
ผนึกทุนไต้หวัน 'ROCTEC' กางแผนส่ง AI-หุ่นยนต์ บุกสมาร์ทซิตี้
เทคโนโลยี AI โตก้าวกระโดด 'ROCTEC' จับมือทุนไต้หวัน เร่งศึกษาโซลูชันใหม่ พร้อมหาพันธมิตร ลุยเจาะตลาดสมาร์ทซิตี้เต็มสูบ
KEY
POINTS
- ROCTEC กำลังศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์ เช่น Security Robot Dog ร่วมกับพันธมิตร เพื่อเจาะตลาดสมาร์ทซิตี้ในด้านความปลอดภัยและการบริหารจัดการพื้นที่
- บริษัทตั้งเป้ารายได้สำหรับปีบัญชี 2569/70 ไว้ที่ 3,600-3,900 ล้านบาท โดยมีโซลูชันด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโต
- แผนการดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากธุรกิจหลักเดิมด้าน ICT และระบบรักษาความปลอดภัย โดยจะเชื่อมโยงเทคโนโลยีหุ่นยนต์เข้ากับระบบกล้องวงจรปิดและโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่
นายเว่ย แซม แลม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บริษัท ร็อคเทค โกลบอล จำกัด (มหาชน) หรือ ROCTEC เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI และ Robotics ร่วมกับ Osense จากไต้หวัน และพันธมิตรด้านหุ่นยนต์จากประเทศจีน โดยมุ่งเน้นการใช้งานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก อาทิ งานรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบพื้นที่ การบริหารอาคาร ศูนย์คมนาคม และพื้นที่สาธารณะ
แนวทางการพัฒนาจะเชื่อมโยงการทำงานของหุ่นยนต์เข้ากับระบบกล้องวงจรปิด ระบบเฝ้าระวัง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่บริษัทมีอยู่ เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริหารจัดการและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ต่าง ๆ
หนึ่งในเทคโนโลยีที่อยู่ระหว่างการศึกษาคือ Security Robot Dog ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับระบบวิเคราะห์ภาพและข้อมูลจากกล้องวงจรปิด เพื่อใช้ในการลาดตระเวน ตรวจสอบพื้นที่ และติดตามความผิดปกติในพื้นที่ขนาดใหญ่หรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง
การพัฒนา AI และ Robotics ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการต่อยอดบริการด้าน ICT ระบบคมนาคม และระบบรักษาความปลอดภัยของบริษัท โดยมีเป้าหมายรองรับความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโครงการเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ที่มีแนวโน้มขยายตัวในอนาคต
ผลการดำเนินงานปีบัญชี 2568/69 (เมษายน 2568 - มีนาคม 2569) บริษัทมีรายได้รวม 3,428 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 476 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.8% ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 13.9%
ทั้งนี้ รายได้หลักยังมาจากธุรกิจ ICT Solutions ซึ่งมีรายได้ 2,917 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 85% ของรายได้รวม ขณะที่ธุรกิจสื่อโฆษณามีรายได้ 511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากปีก่อน
การเติบโตของธุรกิจ ICT Solutions มาจากการดำเนินโครงการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบสื่อสารที่ทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่อง โดยธุรกิจดังกล่าวครอบคลุมระบบโครงข่ายสื่อสาร เทคโนโลยีด้านคมนาคม ระบบรักษาความปลอดภัย โซลูชันฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ รวมถึงระบบจอแสดงผลดิจิทัล
สำหรับโครงสร้างรายได้ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจ ICT Solutions ยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ขณะที่ธุรกิจสื่อโฆษณามีสัดส่วนรายได้ประมาณ 15% ของรายได้รวม
โครงสร้างพื้นฐานระบบราง หนุนรายได้ระยะยาว
อีกหนึ่งธุรกิจที่ ROCTEC ให้ความสำคัญคือการพัฒนาเทคโนโลยีและระบบสื่อสารสำหรับภาคคมนาคมและระบบราง ซึ่งบริษัทดำเนินงานในธุรกิจดังกล่าวมานานกว่า 30 ปี และมีโครงการในหลายประเทศ
ล่าสุดบริษัทได้รับงานพัฒนาโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยขอบเขตงานครอบคลุมระบบสื่อสาร ระบบติดตามขบวนรถ ระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และระบบรักษาความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถ
นอกจากนี้บริษัทยังพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับบริหารจัดการการเดินรถ เช่น Integrated Speed and Position Supervision System (ระบบบูรณาการควบคุมดูแลความเร็วและตำแหน่ง) ซึ่งใช้เทคโนโลยี IoT, GPS และระบบสื่อสารแบบเรียลไทม์ เพื่อติดตามตำแหน่งและความเร็วของขบวนรถ รวมถึงระบบ RFID สำหรับจัดเก็บและบริหารข้อมูลอุปกรณ์และสินทรัพย์ในระบบขนส่ง
สำหรับลักษณะของโครงการด้านระบบรางและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ส่วนใหญ่ไม่ได้มีรายได้เฉพาะในช่วงการติดตั้งระบบ แต่ยังมีงานดูแลและบำรุงรักษาระบบ การอัปเกรดเทคโนโลยี และการขยายขอบเขตงานเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ต่อเนื่องของผู้ประกอบการในธุรกิจประเภทนี้
ต่อยอด AI และ Robotics รองรับโซลูชัน Smart City
นอกเหนือจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้าน ICT แล้ว ROCTEC อยู่ระหว่างขยายการพัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI, Computer Vision และ Intelligent Analytics เพื่อประยุกต์ใช้กับระบบที่บริษัทมีประสบการณ์ดำเนินงานอยู่เดิม โดยเฉพาะระบบกล้องวงจรปิดและระบบรักษาความปลอดภัย
ตั้งเป้ารายได้แตะ 3,900 ล้านบาท
สำหรับปีบัญชี 2569/70 (เมษายน 2569 - มีนาคม 2570) บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตระดับเลขสองหลัก โดยคาดว่ารายได้ 3,600-3,900 ล้านบาท ปัจจัยสนับสนุนมาจากการขยายตัวของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบคมนาคมอัจฉริยะ ความปลอดภัยทางไซเบอร์ และโซลูชันด้าน AI ปัจจุบันบริษัทมีงานรองรับรายได้แล้วประมาณ 47% ของเป้าหมายรายได้ทั้งปี
นายเว่ย แซม แลม กล่าวว่า บริษัทมีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เน้นการรับงานในลักษณะโครงการ ทำให้การใช้เงินลงทุนเริ่มต้นอยู่ในระดับไม่สูงเมื่อเทียบกับธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานบางประเภท ขณะที่การรับชำระเงินเป็นไปตามความคืบหน้าของงาน ซึ่งช่วยสนับสนุนสภาพคล่องทางการเงินของบริษัท
แนวทางดังกล่าวมุ่งยกระดับการทำงานของระบบ CCTV จากการบันทึกภาพและเฝ้าระวัง ไปสู่การวิเคราะห์ข้อมูลและเหตุการณ์แบบอัตโนมัติ เช่น การตรวจจับความผิดปกติ การแจ้งเตือนเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ และการสนับสนุนข้อมูลสำหรับการบริหารจัดการด้านความปลอดภัย
ขณะเดียวกัน บริษัทศึกษาการนำ AI มาใช้ในด้านบริการลูกค้า การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบซ่อมบำรุงเชิงคาดการณ์ (Predictive Maintenance) เพื่อช่วยติดตามสภาพการทำงานของอุปกรณ์และลดโอกาสเกิดเหตุขัดข้องในระบบคมนาคมและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องด้วย







