thansettakij
thansettakij
เปิดตัวเลขโฆษณา “กัญชา-กัญชง” ดิ่ง 90% หลังหมดกระแสเสรี

เปิดตัวเลขโฆษณา “กัญชา-กัญชง” ดิ่ง 90% หลังหมดกระแสเสรี

10 ส.ค. 69 | 03:41 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 03:44 น.

MAAT ชี้เม็ดเงินโฆษณาสินค้ากัญชง-กัญชาหดเกือบ 90% หลังตลาดชะลอตัว ก่อนแทบหายจากระบบติดตามในปี 2568-2569 มองมาตรการ อย. คุมโฆษณาไม่กระทบอุตสาหกรรมสื่อ ขณะที่ตลาดโฆษณาไทยต้นปี 2569 ลด 1.2%

KEY

POINTS

  • เม็ดเงินโฆษณาสินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชาและกัญชงลดลงเกือบ 90% หลังจากกระแสการเปิดเสรีเริ่มชะลอตัวลง
  • การใช้งบโฆษณาสินค้ากลุ่มนี้เติบโตสูงเฉพาะในช่วงปี 2565-2566 แต่ในปัจจุบันแทบไม่ปรากฏในระบบติดตามการใช้จ่ายสื่ออีกต่อไป
  • สมาคมมีเดียเอเยนซี่ฯ ชี้ว่ามาตรการควบคุมโฆษณาของ อย. จะไม่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณา เนื่องจากเม็ดเงินในส่วนนี้ได้หายไปจากตลาดก่อนแล้ว

นายภวัต เรืองเดชวรชัย นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) และประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด (MI GROUP) กล่าวว่า เม็ดเงินโฆษณาของผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชงและกัญชาเติบโตสูงเฉพาะในช่วงปี 2565-2566 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศไทยเปิดเสรีกัญชา ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งทำตลาดและใช้งบโฆษณาอย่างคึกคัก

 

นายภวัต เรืองเดชวรชัย นายกสมาคมมีเดียเอเยนซี่และธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) และประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด (MI GROUP)

 

อย่างไรก็ตาม หลังจากกระแสตลาดเริ่มชะลอตัวในปี 2567 เม็ดเงินโฆษณาของสินค้ากลุ่มกัญชง-กัญชาลดลง เกือบ 90% จากช่วงก่อนหน้า ก่อนจะลดลงต่อเนื่องจนในปี 2568 และต่อเนื่องถึงปัจจุบันในปี 2569 แทบไม่ปรากฏเม็ดเงินโฆษณาของสินค้ากลุ่มดังกล่าวในระบบติดตามการใช้จ่ายสื่ออีกต่อไป

“ดังนั้น มาตรการควบคุมการโฆษณาของ อย. จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมสื่อโฆษณา เพราะเม็ดเงินของสินค้ากลุ่มนี้แทบหายไปจากตลาดแล้ว” 

สำหรับภาพรวมตลาดโฆษณาไทยยังอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยปี 2568 มีเม็ดเงินโฆษณารวม 115,443 ล้านบาท ลดลง 1% จากปี 2567 ที่มีมูลค่า 116,620 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (มกราคม-กุมภาพันธ์) มีเม็ดเงินโฆษณา 16,879 ล้านบาท ลดลง 1.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีมูลค่า 17,080 ล้านบาท

ด้านโครงสร้างการใช้งบโฆษณา (Media Mix) พบว่า สื่อดิจิทัล (Internet/Digital) ยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 36% ในช่วงต้นปี 2569 ขณะที่ โทรทัศน์ (TV) ยังคงเป็นสื่อที่มีสัดส่วนสูงสุด แต่ลดลงจาก 46% ในปี 2567 เหลือ 42% ในช่วงต้นปี 2569 ส่วนสื่อนอกบ้าน (Out of Home) ทรงตัวอยู่ที่ 16-17%

สำหรับหมวดสินค้าที่ใช้งบโฆษณาสูงสุดในปี 2568 กลุ่ม ยาสีฟัน ครองอันดับ 1 ด้วยเม็ดเงิน 3,331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% ขณะที่กลุ่ม นม UHT เติบโต 40%, E-Marketplace เพิ่มขึ้น 34% และกลุ่ม รถยนต์ เพิ่มขึ้น 16% ส่วนหมวดที่ใช้งบลดลงมาก ได้แก่ วิตามินและอาหารเสริม ลดลง 31%, นมผง ลดลง 22% และ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวขาว ลดลง 21%

ขณะที่ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 พบว่ากลุ่ม Hair Product เพิ่มการใช้งบโฆษณาสูงถึง 456% และกลุ่ม Cookies เพิ่มขึ้น 385% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านผู้ใช้งบโฆษณารายใหญ่ ปี 2568 Unilever ยังคงครองอันดับ 1 แม้ลดงบลง 25% ขณะที่ Mass Marketing ขยับขึ้นเป็นอันดับ 2 หลังเพิ่มงบ 32% และ Shopee เพิ่มงบโฆษณา 51% ส่วนในช่วงต้นปี 2569 Nestlé ขึ้นเป็นผู้ใช้งบโฆษณาสูงสุด หลังเพิ่มงบถึง 101% ขณะที่ APF Group มีอัตราการเติบโตของเม็ดเงินโฆษณาสูงถึง 11,979% ซึ่งเป็นผลจากฐานการใช้จ่ายที่ต่ำในปีก่อน จนจัดอยู่ในกลุ่มตัวเลขผิดปกติทางสถิติ (Statistical Outlier)