thansettakij
thansettakij
Expat Economy  ต่างชาติควักเงินช้อปสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า

Expat Economy ต่างชาติควักเงินช้อปปิ้งสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า

26 มิ.ย. 69 | 05:41 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 69 | 05:41 น.

เจาะลึกข้อมูลนักช้อปต่างชาติ เผย “Expat Economy” กำลังซื้อสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า โอกาสใหม่ธุรกิจรีเทล ดันไทยสู่การเป็น “Global Lifestyle Hub”

KEY

POINTS

  • ชาวต่างชาติที่อาศัยในไทย (Expat) มีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าคนไทยถึง 1.5 เท่า
  • พฤติกรรมการซื้อสินค้าของชาวต่างชาติแต่ละสัญชาติมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน เช่น ชาวจีนเน้นของแต่งบ้าน ชาวรัสเซียเน้นสินค้าสำหรับครอบครัว และชาวญี่ปุ่นเน้นของใช้ในชีวิตประจำวัน
  • การเติบโตของเศรษฐกิจจากกลุ่ม Expat ขับเคลื่อนโดย 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่พำนักระยะยาว (Long-Stay Residents) และกลุ่มที่เดินทางมาบ่อย (Frequent Visitors)
  • ข้อมูลชี้ว่าไทยเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่ชาวต่างชาตินิยมย้ายมาอยู่มากที่สุดในโลก ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของ Expat Economy

The 1 Expat พบว่า การใช้จ่ายจากกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติในไทยหรือกลุ่ม Expat มีการใช้จ่ายเติบโตสูง โดยมีการใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าคนไทยถึง 1.5 เท่า สอดคล้องกับข้อมูลจาก Expat Insider ประจำปี 2024 ที่ระบุว่าประเทศไทยติดอันดับ Top 10 ประเทศที่ชาวต่างชาตินิยมย้ายมาอยู่มากที่สุดในโลก เกิดเป็น Expat Economy

ข้อมูล The 1 Insight ที่เจาะลึกพฤติกรรมการใช้จ่ายของแต่ละสัญชาติ พบว่า ผู้บริโภคต่างชาติแต่ละสัญชาติมีพฤติกรรมการใช้จ่ายแตกต่างกันอย่างชัดเจน หรือมี “Shopping Fingerprint” เป็นของตัวเอง

กลุ่มผู้บริโภคต่างชาติในไทยหรือกลุ่ม Expat มีกำลังซื้อสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า

พฤติกรรมการใช้จ่ายกลุ่ม Expat

กลุ่มผู้บริโภคชาวจีน

โดดเด่นในหมวด Home & DIY สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.2 เท่า และหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.4 เท่า สะท้อนการเติบโตของกลุ่มที่เข้ามาใช้ชีวิตระยะยาว รวมถึงกลุ่มผู้ที่มีที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่สัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบเดินทางด้วยตนเอง (Free Individual Travelers) เพิ่มขึ้น และมีการใช้จ่ายต่อคนในระดับสูง

กลุ่มผู้บริโภคชาวรัสเซีย

มีการใช้จ่ายในหมวด Kids สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.4 เท่า และ Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.2 เท่า สะท้อนภาพของกลุ่มครอบครัวที่พำนักระยะยาว โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีพฤติกรรมการจับจ่ายในสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าสำหรับเด็กมากกว่าของฝาก และมีความถี่ในการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มผู้บริโภคชาวญี่ปุ่น

มีการใช้จ่ายในหมวด Grocery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า และ Health & Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.7 เท่า รวมถึงหมวด Books & Stationery สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า โดยใช้จ่ายส่วนใหญ่ในย่านสุขุมวิท ให้ความสำคัญกับสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเพื่อสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน มากกว่าพฤติกรรมการจับจ่ายในฐานะนักท่องเที่ยว

นักช้อปต่างชาติ : Expat Economy” กำลังซื้อสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า โอกาสใหม่ธุรกิจรีเทล

กลุ่มผู้บริโภคชาวเมียนมา

มีการใช้จ่ายในหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2.7 เท่า และ Fashion สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.5 เท่า สะท้อนความนิยมของสินค้า Thai Beauty หรือ T-Beauty โดยมีการจับจ่ายทั้งในพื้นที่ชายแดนแม่สอดและศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เพื่อนำไปใช้เอง ซื้อฝาก และนำกลับไปต่อยอดทางธุรกิจในเมียนมา

กลุ่มผู้บริโภคชาวลาว

โดดเด่นในหมวด Beauty สูงกว่าค่าเฉลี่ย 2 เท่า และ Kids รวมถึง Sport สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.7 เท่า สะท้อนพฤติกรรม Cross-border Household Shopping ที่นิยมเดินทางเข้ามาซื้อสินค้าสำหรับทั้งครอบครัวในศูนย์การค้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความถี่ในการเดินทางข้ามพรมแดนค่อนข้างสูง

กลุ่มผู้บริโภคชาวมาเลเซีย

มีการใช้จ่ายในหมวด Fashion สูงกว่าค่าเฉลี่ย 1.8 เท่า สะท้อนพฤติกรรมการเดินทางระยะสั้นเพื่อช้อปปิ้งสินค้าแฟชั่น ผ่านหัวเมืองสำคัญอย่างหาดใหญ่และศูนย์การค้าชั้นนำในกรุงเทพฯ โดยแม้มียอดใช้จ่ายต่อทริปใกล้เคียงกับผู้บริโภคชาวรัสเซีย แต่ยังมีความถี่ในการเดินทางเข้ามาใช้จ่ายต่ำกว่า สะท้อนโอกาสในการเติบโตจากการเพิ่มจำนวนทริปในอนาคต

กลุ่ม Expat ต่างชาติกำลังซื้อสูงกว่าคนไทย 1.5 เท่า จนเกิดเป็น Expat Economy

เมื่อมองในมุมพฤติกรรมการใช้จ่ายภาพรวม The 1 Insight ยังพบว่า ผู้บริโภคต่างชาติในประเทศไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

1.กลุ่ม Long-Stay Residents ที่ใช้ชีวิต ทำงาน หรือมีครอบครัวในไทย โดยใช้จ่ายในประเทศไทยเป็นหลักอย่างต่อเนื่อง

2.กลุ่ม Frequent Visitors กลุ่มผู้ที่พักพิงและใช้จ่ายในประเทศไทย เป็นประจำ ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือนต่อปี และครอบคลุมอย่างน้อย 2 ไตรมาส 3-4 ครั้งต่อปี แต่ไม่ได้พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก 

การเติบโตของ Expat Economy ขับเคลื่อนหลักโดยกลุ่ม Long-Stay Residents ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญทั้งในด้านจำนวนผู้ใช้จ่ายและยอดใช้จ่ายต่อคน สะท้อนการเข้ามา "ใช้ชีวิต" ในประเทศไทยระยะยาว

ขณะที่กลุ่ม Frequent Visitors ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อภาคค้าปลีกไทยด้วยการใช้จ่ายต่อครั้งในระดับสูง แม้การเติบโตจะเริ่มทรงตัว สะท้อนว่าตลาดต่างชาติในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงนักท่องเที่ยว แต่กำลังขับเคลื่อนโดยกลุ่มผู้ที่เลือกใช้ชีวิตในประเทศไทยมากขึ้น

วันนี้ประเทศไทยจึงก้าวสู่การเป็น "Global Lifestyle Hub" ของภูมิภาค จากการเติบโตของกลุ่มผู้บริโภคต่างชาติที่เข้ามาใช้ชีวิต ทำงาน และเดินทางเข้าประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง