
อินฟอร์มาฯ ผนึก 4 งานใหญ่ รับเทรนด์ท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างรายได้ยั่งยืน
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตรปั้น Ecosystem เชื่อม "โรงแรม-อาหาร-ค้าปลีก-เกษตร" ดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ยกระดับไทยสู่ศูนย์กลางบริการระดับโลก
KEY
POINTS
- เตรียมจัดงาน Food & Hospitality Thailand 2026 โดยผนึก 4 งานใหญ่ด้านโรงแรม อาหาร เกษตร และค้าปลีกไว้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด “All Sectors, One Destination”
- มีเป้าหมายเพื่อยกระดับและเชื่อมโยงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการทั้งระบบ ตอบรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวที่มุ่งเน้นการสร้าง "คุณค่า" มากกว่า "ปริมาณ" (Value over Volume)
- เป็นเวทีกลางให้ผู้ประกอบการไทยและต่างชาติได้พบปะคู่ค้า แลกเปลี่ยนความรู้ และเข้าถึงนวัตกรรมจากกว่า 3,000 แบรนด์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับสากล
การท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนสนามใหม่ เมื่อโจทย์ไม่ใช่แค่จำนวนคน แต่คือ “คนที่ใช่ รายได้ที่คุ้ม และประสบการณ์ที่ต้องจดจำ” ภายใต้ยุทธศาสตร์ Value over Volume ผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก อาหาร และบริการ ต้องเร่งยกเครื่องธุรกิจครั้งใหญ่
อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จึงจับมือพันธมิตรเปิดเวที Food & Hospitality Thailand 2026 ผนึก 4 งานใหญ่ไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่เทคโนโลยีโรงแรม อาหาร เกษตร ไปจนถึงค้าปลีก หวังเปลี่ยนทุกโอกาสในห่วงโซ่ท่องเที่ยวให้กลายเป็น “มูลค่า” ที่จับต้องได้ ได้แก่ Food & Hospitality Thailand 2026 (FHT 2026), Hotel & Shop Plus Thailand, HOTELEX Thailand และ Agri Plus Expo 2026 ภายใต้แนวคิด “All Sectors, One Destination” หวังสร้างจุดเชื่อมต่อใหม่ให้ผู้ประกอบการทั้งระบบ ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 19-22 สิงหาคม 2569 ณ ชั้น G ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
จาก “ปริมาณ” สู่ “คุณค่า” ด้านการท่องเที่ยว
นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป-ประเทศไทย อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ากลยุทธ์ “Value over Volume” มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมสร้างรายได้อย่างยั่งยืน สอดคล้องกับแนวคิด “Healing is the New Luxury”
โดยทิศทางดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 4 แกนหลัก ได้แก่ อีเวนต์ระดับโลก การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Longevity) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร และการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู โดยตั้งเป้าปี 2569 ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ 33 ล้านคน และสร้างรายได้ 1.5–1.55 ล้านล้านบาท
เมื่อภาครัฐขยับจากการวัดความสำเร็จด้วยจำนวนคน มาสู่การสร้าง “มูลค่า” จากนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการในระบบท่องเที่ยวจึงต้องขยับตาม เพราะการแข่งขันในวันนี้ไม่ได้จบแค่การขายห้องพัก อาหาร หรือสินค้า แต่รวมถึงคุณภาพ ประสบการณ์ ความปลอดภัย สุขภาพ เทคโนโลยี และความยั่งยืน
FHT 2026 รวมธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร บริการไว้ในจุดเดียว
ดังนั้น งาน Food & Hospitality Thailand 2026 จึงถูกวางให้เป็นเวทีกลางที่เชื่อมทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาหาร และบริการเข้าด้วยกัน และภายในงานพบการจัดแสดงวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์พรีเมียม นวัตกรรม และเทคโนโลยีล่าสุดจากกว่า 3,000 แบรนด์ จากกว่า 20 ประเทศ ครอบคลุม 8 โซนสินค้า พร้อมกิจกรรมด้านองค์ความรู้ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ การแข่งขัน สัมมนา และเวิร์กช็อปจากผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจท่องเที่ยว อาหาร และบริการ
จุดที่ทำให้งานปีนี้แตกต่าง คือการนำงานใหญ่เข้ามาเชื่อมต่อในพื้นที่เดียวกันอีก 3 งาน ทั้ง Hotel & Shop Plus Thailand นำเสนอสินค้า ผลิตภัณฑ์ และโซลูชันสำหรับโรงแรมอัจฉริยะ สิ่งอำนวยความสะดวก สปา สิ่งทอและการทำความสะอาด รวมถึงการออกแบบและตกแต่งอาคาร โรงแรม และพื้นที่เชิงพาณิชย์"
ขณะที่งาน HOTELEX Thailand จะโฟกัสโซลูชันสำหรับธุรกิจโรงแรมและการจัดเลี้ยง ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุปกรณ์ครัว บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงอุปกรณ์บริการ โดยปีนี้เพิ่มโซนธุรกิจแฟรนไชส์ ครอบคลุมทั้งหม้อไฟ เบเกอรี่ ชา ขนมหวาน และธุรกิจอาหารรูปแบบต่างๆ
ส่วนงาน Agri Plus Expo 2026 โดยกรมการค้าต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ เพราะเข้ามาร่วมจัดกับงานเป็นครั้งแรก เพื่อเชื่อมสินค้าเกษตร นวัตกรรมอาหาร และผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับผู้ซื้อ
ภาพใหญ่จึงไม่ได้หยุดแค่ “งานแสดงสินค้า” แต่กลายเป็น Ecosystem ที่ลากตั้งแต่ต้นน้ำอย่างสินค้าเกษตร ไปจนถึงปลายน้ำอย่างโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก และธุรกิจบริการ โดยคาดว่าจะดึงดูดผู้ประกอบการไทยและภูมิภาคกว่า 30,000 คน
เร่งยกระดับมาตรฐานโรงแรม ดึง “อัตลักษณ์ไทย” สู่ตลาด
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า การท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ แต่โจทย์สำคัญคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ต้องรักษาไม่ใช่เพียงอันดับความนิยมของไทยในสายตานักท่องเที่ยว แต่รวมถึงระดับรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวไม่ให้ลดลง ขณะที่ผู้ประกอบการโรงแรมต้องยกระดับมาตรฐาน พร้อมสอดแทรกอัตลักษณ์ไทยเข้าไปในทุกมิติ ตั้งแต่การออกแบบตกแต่งไปจนถึงการบริการของบุคลากร ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของไทยเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
ทั้งนี้ สมาคมโรงแรมไทยก็เตรียมจัด AHRA Seminar 2026 รวมผู้นำจากสมาคมโรงแรมไทย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม มาแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทางอุตสาหกรรมบริการของเอเชีย ภายใต้หัวข้อ “Hospitality Industry Direction: Where Asian Hospitality is Going and How We Get There” พร้อมเวที “NEXT GEN HOSPITALITY: How Hotels Can Prepare for Tomorrow’s Guests” ซึ่งรวมมืออาชีพรุ่นใหม่ของธุรกิจโรงแรมไทยมาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อเตรียมอุตสาหกรรมรับแขกแห่งอนาคต
“ข้าวแกงไทย” สู่ Soft Power การท่องเที่ยว
นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า ธุรกิจร้านอาหารเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการท่องเที่ยวไทย ปัจจุบันสมาคมฯ กำลังร่วมกับภาครัฐผลักดัน “โครงการเส้นทางข้าวแกงเพื่อการท่องเที่ยว”
โจทย์สำคัญครอบคลุมทั้งมาตรฐานความปลอดภัย คุณค่าด้านสุขภาพ ความหลากหลายของเมนูและรสชาติ พร้อมผลักดัน “ข้าวแกงไทย” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของยูเนสโก
เวที Food & Hospitality Thailand 2026 จึงกลายเป็นพื้นที่ต่อยอดองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร โดยสมาคมภัตตาคารไทยเตรียมจัดกิจกรรม “เส้นทางข้าวแกงเพื่อการท่องเที่ยว” และ “อนาคตข้าวแกงไทยในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว”
ค้าปลีกเร่งใช้ AI–Data พลิกเกมธุรกิจยุคใหม่
นายณัฐ วงศ์พานิช นายกสมาคมผู้ค้าปลีกไทย กล่าวว่า ตลอดช่วงเวลาที่ร่วมงานกับ Food & Hospitality Thailand เห็นพัฒนาการของงานเติบโตขึ้นทั้งจำนวนผู้ประกอบการ เทคโนโลยี และโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
เพราะโลกของ Food Retail กำลังเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภคไม่ได้ตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความสะดวก ความปลอดภัย และความยั่งยืนมากขึ้น โจทย์ของผู้ค้าปลีกจึงต้องขยับไปสู่การใช้ AI และ Data Analytics, Smart Supply Chain, นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์, Omnichannel Payment และแนวคิด ESG
โดยสมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้เตรียมจัดเวที “Next-Gen Retail Masterclass 2026: ถอดสูตรลับ AI, Space Management และ Merchandising กลยุทธ์ที่จะพลิกโฉมค้าปลีกยุคใหม่เติบโตยั่งยืน ดึงผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจค้าปลีกชั้นนำ อาทิ เซ็นทรัล สยามพิวรรธน์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป และ ซีพี แอ็กซ์ตร้า มาร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กัน
"เป้าหมายเราไม่ได้จำกัดแค่การให้องค์กรขนาดใหญ่เข้าถึงนวัตกรรมใหม่ แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ SMEs เรียนรู้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใน Ecosystem เดียวกันด้วย"
4 งานใหญ่ กับโจทย์เดียว “ยกระดับธุรกิจไทย”
อย่างไรก็ตาม ทิศทางการท่องเที่ยวไทยกำลังเปลี่ยนจากการนับจำนวนนักท่องเที่ยว ไปสู่การสร้างคุณค่าจากทุกการเดินทาง การยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจ ตลอดห่วงโซ่จึงกลายเป็นโจทย์เดียวกัน ตั้งแต่โรงแรม ร้านอาหาร เกษตร อาหาร ค้าปลีก ไปจนถึงเทคโนโลยีและบริการ
ดังนั้น Food & Hospitality Thailand 2026 จึงไม่ได้วางตัวเป็นเพียงงานแสดงสินค้า แต่กำลังทำหน้าที่เป็น “จุดนัดพบ” ของ Ecosystem ท่องเที่ยวและบริการ ผ่านการเชื่อม 4 งานใหญ่ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ผู้ประกอบการพบทั้งสินค้า เทคโนโลยี คู่ค้า องค์ความรู้ และโอกาสทางธุรกิจในพื้นที่เดียว
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้โจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมไทยว่า เมื่อโลกท่องเที่ยวเดินหน้าเข้าสู่ยุค Value over Volume ผู้ประกอบการไทยจะต้องไม่เพียง “อยู่รอด” แต่ต้องสร้างคุณค่าใหม่ให้มากพอที่จะเปลี่ยนการท่องเที่ยวจากจำนวนผู้มาเยือน ไปสู่รายได้ ประสบการณ์ และการเติบโตที่ยั่งยืน







