
ONE BANGKOK เสริมแนวรบ ดึงแบรนด์ดัง ชิงตำแหน่งผู้นำรีเทลพรีเมียม
ONE BANGKOK เปิดยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนรีเทล ผ่าน 2 โซนหลัก 'พาเหรด' และ 'เดอะ สตอรีส์' ชูแนวคิด Urban Lifestyle Ecosystem เชื่อมโยงแบรนด์ ประสบการณ์ และคอมมูนิตี้คนเมือง ชิงผู้นำรีเทลพรีเมียม
KEY
POINTS
- วัน แบงค็อก ตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดรีเทลพรีเมียม โดยดึงแบรนด์ดังระดับโลกมาเปิดแฟลกชิปสโตร์และคอนเซ็ปต์สโตร์รูปแบบใหม่
- เตรียมเปิดตัวแบรนด์ใหม่หลายรายภายในปี 2569 อาทิ Tsutaya Bookstore แห่งแรกในไทย, Edikted สาขาแรกในเอเชีย และ HarborLand Island คอนเซ็ปต์ใหม่
- ชูความสำเร็จด้วยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง มียอดขายรวมเติบโตกว่า 50% และผู้มาเยือนมากกว่า 40 ล้านคนต่อปี ตอกย้ำการเป็น Urban Lifestyle Destination
โครงการ วัน แบงค็อก ยกระดับอุตสาหกรรมรีเทลไทยด้วยการขับเคลื่อนโซน 'พาเหรด' (Parade) และ ‘เดอะ สตอรีส์’ (The Storeys) ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา สู่การเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกภายใต้แนวคิด “The Next Chapter of One Bangkok Retail” มุ่งตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ด้วยประสบการณ์แปลกใหม่ และการสร้างคอมมูนิตี้ที่ยั่งยืน
เดินหน้าสู่ Urban Lifestyle Destination
ตลอดระยะเวลา 2 ปีของการดำเนินงาน วัน แบงค็อก รีเทล (One Bangkok Retail) ได้ก้าวข้ามจากการเป็นศูนย์การค้าเปิดใหม่ สู่การเป็น Urban Lifestyle Destination ที่รองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในหลากหลายมิติ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนผ่านตัวเลขตัวชี้วัดทางธุรกิจหลัก (Retail Momentum) ดังนี้
|
ตัวชี้วัดทางธุรกิจ (Key Metrics) |
ผลการดำเนินงาน / เป้าหมาย |
|
จำนวนผู้มาเยือน (Total Visitors) |
มากกว่า 40,000,000 คนต่อปี |
|
อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) |
ปัจจุบันอยู่ที่ 96% (คาดว่าจะเพิ่มเป็น 98% ภายในสิ้นปี 2569) |
|
อัตราการเติบโตยอดขายรวม (Total Retail Sales) |
เติบโตมากกว่า +50% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า |
|
ฐานสมาชิก (One Bangkok Membership) |
มากกว่า 300,000 คน |
การเติบโตของยอดขายรวมกว่า 50% เป็นผลมาจากทั้งจำนวนร้านค้าที่เปิดให้บริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตเชิงโครงสร้างของธุรกิจโดยรวม ซึ่งมีพื้นที่สองโซนหลักอย่าง ‘พาเหรด’ (Parade) และ ‘เดอะ สตอรีส์’ (The Storeys) ทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดผู้ใช้บริการทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
แบรนด์ดังปั้น Flagship และ Experiential Retail
นางสาวพลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายรีเทล โครงการ วัน แบงค็อก กล่าวว่า การบริหารจัดการพื้นที่เช่า (Leasing Strategy) ของ วัน แบงค็อก รีเทล มุ่งเน้นการคัดสรรแบรนด์เพื่อสร้างคุณค่าและประสบการณ์เฉพาะตัว มากกว่าเพียงการจัดสรรพื้นที่ให้เต็ม โดยรวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มมากกว่า 400 ร้าน และแบรนด์ Fashion & Lifestyle มากกว่า 500 ร้าน แบ่งออกเป็นกลุ่มร้านค้าสำคัญ ดังนี้
- Flagship Stores: การเปิดตัวแฟลกชิปสโตร์ระดับไอคอนิก อาทิ Rolex, Patek Philippe, On Store, Cova Bangkok, BOSS, BOSS Café และ Carnival
- Experiential Retail: ร้านค้าที่ออกแบบมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์พิเศษ ได้แก่ TECHHOUSE by Dotlife, Sarapad Thai, One Ultra Screens, The Decorum Park House, Tsutaya Bookstore, Swatch, Jim Thompson, Jim's Terrace, The Wireless Club, HarborLand และ THANN
- Dining Destination: แหล่งรวมร้านอาหารระดับตำนานและคอนเซ็ปต์ใหม่ เช่น MITSUKOSHI DEPACHIKA, WOLFGANG’S STEAKHOUSE, Bardo, บ้านสุริยาศัย และ Chang Canvas
การรวมตัวของแบรนด์ชั้นนำเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า พันธมิตรทางธุรกิจมอง วัน แบงค็อก เป็นแพลตฟอร์มในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภค มากกว่าการเป็นเพียงสาขาหรือโลเคชั่นทั่วไป
จากศูนย์การค้าสู่ Lifestyle Destination 365 วัน
วัน แบงค็อก รีเทล วางเป้าหมายการเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านกลยุทธ์ “Creating Reason to Come Back” เพื่อให้ผู้บริการเดินทางมาด้วยหลากหลายวัตถุประสงค์ ทั้งการทำงาน ช้อปปิ้ง รับประทานอาหาร สังสรรค์ ออกกำลังกาย กิจกรรมครอบครัว และการใช้พื้นที่ร่วมกับสัตว์เลี้ยง (Pet Community)
กลยุทธ์การสร้างความคึกคักตลอดทั้งปีดำเนินการผ่าน 3 แนวทางหลัก:
1.Signature Events & Seasonal Moments: การจัดกิจกรรมเทศกาลหลัก เช่น ตรุษจีน, มหาสงกรานต์, Pride Month, เทศกาลคริสต์มาส (Onederous Christmas) และงานเคานต์ดาวน์ (One Bangkok Countdown Celebration) รวมถึงกิจกรรมในวันสำคัญอย่างวันเด็กแห่งชาติและวันแม่แห่งชาติ
2.Community & Lifestyle Activations: การสร้างกิจกรรมสำหรับคนเมือง เช่น กลุ่มซิตี้รันเนอร์ ดนตรีในสวน ครีเอทีฟมาร์เก็ต และเวิร์กช็อปศิลปะ
3.Tenant & Third-Party Collaborations: การร่วมมือกับแบรนด์พันธมิตรจัดงานเปิดตัวสินค้า และงานแฟนมีตติ้งร่วมกับศิลปินไทยและระดับโลก (Fandom Events)
ระบบสมาชิก One Bangkok มีการเติบโตของฐานผู้ใช้งานกว่า 3 แสนราย โดยย้ายจากการเน้นขยายจำนวน (Growth) ไปสู่การสร้างความผูกพันเชิงลึก (Deeper Engagement) ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่
- Grow: ขยายฐานสมาชิกคุณภาพผ่านแคมเปญการตลาดข้ามแพลตฟอร์ม โปรแกรมพาร์ทเนอร์ระดับพรีเมียม และข้อเสนอพิเศษจากร้านค้า
- Create Meaningful Engagement: เชื่อมโยงสมาชิกด้วยสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมเอกซ์คลูซีฟเฉพาะกลุ่ม
- Deepen Loyalty: เพิ่มแรงจูงใจในการกลับมาใช้บริการซ้ำและการใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
ก้าวใหม่: New Brands, New Flagships, Stronger Experiences
ในเฟสต่อไป “วัน แบงค็อก รีเทล” มุ่งเน้นการคัดสรรแบรนด์ที่มีความสอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภค (Relevance) และมีความโดดเด่นเฉพาะตัว โดยมีกำหนดการเปิดตัวแบรนด์และคอนเซ็ปต์ใหม่ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2569 เป็นต้นไป ดังนี้
- Tsutaya Bookstore: แหล่งรวมหนังสือคอนเซ็ปต์สโตร์ระดับโลก เปิดให้บริการในประเทศไทยเป็นแห่งแรก (กำหนดเปิด ตุลาคม 2569)
- Edikted: แบรนด์แฟชั่นสตรีทแวร์จากสหรัฐอเมริกา เปิดสาขาแรกในภูมิภาคเอเชีย (กำหนดเปิด ตุลาคม 2569)
- HarborLand Island: สวนน้ำในร่มและศูนย์ความบันเทิงสำหรับครอบครัวคอนเซ็ปต์ใหม่ (กำหนดเปิด ตุลาคม 2569)
- Nightlife Entertainment by Tic Tac Toe Group: พื้นที่ความบันเทิงยามค่ำคืนเกือบ 1,000 ตร.ม. ประกอบด้วย Yoru, Checkmate และ Hotline (กำหนดเปิด พฤศจิกายน 2569)
- New Dining Experiences: การเสริมทัพร้านอาหารใหม่ อาทิ ข้าวต้มรวยมิตร, Yamashita Honki Udon, Haku Sushi Bar และคอนเซ็ปต์ใหม่จาก Shabu Baru Group
นอกจากนี้ โครงการอยู่ระหว่างการพัฒนาพื้นที่ "POST 1928" เพื่อรองรับแบรนด์และคอนเซ็ปต์ใหม่ที่จะเข้ามาตอบสนองทิศทางตลาดในอนาคต
การเข้าสู่ปีที่ 3 ของโครงการ จะเป็นการดึงพลังจากระบบนิเวศ (Ecosystem) ของ วัน แบงค็อก ออกมาอย่างสมบูรณ์ ผ่านการเชื่อมโยงผู้ใช้บริการจากอาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย พื้นที่สีเขียว 50 ไร่ รวมถึงการเดินทางที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว กลุ่มนักเดินทางธุรกิจ และตลาด MICE ระดับนานาชาติ
“ความสำเร็จตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการสร้าง วัน แบงค็อก ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านรีเทลและไลฟ์สไตล์ที่สำคัญของกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน”
สำหรับ “วัน แบงค็อก” เป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับโลกด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 1.2 แสนล้านบาท บนเนื้อที่ 108 ไร่ บริเวณหัวมุมถนนวิทยุและพระราม 4 พัฒนาขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ "เมืองกลางใจ" ประกอบด้วยอาคารสำนักงาน ศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย โรงแรม ศูนย์แสดงนิทรรศการ คอนเสิร์ตฮอลล์ และพื้นที่สีเขียว 50 ไร่ โครงการได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED for Neighborhood Development ระดับ Platinum แห่งแรกในไทย และมุ่งสู่มาตรฐาน WELL เพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน







