thansettakij
thansettakij
CPN ชูกลยุทธ์ Retail-led Mixed-use ดัน Q2 โกยรายได้ 1.3 หมื่นล้าน

CPN ชูกลยุทธ์ Retail-led Mixed-use ดัน Q2 โกยรายได้ 1.3 หมื่นล้าน

10 ส.ค. 69 | 07:09 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 07:10 น.

เซ็นทรัลพัฒนา เผยผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 รายได้รวม 13,105 ล้านบาท โต 8% กำไรสุทธิ 4,750 ล้านบาท โต 10% เดินหน้าขยายโครงการมิกซ์ยูสและแลนด์มาร์กใหม่เสริมความยั่งยืน

KEY

POINTS

  • CPN ประกาศผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีรายได้รวม 13,105 ล้านบาท เติบโต 8% และกำไรสุทธิ 4,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10%
  • ความสำเร็จเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์ Retail-led Mixed-use ที่เชื่อมโยงธุรกิจศูนย์การค้า ที่อยู่อาศัย โรงแรม และอาคารสำนักงาน
  • ธุรกิจศูนย์การค้าซึ่งเป็นธุรกิจหลักทำรายได้สูงสุดใหม่ต่อเนื่อง 4 ไตรมาส จากการเปิดโครงการใหม่และปรับปรุงโครงการเดิม
  • มีการขยายโครงการในกลุ่มธุรกิจอื่นอย่างต่อเนื่อง เช่น คอนโด Phyll ขอนแก่น ที่ขายหมดใน 3 วัน และอาคาร Central Park Offices ที่ดึงดูด Deutsche Bank เป็นผู้เช่ารายใหม่

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ประจำปี 2569 สะท้อนศักยภาพการเติบโตอย่างมั่นคงของธุรกิจศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และการจ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์เพื่อสร้างผลตอบแทนยั่งยืนแก่ผู้ถือหุ้น

ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) แสดงให้เห็นถึงทิศทางการเติบโตที่แข็งแกร่งในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 13,105 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิทำได้ 4,750 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 10% ตัวเลขดังกล่าวได้รับปัจจัยหนุนสำคัญจากกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้า

ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569  บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

สถิติรายได้นิวไฮต่อเนื่องกัน 4 ไตรมาส

ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่สามารถทำสถิติรายได้นิวไฮต่อเนื่องกันถึง 4 ไตรมาส อันเป็นผลมาจากการเปิดให้บริการศูนย์การค้าแห่งใหม่ การปรับปรุงพื้นที่โครงการเดิมให้ทันสมัย การบริหารจัดการสัดส่วนร้านค้า (Tenant Mix) ให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภค ส่งผลให้มีปริมาณผู้ใช้บริการ (Traffic) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และผลักดันให้ยอดขายของร้านค้าพันธมิตรเติบโตอย่างสอดคล้องกัน

ในด้านโครงสร้างและฐานะทางการเงิน บริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งได้อย่างมั่นคง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากประสิทธิภาพในการบริหารพอร์ตธุรกิจและการจัดการทุน ส่งผลให้ในไตรมาส 2 นี้ บริษัทฯ สามารถจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2568 ในอัตรา 2.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ สะท้อนถึงความสามารถในการสร้างผลตอบแทนคืนสู่ผู้ถือหุ้นได้อย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับการสะสมกำลังทุนเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

พัฒนาโครงการแบบ Retail-led Mixed-use ที่เชื่อมโยงศูนย์การค้าเข้ากับธุรกิจที่อยู่อาศัย โรงแรม และอาคารสำนักงานอย่างครบวงจร

ความสำเร็จในไตรมาสนี้เป็นผลมาจากการขับเคลื่อนกลยุทธ์การพัฒนาโครงการแบบ Retail-led Mixed-use ที่เชื่อมโยงศูนย์การค้าเข้ากับธุรกิจที่อยู่อาศัย โรงแรม และอาคารสำนักงานอย่างครบวงจร โดยในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้า บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการโครงการใหม่ 2 แห่ง เพื่อปักหมุดในเมืองศักยภาพ ได้แก่

โครงการ "เซ็นทรัล ขอนแก่น แคมปัส" เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ในย่านการศึกษาและศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โครงการ "เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์" เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ในฐานะศูนย์การค้าแนวคิด Outdoor-inspired Indoor แห่งแรกของไทย เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ผสมผสานพื้นที่ธรรมชาติ สุขภาพ และกิจกรรมประจำวันเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ประกาศเปิดตัวโครงการ "CenTRal cENtrAL" ศูนย์การค้าแห่งใหม่ใจกลางสยามสแควร์ เพื่อวางตำแหน่งเป็นแลนด์มาร์กศูนย์กลาง Youth Culture ระดับโลก

สำหรับธุรกิจที่อยู่อาศัย การเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม "Phyll ขอนแก่น" สร้างปรากฏการณ์ขายหมด 100% ภายในระยะเวลาเพียง 3 วันในช่วง Presales สามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 1,600 ล้านบาท ชี้ให้เห็นถึงความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพในทำเลศักยภาพสูง และสะท้อนบทบาทของจังหวัดขอนแก่นในฐานะตลาดการเติบโตใหม่ (New Growth Market) ที่สำคัญของประเทศ

"GO! Hotel" หนึ่งในธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

ขยาย GO! Hotel รองรับนักเดินทางไทย-เทศ

ขณะที่ธุรกิจโรงแรมภายใต้แบรนด์ "GO! Hotel" ในสาขาขอนแก่น แคมปัส และนครสวรรค์ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีตั้งแต่เริ่มเปิดให้บริการ โดยอาศัยจุดแข็งของการตั้งอยู่ในทำเลที่ติดกับศูนย์การค้า จึงสามารถตอบโจทย์ความสะดวกสบายของทั้งนักท่องเที่ยว ผู้ติดต่อธุรกิจ และนักเดินทางรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว

ในส่วนของกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงาน โครงการ "Central Park Offices" ซึ่งตั้งอยู่บนทำเล Super Core CBD ย่านสีลม–พระราม 4 สามารถดึงดูดองค์กรชั้นนำระดับโลกเข้ามาตั้งสำนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด Deutsche Bank สถาบันการเงินชั้นนำจากประเทศเยอรมนี ได้ตัดสินใจเลือกโครงการนี้เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในประเทศไทย ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของพื้นที่ดังกล่าวในฐานะศูนย์กลางทางการเงิน (Financial District) ของกรุงเทพมหานคร

นอกเหนือจากการสร้างผลกำไรทางธุรกิจ บริษัทฯ ยังได้ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้แนวคิด "The Ecosystem for All" ผ่านการดำเนินโครงการ "Better Futures Project 2026: อนาคตใกล้ฉัน" ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน โดยร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) หน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่าย

เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผ่านกระบวนการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติจริง และการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าร่วมให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) มีพอร์ตโฟลิโอโครงการภายใต้การบริหารจัดการที่ครอบคลุมทั่วประเทศและในต่างประเทศ ประกอบด้วย ศูนย์การค้าจำนวน 45 โครงการ (ศูนย์การค้าเซ็นทรัล 43 แห่ง แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 17 โครงการ ต่างจังหวัด 25 โครงการ และในประเทศมาเลเซีย 1 โครงการ

รวมไปถึงศูนย์การค้าเอสพละนาด และศูนย์การค้าเมกาบางนา) โครงการคอมมูนิตี้ มอลล์ 16 โครงการ คิดเป็นพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวมกว่า 2.4 ล้านตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอาคารสำนักงานภายใต้การบริหาร 11 อาคาร โครงการโรงแรม 13 แห่ง และโครงการที่พักอาศัยทั้งรูปแบบแนวสูงและแนวราบรวม 52 โครงการ ซึ่งพร้อมจะเป็นฐานสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่องต่อไป