
ไมเนอร์ ฟู้ด รุกตลาดโลกตั้งเป้า 4,500 สาขาปี 72 เสริมทัพแฟรนไชส์-เปิดแบรนด์ใหม่
ไมเนอร์ ฟู้ด เร่งขยายอาณาจักรร้านอาหารทั้งไทยและต่างประเทศ ตั้งเป้า 4,500 สาขาทั่วโลกภายในปี 2572 ชูบอนชอนเป็นหัวหอกบุกตลาดใหม่ ผนึก OR-Lotus’s ต่อจิ๊กซอว์แฟรนไชส์ในไทย พร้อมเปิด CHIHO RAMEN แบรนด์ใหม่ ตั้งเป้า 100 สาขาใน 3 ปี
KEY
POINTS
- ไมเนอร์ ฟู้ด ตั้งเป้าขยายสาขาร้านอาหารทั่วโลกให้มากกว่า 4,500 สาขาภายในปี 2572 โดยเน้นกลยุทธ์การเติบโตผ่านระบบแฟรนไชส์
- ใช้แบรนด์ "บอนชอน" เป็นหัวหอกในการบุกตลาดต่างประเทศ พร้อมขยายแบรนด์อื่น ๆ ในพอร์ตสู่ตลาดที่มีศักยภาพ เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย
- ในประเทศไทย จับมือกับพันธมิตรอย่าง OR และ Lotus’s เพื่อเร่งขยายสาขาแฟรนไชส์ในสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่ค้าปลีก
- เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ "CHIHO RAMEN" ซึ่งเป็นร้านราเมงสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการลงทุนแฟรนไชส์ โดยตั้งเป้าเปิด 100 สาขาใน 3 ปี
บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เดินหน้าปรับกลยุทธ์ขยายธุรกิจร้านอาหารผ่านระบบแฟรนไชส์ เร่งสร้างการเติบโตทั้งในประเทศไทยและตลาดต่างประเทศ โดยตั้งเป้ามีร้านอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 4,500 สาขาทั่วโลกภายในปี 2572 จากปัจจุบันมีเครือข่ายกว่า 3,000 สาขา ใน 27 ประเทศ และมีแบรนด์ในพอร์ตกว่า 40 แบรนด์ พร้อมเพิ่มสัดส่วนการเติบโตผ่านพันธมิตรแฟรนไชส์ ภายใต้กลยุทธ์ Asset-Light
ไมเนอร์ ฟู้ด รุกตลาดโลก
นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทต้องการยกระดับการเติบโตสู่ระดับโลกมากขึ้น โดยอาศัยประสบการณ์ในธุรกิจร้านอาหารกว่า 40 ปี ทั้งด้านการพัฒนาแบรนด์ การบริหารร้าน และระบบสนับสนุนแฟรนไชส์ เพื่อขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรที่มีศักยภาพในแต่ละตลาด
ปัจจุบันเครือข่ายร้านอาหารของไมเนอร์ ฟู้ด ทั่วโลกมีสัดส่วนร้านแฟรนไชส์ประมาณ 50% ขณะที่ในประเทศไทยมีร้านอาหารภายใต้เครือรวมประมาณ 1,900 สาขา ทั้งร้านที่บริษัทดำเนินการเองและร้านแฟรนไชส์ โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจผ่านพันธมิตรมากขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาแบรนด์ใหม่และเพิ่มช่องทางเข้าถึงผู้บริโภค
บอนชอนหัวหอกบุกตลาดโลก
หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือการขยายแบรนด์บอนชอน (Bonchon) สู่ตลาดต่างประเทศ หลังไมเนอร์ ฟู้ด เข้าซื้อกิจการ Bonchon International และได้รับสิทธิในการขยายแบรนด์ในตลาดต่างประเทศทั่วโลก ยกเว้นสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันบอนชอนมีเครือข่ายมากกว่า 500 สาขาทั่วโลก แบ่งเป็นในสหรัฐฯ ประมาณ 150 สาขา และตลาดนอกสหรัฐฯ ประมาณ 350 สาขา โดยไมเนอร์ ฟู้ด มองโอกาสขยายแบรนด์เพิ่มเติมในเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรป อาศัยความนิยมอาหารเกาหลีและกระแส K-Culture สนับสนุนการเติบโต
สำหรับรูปแบบร้าน บอนชอนมีแนวทางขยายผ่านร้านอาหารที่เน้นการรับประทานภายในร้าน (Dine-in) มากกว่ารูปแบบร้านฟาสต์ฟู้ด โดยบริษัทเดินหน้าขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่อง ทั้งมาเลเซียและไต้หวัน ซึ่งมีการขยายสาขาแล้ว และเตรียมเข้าสู่สิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ซึ่งจะเป็นตลาดลำดับที่ 10 ของแบรนด์
นอกจากบอนชอนแล้ว ไมเนอร์ ฟู้ดยังใช้แบรนด์เดิมในพอร์ตเป็นกลไกขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเดอะ พิซซ่า คอมปะนี ในเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 88 สาขา ถือเป็นตลาดสำคัญรองจากไทย ปี 2569 มีแผนเปิดเพิ่ม 7 สาขา และตั้งเป้าขยับสู่การเป็นแบรนด์พิซซ่าอันดับ 1 ในเวียดนามในปี 2570
ส่วนอินโดนีเซียเป็นอีกตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญ โดยมีแบรนด์แดรี่ควีน (Dairy Queen) และ GAGA รวมกันประมาณ 100 สาขา ขณะที่เดอะ พิซซ่า คอมปะนี เริ่มขยายตลาดและตั้งเป้ามี 8 สาขาภายในสิ้นปี 2569 ก่อนเพิ่มเป็น 20 สาขาในปี 2570
จับมือ OR-Lotus’s ขยายแฟรนไชส์ในไทย
สำหรับตลาดประเทศไทย ไมเนอร์ ฟู้ด เดินหน้าขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรที่มีพื้นที่ค้าปลีกและทำเลพร้อมให้บริการอยู่แล้ว โดยในปี 2569 บริษัทได้ลงนามความร่วมมือกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR และ Lotus’s เพื่อเพิ่มโอกาสขยายสาขาร้านอาหารผ่านสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่ค้าปลีก
ความร่วมมือกับพันธมิตรช่วยให้บริษัทต่อยอดการขยายสาขาได้มากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการลงทุนเปิดร้านในรูปแบบเดิมเพียงอย่างเดียว พร้อมเพิ่มโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคในทำเลที่หลากหลาย และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจแฟรนไชส์ในระยะยาว
ปัจจุบันไมเนอร์ ฟู้ด มีประสบการณ์ทำธุรกิจแฟรนไชส์ในประเทศไทยประมาณ 24 ปี และมีเครือข่ายแฟรนไชส์ในประเทศประมาณ 800 สาขา โดยแบรนด์ที่ขยายผ่านพันธมิตรครอบคลุมทั้งแดรี่ควีน เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเต๊กแอนด์มอร์ และ CHIHO RAMEN สำหรับความร่วมมือกับ OR ขณะที่ Lotus’s เป็นอีกช่องทางในการขยายแบรนด์แดรี่ควีน สเวนเซ่นส์ บอนชอน สเต๊กแอนด์มอร์ และ GAGA
สำหรับแบรนด์หลักในประเทศไทย แดรี่ควีนมีประมาณ 600 สาขา ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด รวมถึงมีรูปแบบร้านสแตนด์อโลน เดอะ พิซซ่า คอมปะนี มีประมาณ 400 สาขา และสเวนเซ่นส์มีประมาณ 370 สาขา ขณะที่ GAGA มีประมาณ 115-118 สาขา ส่วนบอนชอนมีราว 140 สาขามีแฟรนไชส์ในไทยประมาณ 30 สาขา และสเต๊กแอนด์มอร์ตั้งเป้ามีสาขารวมประมาณ 40 สาขาภายในสิ้นปี 2569
เปิด CHIHO RAMEN แบรนด์แฟรนไชส์ที่ 7 ตั้งเป้า 100 สาขา
อีกหนึ่งแผนสำคัญคือการพัฒนาแบรนด์ใหม่เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคและพันธมิตรลงทุน โดยไมเนอร์ ฟู้ด เตรียมเปิดตัว CHIHO RAMEN แบรนด์ราเมงสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ใหม่ลำดับที่ 7 ในพอร์ตแฟรนไชส์ของบริษัท และเป็นแบรนด์อาหารญี่ปุ่นแบรนด์แรกที่บริษัทพัฒนาขึ้นเพื่อขยายธุรกิจในรูปแบบดังกล่าว
บริษัทเตรียมเปิดตัวแบรนด์ในวันที่ 30 ตุลาคม 2569 ณ โลตัส สุขุมวิท 50 โดยมองว่าตลาดราเมงและอาหารญี่ปุ่นยังมีโอกาสเติบโต พร้อมพัฒนารูปแบบร้านให้มีขนาดกะทัดรัด สามารถขยายได้ทั้งในศูนย์การค้าและทำเลค้าปลีกประเภทอื่น เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ลงทุนแฟรนไชส์
CHIHO RAMEN วางรูปแบบร้านขนาดประมาณ 80-100 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนเบื้องต้นประมาณ 4 ล้านบาทต่อสาขา และตั้งเป้าขยายให้ได้ 100 สาขาภายใน 3 ปี โดยบริษัทจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาแบรนด์และระบบบริหารร้านอาหารเป็นแรงสนับสนุนการขยายเครือข่าย
ทั้งนี้ ไมเนอร์ ฟู้ด มองว่าการขยายธุรกิจผ่านแฟรนไชส์จะเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มจำนวนสาขาและสร้างการเติบโตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยบริษัทมีความพร้อมด้านการจัดหาวัตถุดิบและการบริหารต้นทุนจากขนาดธุรกิจที่มีเครือข่ายขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงานของแบรนด์ในพอร์ต
สำหรับแบรนด์ที่สร้างรายได้หลักให้กับบริษัท ได้แก่ เดอะ พิซซ่า คอมปะนี สเวนเซ่นส์ แดรี่ควีน ซิลเล่อร์ และบอนชอน โดยบริษัทจะเดินหน้าต่อยอดแบรนด์ที่มีอยู่ ควบคู่กับการสร้างแบรนด์ใหม่และขยายความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อผลักดันเป้าหมายเครือข่ายร้านอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 4,500 สาขาทั่วโลกภายในปี 2572






