thansettakij
thansettakij
ต้นทุนพุ่งยกแผง ผักชีขึ้น 4 เท่า หมู-ไก่ ขยับราคา ร้านค้าแบกต้นทุนอ่วม

ต้นทุนพุ่งยกแผง ผักชีขึ้น 4 เท่า หมู-ไก่ ขยับราคา ร้านค้าแบกต้นทุนอ่วม

12 ต.ค. 69 | 09:08 น.
อัปเดตล่าสุด :12 ต.ค. 69 | 09:09 น.

สำรวจต้นทุนสินค้า พุ่งสวนกำลังซื้อ โชห่วยยอดขายวูบ ร้านอาหารตรึงราคาสู้ ปรับแหล่งจัดซื้อเพื่อคุมเข้มต้นทุนแทนการขึ้นราคา

KEY

POINTS

  • ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด เช่น ผักชีและต้นหอมที่ราคาพุ่งขึ้นเกือบ 4 เท่า รวมถึงเนื้อหมู เนื้อไก่ และไข่ไก่
  • ผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านค้าปลีกได้รับผลกระทบหนักจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทำให้ยอดขายลดลงอย่างชัดเจน
  • ร้านค้าส่วนใหญ่เลือกที่จะตรึงราคาขายเดิมไว้เพื่อรักษาลูกค้า โดยปรับเปลี่ยนวิธีการจัดซื้อวัตถุดิบและงดใช้ของที่มีราคาสูงเกินไปเป็นการชั่วคราว

"ต้นทุนวัตถุดิบ" ยังเป็นปัญหาใหญ่ เมื่อราคาขยับตัวสูงขึ้นยกแผง ล่าสุด "ต้นหอม-ผักชี" พุ่งแตะ 300 บาทต่อกิโลกรัม เนื้อหมู-ไก่ขยับขึ้น ขณะที่กาแฟ สบู่ ไข่ไก่ทยอยแพงขึ้น กดดันต้นทุนผู้ประกอบการย่านเมืองทองธานี โชห่วยเผยยอดขายลดจากวันละ 5,000-10,000 บาท เหลือ 3,000-4,000 บาท ร้านอาหารเร่งปรับวิธีจัดซื้อ งดใช้วัตถุดิบแพงและตรึงราคาขาย หวังประคองธุรกิจท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซาและผลกระทบน้ำท่วม

ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ผักสดแพงกระโดด

ผู้สื่อข่าว “ฐานเศรษฐกิจ” ลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบอาหารในย่านเมืองทองธานี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 พบว่า ผู้ประกอบการร้านอาหารและร้านค้าปลีกกำลังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนสินค้าหลายรายการที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผักสด ไข่ไก่ และเนื้อสัตว์ ขณะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในภาวะระมัดระวังการใช้จ่าย ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งเลือกตรึงราคาขาย แม้ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

 

ต้นทุนพุ่งยกแผง ผักชีขึ้น 4 เท่า หมู-ไก่ ขยับราคา ร้านค้าแบกต้นทุนอ่วม

 

จากการสำรวจราคาวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหาร พบว่า ต้นหอมผักชีปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 70 บาท เป็น 200-300 บาท ขณะที่โหระพาจากเดิมกิโลกรัมละ 20 บาท ปรับขึ้นเป็น 180-200 บาท และถั่วฝักยาวจากกิโลกรัมละ 40-50 บาท เพิ่มเป็น 100 บาท

 

ด้านเนื้อสัตว์พบว่า เนื้ออกไก่ปรับจากกิโลกรัมละ 60-70 บาท เป็น 100 บาท ส่วนเนื้อหมูจากกิโลกรัมละ 115-130 บาท เพิ่มเป็น 150-160 บาท ขณะที่ราคาไข่ไก่ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของทั้งร้านอาหารและร้านค้าปลีก ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน โดยราคาไข่ไก่ที่จำหน่ายเป็นแผงในตลาดมีการขยับจาก 120 บาท เป็น 135-150 บาท

การปรับขึ้นของวัตถุดิบดังกล่าวเพิ่มภาระให้ผู้ประกอบการร้านอาหารโดยตรง เนื่องจากเป็นสินค้าที่ต้องซื้อเป็นประจำและมีผลต่อต้นทุนต่อจาน ขณะที่การปรับขึ้นราคาอาหารอาจกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าในช่วงที่ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย

 

ต้นทุนพุ่งยกแผง ผักชีขึ้น 4 เท่า หมู-ไก่ ขยับราคา ร้านค้าแบกต้นทุนอ่วม

 

โชห่วยเจอต้นทุนขึ้น ยอดขายลดฮวบ

ขณะที่ร้านโชห่วยในย่านเมืองทองธานีพบว่า สินค้าสำเร็จรูปบางรายการมีการปรับราคาขายตามต้นทุนรับเข้าจากร้านค้าส่งและผู้ค้าส่ง-ค้าปลีกรายใหญ่ เช่น แม็คโครและบิ๊กซี โดยกาแฟสำเร็จรูปชนิด 3 in 1 ปรับจากแพ็คละ 109 บาท เป็น 125 บาท สบู่จากราคา 35-45 บาท ขยับเป็น 40-50 บาท และไข่ไก่จากแพ็คละ 120 บาท เป็น 150 บาท ส่วนน้ำมันพืชขนาด 1 ลิตร มีราคาปรับจากขวดละ 45-50 บาท เป็น 48-55 บาท อย่างไรก็ตาม ราคาสินค้าแต่ละรายการอาจแตกต่างกันตามยี่ห้อ ขนาดบรรจุ และแหล่งรับสินค้า

สำหรับสินค้าบางกลุ่มยังไม่มีการปรับราคาขายปลีกจากระดับเดิมที่ผู้ประกอบการสำรวจได้ โดยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เช่น มาม่า ไวไว และยำยำ ยังคงจำหน่ายซองละ 7 บาท หลังปรับจาก 6 บาท เป็น 7 บาทเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ขณะที่ซอสปรุงรสและซีอิ๊วมีราคาตั้งแต่ขวดละ 35-65 บาท ส่วนซอสหอยนางรมอยู่ที่ 26-44 บาท ตามขนาดบรรจุ

ด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์มีราคาประมาณ 40-70 บาท และเหล้า 135-410 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและขนาดบรรจุ ส่วนน้ำอัดลมอยู่ที่ 15-30 บาท และยาสีฟัน 15-60 บาท ขณะที่ของใช้ทั่วไปบางรายการยังจำหน่ายในราคาเดิม

เจ้าของร้านโชห่วยระบุว่า แม้สินค้าบางรายการจะมีต้นทุนสูงขึ้น แต่ยังไม่พบสินค้าขาดตลาด อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เห็นได้ชัดคือยอดขายลดลง จากเดิมที่เคยขายได้วันละ 5,000-10,000 บาท ปัจจุบันเหลือประมาณ 3,000-4,000 บาทต่อวัน โดยเป็นรายได้หลังหักต้นทุนตามที่เจ้าของร้านประเมิน แม้จะเปิดร้านขายตามปกติ

ผู้ประกอบการมองว่า ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและสถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภท ขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป โดยซื้อสินค้าเท่าที่จำเป็นและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้ยอดขายของร้านลดลง แม้จะมีมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพจากภาครัฐอย่างโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่ยังไม่สามารถกระตุ้นการจับจ่ายได้มากพอในมุมมองของผู้ประกอบการ

ร้านอาหารตรึงราคา ปรับวิธีซื้อรับมือต้นทุน

ด้านผู้ประกอบการร้านอาหารเลือกใช้วิธีบริหารต้นทุนแทนการปรับขึ้นราคา เพื่อรักษาฐานลูกค้าและลดผลกระทบต่อกำลังซื้อ โดยร้านอาหารใต้ “ตำหรับย่า” เปิดเผยว่า ปัจจุบันยังเลือกจำหน่ายอาหารในราคาเดิม แม้ต้นทุนเนื้อสัตว์และผักสดจะเพิ่มขึ้นมาก ส่วนเครื่องแกงใต้ที่สั่งตรงจากภูเก็ตยังมีราคาเท่าเดิม

 

อาหารใต้ “ตำหรับย่า”

 

อย่างไรก็ตาม หากต้นทุนวัตถุดิบยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ร้านอาจพิจารณาปรับลดปริมาณวัตถุดิบบางส่วนลงเล็กน้อย โดยยังคงราคาจำหน่ายเดิม เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องรับภาระค่าอาหารเพิ่มขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ขณะที่ร้านก๋วยเตี๋ยว “ต.ต๋องเตี๋ยวตุ๋น” เลือกปรับวิธีจัดซื้อวัตถุดิบ โดยเจ้าของร้านเดินทางไปซื้อเนื้อสัตว์จากโรงเชือดโดยตรง และไปเลือกซื้อผักกับไข่ด้วยตนเองที่ตลาดสี่มุมเมือง เพื่อควบคุมคุณภาพและต้นทุน แม้จะมีค่าเดินทางเพิ่มขึ้นก็ตาม นอกจากนี้ ร้านยังตัดสินใจงดซื้อโหระพาชั่วคราว เนื่องจากราคาสูงเกินไป พร้อมยืนยันว่าจะยังไม่ปรับขึ้นราคาก๋วยเตี๋ยว เพื่อช่วยลดภาระให้ลูกค้าและรักษาความสามารถในการแข่งขันของร้าน

ผู้บริโภคซื้อเท่าที่จำเป็น ธุรกิจเร่งประคองกำลังซื้อ

ผู้ประกอบการที่ให้ข้อมูลมองไปในทิศทางเดียวกันว่า นอกจากต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นแล้ว กำลังซื้อที่อ่อนตัวลงยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินธุรกิจยากขึ้น โดยผู้บริโภคหันมาซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวัน และระมัดระวังการใช้จ่ายมากกว่าเดิม

แม้จะมีมาตรการสนับสนุนการใช้จ่ายจากภาครัฐอย่างโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” แต่ผู้ประกอบการประเมินว่า ยังไม่เห็นแรงกระตุ้นการซื้อที่มากพอจะชดเชยยอดขายที่ลดลงได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังไม่พบพฤติกรรมการซื้อสินค้าไปกักตุนในกลุ่มลูกค้าที่พบจากการสำรวจ

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการทั้งร้านโชห่วยและร้านอาหารต้องบริหารต้นทุนอย่างระมัดระวัง ตั้งแต่การเลือกแหล่งซื้อสินค้า การงดใช้วัตถุดิบบางรายการที่มีราคาสูง ไปจนถึงการพิจารณาปรับปริมาณวัตถุดิบโดยไม่เปลี่ยนราคาขาย

ภาพจากการลงพื้นที่สะท้อนแรงกดดันที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้าน คือ ต้นทุนสินค้าและวัตถุดิบที่สูงขึ้น กับรายได้จากการขายที่ลดลง ผู้ประกอบการจึงต้องเลือกระหว่างการผลักภาระไปยังผู้บริโภคกับการแบกรับต้นทุนไว้เอง โดยหลายร้านยังเลือกตรึงราคาเพื่อรักษาฐานลูกค้า ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและผลกระทบจากน้ำท่วมที่ยังเป็นปัจจัยกดดันการค้าขายในระยะนี้