
บอลโลก 2026 เขย่าตลาดทีวีคึกคัก 'เพาเวอร์ มอลล์' เผยจอ 100 นิ้ว ยอดพุ่ง
ฟุตบอลโลก 2026 ปลุกตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าคึกคัก ทีวีจอยักษ์ ยอดขายโต 10-15% "เพาเวอร์ มอลล์" ชี้ภาพรวมปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 10-15% จากแรงส่งแอร์ สินค้า AI และกลุ่มพรีเมียม
KEY
POINTS
- มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นตลาดโทรทัศน์ให้กลับมาคึกคัก
- ผู้บริโภคต้องการประสบการณ์รับชมที่ใกล้เคียงโรงภาพยนตร์ ส่งผลให้ทีวีจอใหญ่ขนาด 100 นิ้วขึ้นไปมียอดขายเติบโตสูง
- เพาเวอร์ มอลล์คาดการณ์ว่ายอดขายกลุ่มโทรทัศน์ในช่วงฟุตบอลโลกจะเติบโตขึ้น 10-15%
- เทคโนโลยี AI กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจซื้อทีวี เพื่อเพิ่มคุณภาพของภาพและเสียง
นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริหารสินค้า เพาเวอร์ มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า ฟุตบอลโลก 2026 กลายเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะตลาดโทรทัศน์จอใหญ่ที่กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังผู้บริโภคเริ่มมองหาประสบการณ์การรับชมภายในบ้านที่ใกล้เคียงโรงภาพยนตร์มากขึ้น ส่งผลให้ทีวีขนาด 100 นิ้วขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มพรีเมียม มียอดขายเติบโตต่อเนื่อง ขณะที่เพาเวอร์ มอลล์คาดยอดขายทีวีในช่วงมหกรรมฟุตบอลโลกจะเติบโต 10-15%
แม้บรรยากาศการทำตลาดฟุตบอลโลกในปัจจุบันจะแตกต่างจากอดีต แต่การแข่งขันฟุตบอลโลกยังคงเป็นอีเวนต์ระดับโลกที่ช่วยกระตุ้นความต้องการซื้อทีวีได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มทีวีจอใหญ่และทีวีระดับพรีเมียม
บอลโลกดันดีมานด์ทีวีจอใหญ่ทะลุ 100 นิ้ว
เพาเวอร์ มอลล์ประเมินว่า ในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ยอดขายกลุ่มโทรทัศน์จะเติบโตประมาณ 10-15% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือทีวีจอขนาดใหญ่ 100 นิ้วขึ้นไป ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นสินค้าระดับพรีเมียมที่มีราคาหลักแสนบาท
ปัจจัยสำคัญมาจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การรับชมการแข่งขันกีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลโลกที่เป็นคอนเทนต์ซึ่งต้องการความคมชัดของภาพ สีสัน และรายละเอียดของเกมการแข่งขันมากขึ้น “ทีวีและระบบภาพยังเป็นสินค้าที่ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากฟุตบอลโลก และปีนี้เรายังเน้นผลักดันตลาดทีวีจอใหญ่ 100 นิ้วขึ้นไปอย่างต่อเนื่อง” นายรัชตะกล่าว
AI เปลี่ยนเกมตลาดทีวีรับบอลโลก
นอกจากขนาดหน้าจอแล้ว เทคโนโลยี AI ยังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ปัจจุบันฟังก์ชัน AI ถูกนำมาใช้ในการปรับคุณภาพภาพและเสียง การค้นหาคอนเทนต์ รวมถึงการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ภายในบ้าน ส่งผลให้สินค้ากลุ่ม AI กลายเป็นกลุ่มที่สร้างรายได้สำคัญให้กับเพาเวอร์ มอลล์ โดยมีสัดส่วนราว 40-50% ของยอดขายบางหมวดสินค้า
นายรัชตะมองว่า ในอนาคต AI จะกลายเป็นฟังก์ชันมาตรฐานของเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกประเภท เช่นเดียวกับสมาร์ทโฟนที่ปัจจุบันต้องมีฟังก์ชัน AI เพื่อรองรับการสร้างคอนเทนต์และการใช้งานในชีวิตประจำวัน
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ารุกแคมเปญรับกระแสบอลโลก
แม้การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 จะจัดในสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ซึ่งมีช่วงเวลาการแข่งขันแตกต่างจากประเทศไทย แต่ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ยังคงเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาดเพื่อเกาะกระแสการแข่งขัน ทั้งแบรนด์ที่เป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการและแบรนด์ทีวีชั้นนำต่างเตรียมจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคในช่วงก่อนการแข่งขัน
“ฟุตบอลโลกยังเป็นเครื่องมือการตลาดที่มีพลัง เพียงแต่บรรยากาศอาจแตกต่างจากในอดีต เพราะเวลาการแข่งขันอยู่ช่วงดึกถึงเช้ามืด แต่ทุกแบรนด์ก็ยังใช้ฟุตบอลโลกเป็นโอกาสสำคัญในการทำตลาด” นายรัชตะกล่าว
ตั้งเป้ายอดขายปีนี้โต 10-15%
สำหรับภาพรวมธุรกิจปี 2569 เพาเวอร์ มอลล์ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 10-15% สูงกว่าปีก่อนที่เติบโตเกือบ 10% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายเครื่องปรับอากาศที่เติบโตอย่างโดดเด่นจากสภาพอากาศร้อนจัด รวมถึงแรงส่งจากตลาดทีวีในช่วงฟุตบอลโลก ขณะเดียวกันบริษัทเดินหน้าปรับปรุงพื้นที่ขายและเพิ่มประสบการณ์ภายในสาขา โดยเฉพาะการนำเสนอสินค้า AI ผ่านสื่อภายในร้านและเทคโนโลยี AR เพื่อให้ลูกค้าสามารถเรียนรู้ฟังก์ชันการใช้งานได้ง่ายขึ้น
นายรัชตะเชื่อว่า ครึ่งปีหลังจะมีทิศทางที่ดีกว่าครึ่งปีแรก จากแรงหนุนของกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และมหกรรมฟุตบอลโลก ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน
ปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 10-15% จากปัจจัยหนุนทั้งตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะแอร์ และกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยว สำหรับกลุ่มนักท่องเที่ยว มองว่านักท่องเที่ยวเอเชีย เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน และสิงคโปร์ ยังมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการซื้อสินค้าอย่างสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
ทั้งนี้ เพาเวอร์ มอลล์ต้องการให้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy E-Receipt เพื่อช่วยเพิ่มการจับจ่ายในประเทศ รวมถึงสร้างความชัดเจนด้านมาตรการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อดึงดูดแบรนด์ต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มทุนจีนที่สนใจเข้ามาลงทุนในไทย
ในปี 2569 ตลาดมือถือ สินค้าไอที และเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทย ยังเติบโตต่อเนื่อง คาดมูลค่ารวม 250,000 – 270,000 ล้านบาท เติบโตเฉลี่ย 3 - 5 % โดยหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาด คือพัฒนาการก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI
ทั้งนี้เดินหน้าตอกย้ำ Strategic Positioning ในฐานะผู้นำ“AI Retail & Innovation Destination” รุกตลาดมือถือ ไอที เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าเทคโนโลยีครึ่งปีหลัง รับกระแสฟุตบอลโลก 2026 จัดแคมเปญ “POWER MALL ELECTRONICA SHOWCASE 2026” มหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้านวัตกรรม AI ครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “AI LIFE+ - SMARTER LIVING BETTER LIFE” ยกระดับไลฟ์สไตล์สู่ชีวิตเหนือระดับ ระหว่างวันที่ 21 พฤษภาคม – 2 สิงหาคม 2569 ที่ POWER MALL (เพาเวอร์ มอลล์) ทุกสาขา






