thansettakij
thansettakij
สมรภูมิอาหารเปลี่ยน 3 บิ๊กบุกงาน THAIFEX 2026 สร้างแบรนด์ตีตลาดโลก

สมรภูมิอาหารเปลี่ยน 3 บิ๊กบุกงาน THAIFEX 2026 สร้างแบรนด์ตีตลาดโลก

28 พ.ค. 69 | 08:00 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 69 | 08:05 น.

THAIFEX 2026 เดือด "S&P-KCG-ฟู้ดสตาร์" สลัดภาพผู้ผลิตเดิม งัดบิสิเนสโมเดลใหม่ชูโซลูชันเฉพาะกลุ่ม ปั๊มรายได้โตระยะยาว

KEY

POINTS

  • เอส แอนด์ พี (S&P) ปรับกลยุทธ์รุกตลาด B2B และ OEM เต็มตัว โดยใช้จุดแข็งด้านครัวกลางและมาตรฐานการผลิตเป็นผู้ให้บริการโซลูชันอาหารครบวงจร พร้อมรีเฟรชแบรนด์ค้าปลีกเพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
  • เคซีจี คอร์ปอเรชั่น (KCG) มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจร (Seamless Solution Provider) โดยใช้ความแข็งแกร่งของ Value Chain และเครือข่ายพันธมิตรในการขยายตลาดสู่ภูมิภาค พร้อมปรับแบรนด์สู่ "Lifestyle Food Brand"
  • ฟู้ดสตาร์ (FoodStar) เปลี่ยนทิศทางธุรกิจจากการแข่งขันด้านรสชาติสู่ "คุณประโยชน์" โดยเร่งขยายพอร์ตเครื่องดื่มฟังก์ชัน 

THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจรและมีบทบาทสำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ถือเป็นเวทีระดับนานาชาติ ที่มีผู้จัดแสดงสินค้าจากไทยและต่างชาติ รวม 56 ประเทศร่วมนำเสนอธุรกิจ พร้อมผู้ซื้อจาก 130 ประเทศทั่วโลก ซึ่งคาดว่าจะสร้างมูลค่าการค้าได้มากกว่า 1.3 แสนล้านบาท 

ผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มรายใหญ่ของไทย ต่างใช้เวทีนี้สะท้อนทิศทางธุรกิจใหม่ ท่ามกลางการแข่งขันที่เปลี่ยนจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง “โซลูชันอาหาร” การพัฒนาสินค้าเฉพาะกลุ่ม และการสร้างแบรนด์ระยะยาวเพื่อขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ

ทั้งบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน), บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ KCG และ บริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด ต่างเร่งปรับโมเดลธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อสร้าง New Growth Engine รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้น รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงทั้งจากผู้เล่นในประเทศและต่างชาติ

นายกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน)

S&P รุก B2B เต็มตัว ดัน OEM-ฟู้ดเซอร์วิสโต

นายกำธร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ระบุว่า บริษัทกำลังปรับองค์กรภายใต้แนวคิด “Delicious Business Solution” เพื่อขยายบทบาทจากธุรกิจร้านอาหารและเบเกอรี่ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันอาหารครบวงจรในตลาด B2B

กลยุทธ์หลักคือการใช้จุดแข็งด้านมาตรฐานการผลิต ระบบครัวกลาง และเครือข่ายอาหาร เข้าไปเป็นพาร์ทเนอร์ให้กับร้านอาหาร โรงแรม สายการบิน และธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ โดยเฉพาะธุรกิจ OEM และ Retail Food Service (RFS) ที่ปัจจุบันสร้างรายได้ประมาณ 800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 12-13% 

ในช่วงที่ผ่านมา ธุรกิจ OEM ของ S&P เติบโตขึ้น 2-3 เท่า โดยมีลูกค้าหลัก Starbucks ซึ่ง S&P เป็นผู้ผลิตสินค้าให้ตั้งแต่เข้ามาในไทย ไปจนถึง Minor International และ 7-Eleven ทั้งในรูปแบบรับจ้างผลิตและสินค้าภายใต้แบรนด์ S&P

บูธ S&P THAIFEX 2026

อีกด้านหนึ่ง S&P ยังใช้กลยุทธ์ Collaboration เพื่อขยายตลาด โดยจับมือกับเชฟและร้านอาหารเฉพาะทาง เช่น การร่วมงานกับ “เชฟโอ” จากร้าน “ตั้งใจย่าง” เพื่อพัฒนาเมนูสำหรับ การบินไทย ซึ่งสะท้อนแนวทางใหม่ที่ S&P ต้องการเป็น “Food Partner” มากกว่าผู้ผลิตอาหารแบบเดิม

แตกโมเดลร้านใหม่ เจาะลูกค้า Gen Z

นอกจากธุรกิจ B2B แล้ว S&P ยังเร่งรีเฟรชแบรนด์ในฝั่งค้าปลีก เพื่อดึงฐานลูกค้ารุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านการนำแฟรนไชส์ Wingstop เข้ามาทำตลาดในไทย พร้อมวาง Positioning ให้เชื่อมโยงกับดนตรี กีฬา และแฟชั่น เพื่อจับกลุ่ม Gen Z โดยเฉพาะ

บริษัทเริ่มทดลองโมเดลร้านใหม่หลายรูปแบบ เช่น “S&P 1973” โมเดลพรีเมียม และ “S&P Express” ที่พัฒนาในรูปแบบ QSR (Quick Service Restaurant) เน้นความเร็วและเทคโนโลยีสั่งอาหาร

พร้อมกันนี้ยังแบ่งเซกเมนต์ร้านค้าออกเป็น 5 รูปแบบตามทำเลและกลุ่มลูกค้า เพื่อลดข้อจำกัดของการขยายสาขาแบบเดิม และเพิ่มความยืดหยุ่นในการแข่งขัน

ด้านสินค้า S&P ใช้กลยุทธ์ออกสินค้าใหม่ต่อเนื่องเพื่อสร้างกระแสในตลาด เช่น “ชิโอปัง” ที่ทำยอดขายได้กว่า 3 ล้านชิ้นใน 6 เดือน หรือ “Square Cake” เค้กถาดที่เน้นราคาจับต้องง่าย เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่มแมส

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ KCG

KCG ใช้ Value Chain ขยายธุรกิจภูมิภาค

นายดำรงชัย วิภาวัฒนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ KCG ระบุว่า บริษัทกำลังปรับตัวสู่การเป็น “Seamless Solution Provider” สำหรับธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ผ่านการเชื่อมระบบตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การผลิต โลจิสติกส์ การขาย ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกับคู่ค้า

จุดแข็งสำคัญของ KCG คือการสร้างพันธมิตรระยะยาวในตลาดต่างประเทศ โดยเน้นการทำงานร่วมกับคู่ค้าแบบไม่แข่งขันกันโดยตรง พร้อมช่วยพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดเฉพาะประเทศ

ตัวอย่างสำคัญคือการปรับสูตรและแพ็กเกจจิ้งของ Imperial Cookies สำหรับตลาดเวียดนาม ให้มีความพรีเมียมและเหมาะกับการเป็นของฝาก ขณะที่ตลาดญี่ปุ่น บริษัทใช้กลยุทธ์ Co-development ร่วมกับคู่ค้า ทั้งเรื่องสูตรสินค้า ขนาด และมาตรฐานความปลอดภัย

ส่วนตลาดฟิลิปปินส์บริษัทมองเห็นโอกาสในกลุ่ม Dairy Product โดยเฉพาะสินค้าเนยและชีส ภายใต้แบรนด์ Allowrie ที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่นิยมรสชาติครีมมี่

รูปสินค้า KCG

ดันแบรนด์อาหารสู่ Lifestyle Brand

ในฝั่ง B2C KCG กำลังขยับจากผู้ผลิตสินค้าอาหาร ไปสู่การเป็น “Lifestyle Food Brand” ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองและผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น

บริษัทวางแนวทางสร้างแบรนด์ในตลาดอาเซียน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Global Quality with Local Relevance” หรือการใช้มาตรฐานระดับโลกควบคู่กับการปรับสินค้าให้เข้ากับรสนิยมท้องถิ่นในแต่ละประเทศ

KCG ยังตั้งเป้าขยายธุรกิจสู่การเป็น Regional Player ในอุตสาหกรรมอาหาร โดยใช้จุดแข็งด้านแบรนด์ วัตถุดิบ และเครือข่ายพันธมิตรเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก

นางสาว จันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ และทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด (FoodStar)

FoodStar เร่งพอร์ตสุขภาพ ดัน Functional Drink

นางสาว จันทรา พงศ์ศรี กรรมการผู้จัดการ และทายาทรุ่นที่ 2 ของบริษัท ฟู้ดสตาร์ จำกัด (FoodStar) ระบุว่า บริษัทมองเห็นการเปลี่ยนผ่านสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม จากการแข่งขันด้าน “รสชาติ” ไปสู่การแข่งขันด้าน “Benefit” หรือคุณประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับจากสินค้า

บริษัทจึงเร่งขยายตลาด Functional Drink และพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ Wellness Lifestyle และ Preventive Health มากขึ้น ทั้งด้านภูมิคุ้มกัน พลังงาน ระบบย่อยอาหาร และ Mental Wellness

หนึ่งในสินค้าหลักคือ “Mikku Immu” ซึ่งถูกวางเป็น Strategic Product สำคัญของบริษัทในกลุ่ม Functional Drink โดยเน้นเรื่องการดูแลลำไส้ ภูมิคุ้มกัน และการดื่มได้ทุกวัน

นอกจากนี้ FoodStar ยังใช้กลยุทธ์ Product Innovation เพื่อสร้างความแตกต่าง เช่น “Mikku Duolicious” ที่รวม 2 รสชาติในขวดเดียว และ “Mikku Dessert Series” ที่พัฒนาเครื่องดื่มให้มีประสบการณ์ใกล้เคียงของหวาน

บูธสินค้า FoodStar ในงาน THAIFEX 2026  และคณะผู้บริหาร 

รักษาฐานแมส-สร้างแบรนด์ระยะยาว

สำหรับแบรนด์ DeeDo บริษัทเลือกใช้กลยุทธ์รักษาฐานตลาดแมส ผ่านการออกสินค้าใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาระดับราคาที่เข้าถึงง่าย

FoodStar ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาวัตถุดิบและคุณภาพการผลิต เพื่อรักษาความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว โดยเฉพาะการคัดเลือกกลิ่นและวัตถุดิบจากแหล่งคุณภาพระดับโลก

นอกจากนี้ยังเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ในกลุ่มเด็ก เช่น DeeDo Ice Stick รวมถึงสินค้า Innovation Product อื่น ๆ ที่อยู่ระหว่างพัฒนา เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้พอร์ตสินค้า

เร่งสร้าง New Growth Engine รับตลาดแข่งขันสูง

ทิศทางของทั้ง 3 บริษัทสะท้อนว่า อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่การเติบโตไม่ได้พึ่งเพียงยอดขายสินค้าแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องสร้าง “New Growth Engine” ผ่านโมเดลธุรกิจใหม่ การสร้างพันธมิตร และการพัฒนาสินค้าเฉพาะกลุ่มมากขึ้น

S&P ใช้เกม B2B และ OEM เป็นตัวขับเคลื่อน, KCG ใช้ระบบ Value Chain และเครือข่ายพันธมิตรต่างประเทศเป็นฐานขยายตลาด ส่วน FoodStar เร่งสร้างพอร์ต Functional Drink รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคสุขภาพ

แม้กลยุทธ์ต่างกัน แต่เป้าหมายสำคัญไม่ต่างกัน คือการลดการพึ่งพาตลาดเดิม และสร้างการเติบโตระยะยาวในตลาดภูมิภาคที่แข่งขันเข้มข้นขึ้น