
ตลาดสแน็ค 8 หมื่นล้านแข่งเดือด เทรนด์ Healthy ดันขนมข้าวอบกรอบโต
ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยมูลค่า 7.8 – 8.8 หมื่นล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 6–7% ต่อปี ขณะที่กลุ่มขนมเพื่อสุขภาพเริ่มขยายตัวต่อเนื่อง เปิดช่องผู้ประกอบการเร่งรุกตลาดมากขึ้น
KEY
POINTS
- ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยมีมูลค่าราว 8 หมื่นล้านบาทและเติบโตต่อเนื่อง แต่มีการแข่งขันที่รุนแรง
- กระแสรักสุขภาพ (Healthy Trend) เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เซ็กเมนต์ "ขนมจากข้าว" เติบโตขึ้น แม้ปัจจุบันยังมีสัดส่วนในตลาดไม่สูง
- ผู้ประกอบการปรับตัวโดยหันมาผลิตสินค้าเพื่อสุขภาพมากขึ้น เช่น ขนมอบไม่ทอด เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
- แบรนด์ต่างๆ เริ่มใช้กลยุทธ์การตลาดสร้างแบรนด์ผ่านพรีเซนเตอร์ เพื่อเข้าถึงผู้บริโภครุ่นใหม่และสร้างความแตกต่างในการแข่งขัน
ตลาดขนมขบเคี้ยวไทยยังขยายตัวต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาเน้นความสะดวกและใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยข้อมูลปี 2568 ระบุว่ามูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ราว 2.2–2.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 78,000–88,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 6–7% ต่อปี สัดส่วนหลักยังเป็นขนมทอดและขนมเพื่อความเพลิดเพลิน 70–75% ขณะที่กลุ่มขนมถั่วและฟังก์ชันนอลอยู่ที่ 18–22% และ “ขนมจากข้าว” ยังมีสัดส่วนเพียง 5–7% แต่เป็นเซ็กเมนต์ที่เริ่มขยายตัวตามกระแส Healthy Snack
ในระดับโลก ตลาดขนมขบเคี้ยวมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยคาดว่าปี 2569 จะมีมูลค่า 287,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ย 6.11% ต่อปี ขณะที่ตลาดขนมจากข้าวมีมูลค่าประมาณ 5,750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีแนวโน้มเพิ่มเป็น 6,990 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครองสัดส่วน 35% ของตลาดโลก และเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก สะท้อนโอกาสของผู้ผลิตในภูมิภาค รวมถึงไทยที่มีฐานวัตถุดิบข้าวเป็นจุดแข็งแนวโน้มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับพอร์ตสินค้า จากขนมทอดไปสู่ขนมอบ ไขมันต่ำ และใช้วัตถุดิบจากพืชมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลระหว่าง “ความอร่อย” และ “สุขภาพ”
นายโอลิเวอร์ เย้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไวด์เฟธ ฟู้ด จำกัด ระบุว่า บริษัทเดินหน้าขยายตลาดในประเทศไทยมากขึ้น หลังปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศถึง 90% และในประเทศเพียง 10% โดยใช้แบรนด์ “Rise Buddy” เป็นหัวหอกเจาะตลาดขนมเพื่อสุขภาพ ซึ่งยังมีสัดส่วนไม่สูงในตลาดรวม
บริษัทตั้งเป้ายอดขายในประเทศไทยไว้ที่ 150 ล้านบาทภายในปี 2569 ผ่านการขยายช่องทางจำหน่ายทั้งร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และอีคอมเมิร์ซ ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
โครงสร้างธุรกิจของบริษัทเน้นการผลิตแบบรับจ้าง (ODM) ควบคู่กับการพัฒนาแบรนด์ของตนเอง ปัจจุบันส่งออกไปกว่า 15 ประเทศ และมีมูลค่าส่งออกประมาณ 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี โดยมีส่วนแบ่งตลาดในออสเตรเลีย 36% และนิวซีแลนด์ 45% ขณะที่กำลังการผลิตจากโรงงานในจังหวัดชลบุรีอยู่ที่ประมาณ 13,500 ตันต่อปี
ในเชิงผลิตภัณฑ์ บริษัทพัฒนาขนมข้าวอบกรอบภายใต้แนวคิด “อบ ไม่ทอด” เพื่อลดไขมันและตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ พร้อมต่อยอดนวัตกรรมสินค้า เช่น ขนมข้าวแผ่นบางที่มีลักษณะใกล้เคียงมันฝรั่งทอด เพื่อเพิ่มทางเลือกในตลาด
ทั้งนี้ เพื่อเร่งการรับรู้แบรนด์ในประเทศ บริษัทได้นำกลยุทธ์การตลาดผ่านพรีเซนเตอร์เข้ามาเสริม โดยเลือกศิลปิน T-Pop วง “iZ” เป็นตัวแทนสื่อสารแบรนด์ไปยังกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่ สะท้อนทิศทางการแข่งขันในตลาดขนมขบเคี้ยวที่เริ่มขยับจากราคาไปสู่การสร้างแบรนด์และเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคมากขึ้น






