
โมเดล No GP ปฏิวัติ Influencer Marketing ฝ่าเศรษฐกิจชะลอตัว
IdeasLabs เปิดโมเดล No GP Creator Economy ผ่านแพลตฟอร์ม KOLAXY เปลี่ยนค่า GP เป็นงบสร้างยอดขาย พร้อมใช้ AI ร่วมสร้าง Digital Ecosystem ดันรายได้ครีเอเตอร์
KEY
POINTS
- KOLAXY นำเสนอโมเดล "No GP" เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการตลาดของแบรนด์ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว โดยเปลี่ยนงบค่าคอมมิชชัน (GP) ที่ต้องจ่ายให้แพลตฟอร์ม มาเป็นงบจ้างอินฟลูเอนเซอร์เพื่อสร้างยอดขายโดยตรง
- ใช้เทคโนโลยี AI และ Data Matching ในการจับคู่แบรนด์กับอินฟลูเอนเซอร์ตามความเหมาะสมของงบประมาณและกลุ่มเป้าหมาย แทนการเลือกจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว
- ตั้งเป้าหมายสร้างระบบเศรษฐกิจครีเอเตอร์ที่ยั่งยืน โดยกระจายรายได้สู่ครีเอเตอร์ทุกระดับ และผลักดันให้มีรายได้เฉลี่ย 10,000 บาทต่อคน ภายใน 3-5 ปี
เศรษฐกิจที่ชะลอตัวไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ประกอบการหรือกำลังซื้อของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงอุตสาหกรรม Influencer Marketing เมื่อแบรนด์ต้องแบกรับต้นทุนจากค่าคอมมิชชันหรือส่วนแบ่งรายได้ (GP) ของแพลตฟอร์ม รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและโปรโมชั่น ทำให้งบประมาณที่เคยใช้จ้างอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ถูกปรับลดลง ส่งผลให้ผู้สร้างคอนเทนต์จำนวนมากได้รับโอกาสในการทำงานน้อยลง
นายธนดล พิทยานุวัฒน์ กรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท ไอเดียแล็บ จำกัด (IdeasLabs) กล่าวว่าอุตสาหกรรม Influencer Marketing ในปัจจุบันประกอบด้วย 4 Ecosystem ได้แก่ ผู้บริโภค ผู้ประกอบการ (เจ้าของแบรนด์) ครีเอเตอร์ และแพลตฟอร์ม
ทั้งหมดนี้กำลังเผชิญปัญหาจากการเติบโตที่ไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะฝั่งแพลตฟอร์มที่เปรียบเสมือนผู้คุมเกม และเป็นผู้กำหนดค่าคอมมิชชันหรือส่วนแบ่งรายได้ (GP) รวมถึงกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด เช่น การออกคูปองส่วนลด
ดังนั้น IdeasLabs ผู้พัฒนาโซลูชันด้าน Influencer และ MarTech สัญชาติไทย จึงประกาศเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของ Creator Economy ผ่าน KOLAXY แพลตฟอร์ม MarTech ที่ใช้โมเดล No GP Creator Economy โดยเปลี่ยนเม็ดเงินที่เคยจ่ายเป็นค่า GP ให้กลับมาเป็นงบสร้างยอดขายผ่าน Influencer Marketing
พร้อมใช้ AI และ Data Matching จับคู่แบรนด์กับอินฟลูเอนเซอร์ตามงบประมาณและกลุ่มเป้าหมายจริง นอกจากนี้ยังชวน Marketplace ไทยที่คิด GP ต่ำหรือไม่คิด GP ร่วมสร้าง Digital Ecosystem ของคนไทย เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าภายใน 3-5 ปี ผลักดันให้ครีเอเตอร์มีรายได้เฉลี่ย 10,000 บาทต่อคน และสร้างระบบที่กระจายรายได้สู่ครีเอเตอร์ทุกระดับ
นายธนดล กล่าวว ตอนนี้ตลาดประเทศไทยยังพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นหลัก ทำให้กติกาที่กำหนดขึ้นไม่ได้สร้างมูลค่าให้กับทุกฝ่าย การออกแบบโมเดลใหม่จะสร้างมูลค่าแก่ทุกฝ่าย มากกว่าหายไปกับต้นทุนของแพลตฟอร์ม เพราะอุตสาหกรรมจะเติบโตได้ Ecosystem ต้องเติบโตไปพร้อมกัน ไม่ใช่เพียงทำให้แพลตฟอร์มเติบโต
การพัฒนา KOLAXY แพลตฟอร์ม MarTech ที่รวบรวมอินฟลูเอนเซอร์และ KOLs กว่า 300,000 Accounts และมี Active Accounts 20,000 Accounts ที่รับงานอย่างต่อเนื่อง จะเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคทั่วไป เช่น พนักงานออฟฟิศ นักเรียน และนักศึกษา สามารถใช้เป็นพื้นที่รีวิวสินค้าได้ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรม
ทั้งลดต้นทุนแฝง ปฏิวัติการบริหารแคมเปญ และผลักดันเทรนด์ Deep Influencer หรือครีเอเตอร์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมใช้เทคโนโลยี AI Matching และระบบวิเคราะห์ข้อมูลในการจับคู่แบรนด์กับครีเอเตอร์อย่างแม่นยำ
โมเดล No GP Creator Economy ช่วยเปลี่ยนวิธีคิด
"สำหรับการพัฒนาโมเดล No GP Creator Economy ช่วยเปลี่ยนวิธีคิดของ Influencer Marketing จากการเก็บค่า GP แบบตายตัว มาเป็นการจับคู่ระหว่างแบรนด์และครีเอเตอร์บนพื้นฐานของความพึงพอใจและความเหมาะสมของงบประมาณ เปลี่ยน “ค่า GP” ให้เป็น “งบสร้างยอดขาย”
ผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องนำงบประมาณส่วนหนึ่งไปจ่ายเป็นค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่สามารถนำเม็ดเงินดังกล่าวกลับมาลงทุนสร้างยอดขายผ่าน Influencer Marketing ได้โดยตรง โดยแบรนด์กำหนดงบประมาณที่มี ขณะที่ครีเอเตอร์เสนอราคาที่พร้อมรับงาน ก่อนให้ระบบ AI คัดเลือกและจับคู่ผู้ที่เหมาะสมที่สุด"
โมเดลตอบโจทก์ผู้ประกอบการสร้างผลลัพธ์ได้โดยตรง
นายธนดล กล่าวว่า KOLAXY เชื่อว่าโมเดลนี้ตอบโจทย์ผู้ประกอบการในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เพราะช่วยเปลี่ยนต้นทุนที่เคยสูญเสียไปกับค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายแฝง ให้กลายเป็นการลงทุนด้านการตลาดที่สร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้โดยตรง ผ่านครีเอเตอร์ที่เหมาะสมกับสินค้าแต่ละประเภท มากกว่าการเลือกจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว
นอกจากนี้ IdeasLabs ยังมีแนวคิดชวน Marketplace ไทยที่ไม่เก็บ GP หรือคิด GP ในอัตราต่ำ มาร่วมสร้าง Digital Ecosystem เพื่อลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ นอกจากการพัฒนาโมเดล No GP สำหรับ Influencer Marketing แล้ว KOLAXY ยังมองเห็นโอกาสในการสร้างความร่วมมือกับผู้ให้บริการ Marketplace ของคนไทยที่มีแนวทางคิดค่าธรรมเนียมต่ำ หรือไม่คิด GP เพื่อร่วมกันสร้าง Digital Ecosystem ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
"แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาที่แบรนด์ต้องแบกรับต้นทุนซ้ำซ้อน ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมการขาย ค่าการตลาด ไปจนถึงต้นทุนการทำโปรโมชั่น ทั้งยังช่วยลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น"
อย่างไรก็ตามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แพลตฟอร์มด้าน Creator Economy มักแข่งขันกันด้วยตัวเลขจำนวน Creator หรือจำนวนผู้ใช้งานที่อยู่ในระบบ แต่ KOLAXY มองว่าตัวเลขดังกล่าวไม่ได้สะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของแพลตฟอร์ม สิ่งที่สำคัญกว่าคือจำนวนครีเอเตอร์ที่สามารถสร้างรายได้จริง และมีโอกาสเติบโตในอาชีพอย่างยั่งยืน
กระจายโอกาสจากแพลตฟอร์ม ให้ทั่วถึงทั้ง Ecosystem
ดังนั้น KOLAXY ไม่ได้อยากเป็นแพลตฟอร์มที่มี Creator มากที่สุด แต่อยากเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยผลักดันทั้ง Ecosystem เติบโตได้อย่างยั่งยืน ตั้งเป้าสร้างระบบที่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง ไม่ให้รายได้กระจุกตัวอยู่เฉพาะอินฟลูเอนเซอร์ระดับบน แต่เปิดโอกาสให้ Nano Creator และ Micro Creator ซึ่งมีฐานผู้ติดตามเฉพาะกลุ่ม ได้รับงานเพิ่มขึ้น ผ่านการใช้ข้อมูลและ AI เพื่อค้นหาความเหมาะสมระหว่างสินค้า กลุ่มเป้าหมาย และครีเอเตอร์ มากกว่าการวัดจากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียว
"เราตั้งเป้าหมายระยะ 3-5 ปี ผลักดันให้ครีเอเตอร์บนแพลตฟอร์มมีรายได้เฉลี่ยอย่างน้อย 10,000 บาทต่อคน โดยเชื่อว่าความสำเร็จของ Creator Economy ไม่ได้วัดจากมูลค่าของแพลตฟอร์มเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากการที่ผู้คนสามารถสร้างอาชีพและมีรายได้อย่างยั่งยืน"







