
คนรุ่นใหม่ไร้ทายาท หันเปย์หมาแมว ดันตลาดสัตว์เลี้ยงบูม
รพส.ทองหล่อ ชี้เทรนด์เจ้าของดูแลหมาแมวเหมือนสมาชิกครอบครัว ส่งผลสัตว์เลี้ยงอายุยืน หนุนดีมานด์รักษาโรคซับซ้อน เดินหน้าลงทุน 250 ล้านบาท ขยาย-รีโนเวทสาขา
KEY
POINTS
- คนรุ่นใหม่นิยมไม่มีลูกและสังคมผู้สูงอายุ หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว (Pet Humanization) ส่งผลให้ตลาดสัตว์เลี้ยงเติบโต
- พฤติกรรมเจ้าของเปลี่ยนไป เน้นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนยาวขึ้น แทนการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น
- โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้รับผลบวก มีเคสเข้ารับบริการมากกว่า 60,000 เคสต่อเดือน และเร่งลงทุนขยายสาขาพร้อมพัฒนานวัตกรรมการรักษารองรับความต้องการ
ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังขยายตัวต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการเลี้ยงสัตว์เพื่อความเพลิดเพลิน มาเป็นการเลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัว หรือ Pet Humanization โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่แต่งงานช้าลง มีบุตรน้อยลง หรือเลือกไม่มีบุตร รวมถึงสังคมผู้สูงอายุที่มีสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นเพื่อนและส่วนหนึ่งของชีวิต ส่งผลให้เจ้าของให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพชีวิต และอายุขัยของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น
เทรนด์ดังกล่าวทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะบริการด้านสุขภาพ มีโอกาสเติบโตตามไปด้วย สะท้อนจากการขยายตัวของโรงพยาบาลสัตว์และคลินิกในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ผู้ประกอบการต้องเร่งยกระดับบริการให้ตอบโจทย์เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องการมาตรฐานการรักษาและเทคโนโลยีใกล้เคียงกับการรักษาในคน
รพส.ทองหล่อชี้ “หมาแมวคือสมาชิกครอบครัว” ดันดีมานด์สุขภาพ
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ ซึ่งดำเนินธุรกิจครบรอบ 32 ปี มองว่าการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัวและพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดสัตว์เลี้ยงในไทย จากเดิมที่เจ้าของอาจมองเรื่องการรักษาเฉพาะเมื่อสัตว์ป่วย ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน และต้องการให้สัตว์เลี้ยงมีอายุยืนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า ตลอด 32 ปีที่ผ่านมา บทบาทของโรงพยาบาลสัตว์เปลี่ยนแปลงไปตามพฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยง โดยปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ต้องการเพียงรักษาเมื่อเกิดโรค แต่ต้องการให้สัตว์เลี้ยงอยู่กับครอบครัวให้นานที่สุด จึงทำให้แนวคิดเรื่อง Longevity และ Health Span มีความสำคัญมากขึ้น
ข้อมูลของโรงพยาบาลพบว่า อายุเฉลี่ยของสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยช่วงปี 2554-2558 อายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12.31 ปี ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 16.75 ปี ส่งผลให้ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพในสัตว์สูงวัยเพิ่มขึ้นตามมา โรคที่พบและต้องการการรักษาในสัตว์สูงวัยมีทั้งโรคหัวใจ โรคข้อและกระดูก โรคระบบประสาท โรคต้อกระจก โรคเกี่ยวกับกระดูกสันหลัง รวมถึงเนื้องอกและมะเร็ง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีความซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงขึ้น
จาก “รักษาเมื่อป่วย” สู่ Preventive Care ใช้ Data พยากรณ์โรค
รพส.ทองหล่อจึงวางทิศทาง “Next Step of Veterinary Care” เปลี่ยนจากการรอให้สัตว์เลี้ยงเกิดโรคแล้วจึงรักษา ไปสู่การดูแลเชิงรุก โดยใช้แนวคิด ป้องกัน (Prevent) – ชะลอการเกิดโรค (Regress) – รักษาและฟื้นฟู (Retard) เพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีสุขภาพดีและมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย
หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการนำฐานข้อมูลจากประสบการณ์การรักษาตลอด 32 ปีมาต่อยอด เพื่อวิเคราะห์รูปแบบและความเสี่ยงของโรค เช่น สายพันธุ์ใดมีแนวโน้มเกิดโรคอะไร ช่วงอายุใดควรเริ่มตรวจ หรือสัญญาณใดอาจเป็นตัวบ่งชี้ก่อนเกิดโรค เพื่อนำไปสู่การวางแผนป้องกันและรักษาได้เร็วขึ้น แนวทางดังกล่าวทำให้โรงพยาบาลขยับบทบาทจาก Healthcare Giver ที่เน้นการรักษาเมื่อเกิดอาการ ไปสู่ Healthcare Partner ที่ร่วมดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงตลอดช่วงชีวิต รวมถึงให้ความสำคัญกับเจ้าของสัตว์เลี้ยงตามแนวคิด One Health
นวัตกรรมรักษาโรคซับซ้อน ยกระดับ “Best Patient Outcome”
อีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนการดูแลสัตว์เลี้ยงเพิ่มขึ้น คือความคาดหวังของเจ้าของต่อมาตรฐานการรักษา ปัจจุบันเจ้าของพร้อมลงทุนเพื่อให้สัตว์เลี้ยงได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการดูแลสัตว์เลี้ยงบางกรณีสามารถอยู่ในระดับหลักหมื่นบาท โดยเฉพาะโรคซับซ้อนและการรักษาเฉพาะทาง
รพส.ทองหล่อจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศูนย์เฉพาะทาง ทีมสัตวแพทย์ และเทคโนโลยีทางการแพทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา อาทิ การรักษาโรคหัวใจด้วยเทคนิค Transcatheter Edge-to-Edge Repair (TEER) การผ่าตัดสลายต้อกระจกด้วยเทคนิค Phacoemulsification การรักษาภาวะหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท หรือ IVDD และการผ่าตัดใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
ตัวอย่างหนึ่งคือการรักษา “ลัคกี้” สุนัขวัย 12 ปีที่มีโรคลิ้นหัวใจระยะรุนแรง โดยทีมแพทย์เลือกใช้เทคโนโลยี TEER ซึ่งเป็นหัตถการผ่านสายสวนเพื่อลดการรั่วของลิ้นหัวใจ โดยไม่ต้องผ่าตัดเปิดหัวใจ ช่วยเพิ่มโอกาสให้สัตว์ป่วยกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อีกครั้ง รพส.ทองหล่อมองว่า การรักษาโรคซับซ้อนไม่สามารถพึ่งพาสัตวแพทย์เพียงสาขาเดียว แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของทีมสหสาขาวิชาชีพ รวมถึงการนำเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาใช้ เพื่อให้เกิด Best Patient Outcome ทั้งในมิติของมาตรฐานการรักษา บริการ และประสบการณ์ของเจ้าของสัตว์เลี้ยง
สัตว์เลี้ยงเปลี่ยนจาก “ค่าใช้จ่าย” เป็น “สมาชิกครอบครัว”
สำหรับโครงสร้างการใช้บริการของโรงพยาบาล ปัจจุบันสัดส่วนผู้ใช้บริการเป็นสุนัขประมาณ 60% แมว 40% และสัตว์เอ็กโซติกประมาณ 3% โดยสัดส่วนดังกล่าวเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจากในอดีตที่สุนัขมีสัดส่วนราว 80% และแมวประมาณ 20% การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนถึงความนิยมในการเลี้ยงแมวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เปลี่ยนไป โดยในช่วง 10-20 ปีก่อน เจ้าของจำนวนมากยังเลี้ยงสัตว์ด้วยอาหารทั่วไป ขณะที่ปัจจุบันมีการเลือกอาหารสัตว์คุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เสริมสุขภาพ การตรวจสุขภาพ และบริการรักษาเฉพาะทางมากขึ้น
ปัจจุบัน รพส.ทองหล่อมีเจ้าของสัตว์เลี้ยงในฐานข้อมูลประมาณ 320,000 ราย มีสัตว์เลี้ยงประมาณ 520,000 ตัว และมีลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องประมาณ 80,000 ราย โดยเฉลี่ยเจ้าของหนึ่งรายมีสัตว์เลี้ยงประมาณ 1.5 ตัว และมีเคสเข้ารับการรักษาในเครือข่าย มากกว่า 60,000 เคสต่อเดือน
ลงทุน 250 ล้าน ขยาย-รีโนเวท ดันสิ้นปี 23 สาขา
ด้านแผนธุรกิจ นายพูลเพิ่ม ทองเจริญพูลพร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในปี 2569 ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบันผลประกอบการเติบโตประมาณ 13.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่บริษัทตั้งเป้าการเติบโตทั้งปีประมาณ 15% ปี 2568 โรงพยาบาลมีรายได้ประมาณ 1,300 ล้านบาท และปี 2569 ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นเป็น 1,500 ล้านบาท สอดคล้องกับการขยายสาขาและการลงทุนเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษา
ปัจจุบัน รพส.ทองหล่อมีเครือข่ายในไทย 21 สาขา และในปี 2569 มีแผนเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ได้แก่ บางนา และภูเก็ต พร้อมปรับปรุงสาขาเดิม รวมถึงสาขาสุขุมวิท (ซอยทองหล่อ) และสาขาปิ่นเกล้าที่มีการย้ายไปยังอาคารแห่งใหม่ ส่งผลให้สิ้นปีคาดว่าจะมีทั้งหมด 23 สาขาในไทย ขณะที่มีสาขาในเวียดนามอีก 1 แห่ง
โดยวางงบลงทุนปีนี้มากกว่า 250 ล้านบาท สำหรับการเปิดสาขาใหม่หากรวมงบรีโนเวทคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 270 ล้านบาท โดยมีสาขาต่างจังหวัด 6 แห่ง ขณะที่ปี 2569 ถือเป็นปีที่มีการลงทุนและขยายสาขามากกว่าปกติ เดิมมีการขยายสาขาเฉลี่ยปีละ 1 แห่ง
ทุ่ม 16 ล้านพัฒนาคน ปั้น Veterinary Ecosystem
นอกจากการลงทุนด้านสาขาและเทคโนโลยีแล้ว บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร โดยจัดสรรงบประมาณประมาณ 16 ล้านบาท เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของบุคลากร พร้อมเดินหน้า Thonglor Vet Academy เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการรักษาให้กับบุคลากรในวงการสัตวแพทย์ ปัจจุบันโรงพยาบาลมีบุคลากรรวมประมาณ 1,300 คน ในจำนวนนี้เป็นสัตวแพทย์ประมาณ 357 คน และพยาบาลสัตว์เกือบ 400 คน เพื่อรองรับจำนวนเคสที่เพิ่มขึ้นและการรักษาที่มีความซับซ้อนมากขึ้น
นายพูลเพิ่ม กล่าวว่า หากต้องการผลักดันเรื่อง Health Span อย่างจริงจัง โรงพยาบาลไม่สามารถดำเนินการเพียงลำพัง แต่ต้องสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรใน Pet Healthcare Ecosystem เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ บริการ และความเชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วน พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลสัตว์เลี้ยงในภาพรวม
ทั้งนี้ โรงพยาบาลมองว่าการเติบโตของตลาดสัตว์เลี้ยงไทยยังมีโอกาสอีกมาก จากพฤติกรรม Pet Humanization และการให้ความสำคัญกับสุขภาพสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการรักษาเฉพาะทางและการดูแลเชิงป้องกัน ซึ่งจะเป็นโจทย์สำคัญของผู้ประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ รพส.ทองหล่อจะใช้ฐานข้อมูล เทคโนโลยี บุคลากร และเครือข่ายพันธมิตร เป็นกลไกขับเคลื่อนจากโรงพยาบาลสัตว์ไปสู่การเป็น Healthcare Partner ที่ดูแลสัตว์เลี้ยงตลอดช่วงชีวิต







