thansettakij
thansettakij
ไทยรั้งอันดับ 26 ของโลก ด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน เวียดนามจี้ติด

ไทยรั้งอันดับ 26 ของโลก ด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน เวียดนามจี้ติด

18 มิ.ย. 69 | 07:58 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 08:34 น.

ประเทศไทยขยับขึ้นสู่อันดับ 26 ของโลกจากการจัดอันดับ IMD ปี 2569 แต่ยังเผชิญโจทย์ท้าทายทั้งด้าน AI ผลิตภาพแรงงาน และกฎระเบียบธุรกิจ ขณะที่เวียดนามไล่จี้ตามหลังเพียง 1 อันดับ

KEY

POINTS

  • ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดย IMD ประจำปี 2569 ดีขึ้น 4 อันดับ มาอยู่ที่ 26 ของโลก จากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจ
  • ในกลุ่มประเทศอาเซียน ไทยอยู่ในอันดับ 3 เป็นรองสิงคโปร์ (อันดับ 1 โลก) และมาเลเซีย (อันดับ 15 โลก)
  • เวียดนามซึ่งเข้าร่วมการจัดอันดับเป็นครั้งแรก อยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก ตามหลังไทยเพียงอันดับเดียว และมีอันดับด้านประสิทธิภาพภาครัฐและภาคธุรกิจดีกว่าไทย
  • ปัจจัยที่ทำให้อันดับดีขึ้นคือประสิทธิภาพภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน แต่ยังคงมีจุดอ่อนด้านประสิทธิภาพภาครัฐ และสมรรถนะทางเศรษฐกิจที่อันดับลดลง

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) โดยศูนย์เพื่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน เปิดเผยผลวิเคราะห์การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 2569 ของ World Competitiveness Center (WCC) ภายใต้สถาบัน International Institute for Management Development (IMD) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ประเทศไทยขยับขึ้น 4 อันดับ จากปีก่อน มาอยู่ในอันดับ 26 ของโลก จากทั้งหมด 70 เขตเศรษฐกิจ สะท้อนการปรับตัวดีขึ้นของภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน แม้ยังเผชิญความท้าทายสำคัญด้านผลิตภาพ การศึกษา เทคโนโลยี และประสิทธิภาพการกำกับดูแลภาครัฐ

 

ไทยขยับขึ้น 4 อันดับ สู่ที่ 26 ของโลก

ผลการจัดอันดับปี 2569 ระบุว่า ไทยมีอันดับดีขึ้นจากปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับตัวดีขึ้นของปัจจัยด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ ซึ่งขยับขึ้น 3 อันดับ และด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ปรับขึ้น 2 อันดับ ขณะที่ประสิทธิภาพของภาครัฐยังคงอยู่ในระดับเดิม ส่วนสมรรถนะทางเศรษฐกิจปรับลดลง 2 อันดับ สำหรับภาพรวมของโลก สิงคโปร์ยังครองอันดับ 1 ด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน รองลงมาคือฮ่องกง ขณะที่สวิตเซอร์แลนด์ซึ่งเคยอยู่อันดับ 1 ในปี 2568 ลดลงมาอยู่ที่อันดับ 3

 

สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ไทยรั้งอันดับ 26 โลก อันดับ 4 อาเซียน

 

ทั้งนี้ อันดับ 10 เขตเศรษฐกิจแรกของโลกแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นสหรัฐอเมริกาที่ขยับจากอันดับ 13 ขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 10 ส่วนกาตาร์ลดจากอันดับ 9 มาอยู่ที่อันดับ 11 IMD ยังได้เพิ่มเวียดนามเข้าร่วมการจัดอันดับเป็นครั้งแรก ส่งผลให้จำนวนเขตเศรษฐกิจที่ได้รับการจัดอันดับเพิ่มเป็น 70 เขตเศรษฐกิจ

IMD ใช้ 264 ตัวชี้วัดประเมินศักยภาพแข่งขัน

การจัดอันดับของ IMD พิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สมรรถนะทางเศรษฐกิจ ประสิทธิภาพภาครัฐ ประสิทธิภาพภาคธุรกิจ และโครงสร้างพื้นฐาน โดยอ้างอิงข้อมูลสถิติ 172 ตัวชี้วัด และผลสำรวจความคิดเห็นผู้บริหารภาคธุรกิจอีก 92 ตัวชี้วัด รวมทั้งสิ้น 264 ตัวชี้วัด

 

IMD ใช้ 264 ตัวชี้วัดประเมินศักยภาพแข่งขัน

 

ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจของไทย ลดลงจากอันดับ 8 มาอยู่ที่อันดับ 10 โดยได้รับผลกระทบจากอันดับด้านการค้าระหว่างประเทศที่ลดลง 5 อันดับ เหลืออันดับ 9 และด้านการจ้างงานที่ลดจากอันดับ 3 มาอยู่ที่อันดับ 4 อย่างไรก็ตาม ปัจจัยย่อยบางส่วนยังมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยการลงทุนระหว่างประเทศขยับขึ้น 6 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 24 ขณะที่ด้านราคาปรับดีขึ้น 1 อันดับ เป็นอันดับ 12 ส่วนเศรษฐกิจภายในประเทศยังคงอยู่ที่อันดับ 38

ประสิทธิภาพภาครัฐยังเป็นจุดอ่อนสำคัญ

ผลการจัดอันดับด้านประสิทธิภาพภาครัฐยังคงอยู่ที่อันดับ 32 เท่ากับปีก่อน แม้ว่าหลายปัจจัยย่อยจะปรับตัวดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายภาษีที่ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับ 7 การคลังสาธารณะอันดับ 29 กรอบการบริหารภาครัฐอันดับ 46 และกรอบการบริหารสังคมอันดับ 39 อย่างไรก็ตาม TMA ระบุว่า ยังมีหลายประเด็นที่เป็นความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย (Rule of Law) ซึ่งอยู่ในอันดับ 57 ปัญหาคอร์รัปชันอันดับ 52 และความโปร่งใสของภาครัฐอันดับ 51

 

เปิดเผยผลวิเคราะห์การจัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศประจำปี 2569 ของ World Competitiveness Center (WCC)

 

นอกจากนี้ ปัจจัยด้านกฎหมายและกฎระเบียบทางธุรกิจยังคงอยู่ในอันดับ 40 โดยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารภาคธุรกิจสะท้อนว่า กฎระเบียบต่าง ๆ ยังเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจและการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

 

ภาคธุรกิจดีขึ้น แต่ปัญหาผลิตภาพยังน่ากังวล

ด้านประสิทธิภาพของภาคธุรกิจ ไทยขยับขึ้นจากอันดับ 24 มาอยู่ที่อันดับ 21 โดยได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • ผลิตภาพและประสิทธิภาพ ขยับขึ้นเป็นอันดับ 37
  • ตลาดแรงงาน ขึ้น 7 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 10
  • ภาคการเงิน ขึ้น 6 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 31
  • การบริหารองค์กร ขึ้นเป็นอันดับ 24

ขณะที่ด้านค่านิยมและทัศนคติเป็นปัจจัยเดียวที่ปรับลดลง โดยลดลง 3 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 25 แม้อันดับด้านผลิตภาพจะดีขึ้น แต่เมื่อพิจารณาเชิงลึกพบว่า ประเทศไทยยังมีระดับผลิตภาพต่ำทั้งในภาพรวม ผลิตภาพแรงงาน และผลิตภาพในภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ ซึ่งเป็นโจทย์เร่งด่วนที่ต้องได้รับการแก้ไข หากต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

 

โครงสร้างพื้นฐานดีขึ้น แต่ AI กลายเป็นโจทย์ใหม่

ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ไทยขยับจากอันดับ 47 มาอยู่ที่อันดับ 45 โดยปัจจัยด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานปรับดีขึ้นถึง 5 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 20 ส่วนด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม และด้านการศึกษา แม้ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 56 และ 52 ตามลำดับ แต่ยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศ

ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ยังคงอยู่ที่อันดับ 37 ส่วนโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีกลับลดลงถึง 7 อันดับ เหลืออันดับ 39 เนื่องจาก IMD เพิ่มตัวชี้วัดใหม่ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาในการประเมินปีนี้

ไทยยังตามหลังสิงคโปร์-มาเลเซีย เวียดนามจ่อประชิด

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศในอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับรวม 6 ประเทศ ไทยอยู่ในอันดับ 3 ของภูมิภาค รองจากสิงคโปร์และมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในอันดับ 1 และ 15 ของโลกตามลำดับ ขณะที่เวียดนามซึ่งเข้าร่วมการจัดอันดับเป็นปีแรก อยู่อันดับ 27 ของโลก ตามหลังไทยเพียง 1 อันดับ โดยมีอันดับด้านประสิทธิภาพภาครัฐดีกว่าไทย 2 อันดับ และด้านประสิทธิภาพภาคธุรกิจดีกว่าไทยถึง 6 อันดับ ส่วนฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียอยู่ในอันดับ 47 และ 48 ตามลำดับ

 

TMA ชี้ปี 2026 ไทยต้องเร่งยกระดับ AI-กฎหมาย-ผลิตภาพ

TMA มองว่า แม้อันดับความสามารถในการแข่งขันของไทยจะปรับตัวดีขึ้นในปีนี้ แต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการสร้างความได้เปรียบในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ ความไม่แน่นอนของระบบการค้าโลก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ AI ซึ่ง IMD นำมาใช้เป็นตัวชี้วัดใหม่ถึง 9 ตัวชี้วัดในปีนี้ สะท้อนว่าเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อศักยภาพการแข่งขันของประเทศในอนาคต

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงกฎหมายและกฎระเบียบให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ควบคู่กับการยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ความโปร่งใส และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจและนักลงทุน

TMA ระบุว่า เขตเศรษฐกิจที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง ล้วนมีกรอบการบริหารเชิงสถาบันและระบบกฎระเบียบที่ชัดเจน ช่วยให้ภาคธุรกิจ ประชาชน และหน่วยงานภาครัฐ สามารถตัดสินใจและดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ไทยต้องเร่งพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว