thansettakij
thansettakij
ตลาดนมโปรตีนไทยโตแรง “เต็ดตรา แพ้ค” ชี้โอกาสทองรุกกลุ่ม Lifestyle

ตลาดนมโปรตีนไทยโตแรง “เต็ดตรา แพ้ค” ชี้โอกาสทองรุกกลุ่ม Lifestyle

“เต็ดตรา แพ้ค“ เผยตลาดนมโปรตีนสูงและเครื่องดื่มโภชนาการพร้อมดื่มไทย โตมากกว่า 100% คาดมูลค่าพุ่ง 5,300 ล้านบาท ชี้แรงหนุนมาจากเทรนด์ของผู้บริโภคในกลุ่ม Lifestyle

KEY

POINTS

  • ตลาดนมโปรตีนในไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 2,400 ล้านบาท เป็น 5,300 ล้านบาท ในช่วงปี 2567-2568
  • พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนจากกลุ่มเฉพาะที่ออกกำลังกายหนัก มาสู่กลุ่มผู้บริโภคทั่วไป (Lifestyle) ที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น
  • กลุ่มผลิตภัณฑ์ "Lifestyle Protein" ที่เน้นการเสริมโปรตีนในชีวิตประจำวัน เป็นเซกเมนต์ที่เติบโตโดดเด่นที่สุดกว่า 100% ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตในการเจาะตลาดผู้บริโภควงกว้าง

อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มของไทย ก็กำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ จากเดิมที่ผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความอร่อย วันนี้กลับมองหาทางเลือกด้านโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพ สะดวกต่อการบริโภค และสอดรับกับวิถีชีวิตที่เร่งรีบในแต่ละวัน

บริษัท เต็ดตรา แพ้ค จึงได้เผยข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาดอาหารเสริมและโภชนาการ (Food Supplement and Nutrition: FSN) พร้อมชี้ให้เห็นโอกาสใหม่สำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มไทย ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคผ่านนวัตกรรมเครื่องดื่มพร้อมดื่ม

พฤติกรรมผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของตลาดนี้ คือผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน ควบคู่ไปกับความต้องการความสะดวกในการบริโภค สอดคล้องกับผลสำรวจ Voice of the Consumer Survey 2025 โดย PwC พบว่า ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน โดย 40% ของผู้บริโภคไทยระบุว่ารับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเป็นประจำเพื่อดูแลสุขภาพ ขณะที่ค่าเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ 30%

ขณะเดียวกัน ผลการศึกษาของเต็ดตรา แพ้ค ยังพบว่า 59% ของผู้บริโภคทั่วโลกที่ใส่ใจสุขภาพ นิยมบริโภคผลิตภัณฑ์โภชนาการในรูปแบบเครื่องดื่มพร้อมดื่ม เนื่องจากสะดวกต่อการบริโภคระหว่างวันและเหมาะกับการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบัน

นายสุภนัฐ รัตนทิพ ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ประเด็นนี้กำลังสะท้อนโอกาสสำคัญสำหรับผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงผู้ประกอบการรายเดิมในประเทศไทยที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่กลุ่มเครื่องดื่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (FSN) โดยเฉพาะ “ตลาดนมโปรตีนสูง” ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

ตลาดเติบโตเร็วมากกว่า 100%

ในช่วงปี 2567-2568 ตลาดเติบโตมากกว่า 100% ในเชิงปริมาณ (จาก 20 ล้านลิตร เป็น 41 ล้านลิตร) ส่วนในเชิงมูลค่าเติบโตจาก 2,400 ล้านบาท เป็น 5,300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ตลาดนี้ถูกพัฒนาให้อยู่ในรูปแบบ Ready-to-Drink หรือพร้อมดื่ม สามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านสะดวกซื้อทุกที่ทุกเวลา การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบผลิตภัณฑ์นี้จึงกลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยให้ตลาดขยายตัว

"หากมองไปที่ตลาดนมโปรตีนสูงจะพบว่า ตลาดในสหรัฐอเมริกาและยุโรปพัฒนาไปไกลแล้ว ขณะที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มตื่นตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัจจุบันตลาดยังอยู่ในช่วงขาขึ้นของ Product Life Cycle และยังเปิดกว้างสำหรับผู้ผลิตรายใหม่"

นายสุภนัฐ กล่าวว่า ปัจจุบันนมโปรตีนสูงมีสัดส่วนเพียง 4% ของตลาดนมทั้งหมดในประเทศไทย หรือประมาณ 41 ล้านลิตร โดยแบ่งเป็นนมวัวประมาณ 3 ใน 4 ของตลาด และนมจากพืชหรือ Plant-based ประมาณ 1 ใน 4 ซึ่งสาเหตุที่ผู้บริโภคเลือกดื่มนมโปรตีนสูงมากขึ้นมี 3 ปัจจัย

3 ปัจจัย "นมโปรตีน" ตอบโจทย์ผู้บริโภค

1. ผู้บริโภคต้องการการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อจากกระแสการออกกำลังกายที่ได้รับความนิยมมากขึ้น

2. การขยายตัวของกลุ่มผู้รักสุขภาพ ส่งผลให้ตลาดนมโปรตีนสูงขยายจากกลุ่มเฉพาะหรือ Niche Market ไปสู่ตลาดมวลชนหรือ Mass Market มากขึ้น และในด้านผลิตภัณฑ์ ตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • Hardcore Protein สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนักและต้องการโปรตีนมากกว่า 30 กรัมต่อขวด และ
  • Lifestyle Protein สำหรับผู้บริโภคทั่วไปที่ต้องการเสริมโปรตีนในชีวิตประจำวันในระดับ 11-20 กรัมต่อหน่วยบริโภค

3. กลุ่ม Lifestyle Protein ถือเป็นเซกเมนต์ที่เติบโตโดดเด่นที่สุด โดยขยายตัวมากกว่า 100% ภายในปีเดียว และมักนิยมบรรจุในกล่อง UHT หรือ Carton เนื่องจากดื่มง่ายและเข้าถึงได้ในราคาที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติเป็นอันดับแรก สินค้าต้องอร่อยและดื่มง่ายควบคู่ไปกับคุณประโยชน์ ขณะเดียวกันต้องสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นร้านสะดวกซื้อ สำนักงาน หรือแพลตฟอร์มออนไลน์

ตลาดนมโปรตีนที่น่าจับตามอง

ส่วสกลุ่มที่ยังคงน่าจับตามองคือ Plant-based Protein ซึ่งปัจจุบันมีอัตราการเติบโตเชิงปริมาณ 19% ขณะที่มูลค่าเติบโต 18% ตลาดนี้ก็ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและเปิดโอกาสสำหรับผู้ผลิตรายใหม่ที่ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถั่วเหลือง ธัญพืช หรือโปรตีนจากทานตะวัน

และตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านจากกลุ่มเฉพาะที่เน้นผู้รักการออกกำลังกาย ไปสู่กลุ่ม Lifestyle Protein หรือกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น โดยมองหาโปรตีนจากพืชเพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก เพิ่มความอิ่ม และเป็นแหล่งพลังงานสำหรับชีวิตประจำวัน 

อย่างไรก็ตาม แม้แนวโน้มการเติบโตของเครื่องดื่มในกลุ่มนี้จะสูง และสามารถจับกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตที่ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องรสชาติ รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเพื่อแก้ปัญหาความหนืดของโปรตีนพืช เพื่ ให้ดื่มง่ายและมีเนื้อสัมผัสที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคมากที่สุด