำธุรกิจร่วมกันระหว่างคนไทย ชาวต่างชาติ และชุมชนผู้พำนักชาวต่างชาติ (Expat Communities) จากหลากหลายวัฒนธรรม

อีกทั้งยังเป็นย่านยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในด้านการพักอาศัย การรับประทานอาหาร การช้อปปิ้ง และการดำเนินไลฟ์สไตล์ การทำตลาดองค์กร (Corporate Marketing) จึงใช้ชุมชนผู้พำนักอาศัย (Resident Community) เป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ไปยังประเทศต้นทาง

เนื่องจากชุมชนเหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรม (Cultural Relevance) และเป็นกระบอกเสียงสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์ไปยังครอบครัว เพื่อน และเครือข่ายนักเดินทางในต่างประเทศ

เดอะมอลล์ ผนึก 3 ภาคี จัดงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026”  ณ เอ็มควอเทียร์

ผนึก 3 ภาคีดึง “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026”

เดอะมอลล์ กรุ๊ปผสานความร่วมมือครั้งสำคัญกับ 3 องค์กรยุทธศาสตร์ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมอินเดียแห่งประเทศไทย (Indian Association of Thailand: IAT) และสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวไทย–อินเดีย (Thai-India Tourism and Trade Association: TITTA) ในการนำงาน “Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026” มาจัดขึ้น ณ บริเวณควอเทียร์ อเวนิว ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ (EM DISTRICT)

“การนำเทศกาลดีปาวลีซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญทางวัฒนธรรมมาจัดไว้ใจกลางเมือง ถือเป็นการเปลี่ยน Cultural Moment ให้เป็น Tourism Opportunity โดยอาศัยศักยภาพของเทศกาลในการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างผู้คนผ่านมิติต่าง ๆ ทั้งอาหาร ดนตรี ศิลปะ แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ขณะเดียวกันยังเปิดโอกาสให้ชุมชนชาวอินเดียในประเทศไทยได้มีส่วนร่วมโดยตรงในการถ่ายทอดวัฒนธรรมและสร้างประสบการณ์ร่วมที่มีความหมายให้กับทั้งคนไทย ชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”

เสาหลัก Destination Marketing และแคมเปญกระตุ้นการใช้จ่าย

  1. Curate Experiences: การคัดสรรและจัดวางประสบการณ์ที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับวิถีชีวิตของเมืองได้อย่างลงตัว
  2. Bring Culture to Life: การเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีให้กลายเป็นประสบการณ์ร่วมสมัยที่ผู้คนสามารถสัมผัส มีส่วนร่วม และเข้าถึงได้จริง
  3. Build a Destination Ecosystem: การเชื่อมโยงทุกองค์ประกอบของประสบการณ์เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างเหตุผลที่แข็งแกร่งในการดึงดูดให้ผู้คนเดินทางมาและอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง

ความร่วมมือกับภาคีทั้งสามส่วนช่วยเปลี่ยนการทำการตลาดจากการสร้างเพียง Event Awareness ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์เชิงลึกกับตลาดเป้าหมายในระยะยาว นอกจากนี้ เพื่อตอบรับกับช่วงเวลาดีปาวลี ซึ่งเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียมีสถิติการเดินทางและการช้อปปิ้งสูงสุดของปีด้วย