thansettakij
thansettakij
ชิลีดันไทยฮับการค้าเจาะอาเซียน ส่งออกสินค้าเนื้อพรีเมียม แซลมอน เชอรี่สด

ชิลีดันไทยฮับการค้าเจาะอาเซียน ส่งออกสินค้าเนื้อพรีเมียม แซลมอน เชอรี่สด

28 พ.ค. 69 | 02:33 น.
อัปเดตล่าสุด :28 พ.ค. 69 | 03:36 น.

ชิลีรุกอาเซียนเต็มสูบ ชูแซลมอน–ผลไม้–เนื้อสัตว์เจาะตลาด 700 ล้านคน ดันไทยฮับการค้าอาหาร–ประตูสู่ละตินอเมริกา

KEY

POINTS

  • ชิลีมุ่งขยายตลาดมายังภูมิภาคอาเซียน โดยใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าและประตูเชื่อมต่อไปยังตลาดผู้บริโภคกว่า 700 ล้านคน
  • สินค้าส่งออกสำคัญที่ชิลีใช้เจาะตลาดอาเซียนผ่านไทย ได้แก่ ผลไม้สด (เชอร์รี่, องุ่น) อาหารทะเล (แซลมอน, หอยแมลงภู่) และเนื้อสัตว์คุณภาพ
  • ไทยถูกมองว่าเป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์และศูนย์กลางกระจายสินค้า เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาแล้ว และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เป็นต้นแบบในภูมิภาค

ปัจจุบันชิลีกำลังขยายบทบาททางเศรษฐกิจมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างจริงจัง โดยใช้ไทยเป็นทั้ง ตลาดยุทธศาสตร์ และ ศูนย์กลางเชื่อมต่อ สู่ภูมิภาคอาเซียน ท่ามกลางกระแสการค้าอาหารโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ความต้องการสินค้าเกษตรคุณภาพสูงเพิ่มขึ้น และการแข่งขันด้านซัพพลายเชนที่เข้มข้นมากขึ้น

ทว่าสะท้อนทิศทางใหม่ของประเทศผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่จากลาตินอเมริกา ที่กำลังขยับจากการค้าสินค้าโภคภัณฑ์แบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้างพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์กับประเทศในอาเซียน โดยเฉพาะไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งถูกมองว่าเป็นตลาดแห่งอนาคตของโลก

Ignacio Fernández ผู้อำนวยการทั่วไปของ ProChile เปิดเผยว่า ชิลลี่มีการส่งออกมาอาเซียน 7 ปีติด เนื่องจากมองว่าเป็นตลาดที่สำคัญ โดยปีที่แล้วตัวเลขการส่งออกสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ มูลค่ารวมทะลุ 100 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่ภาคบริการส่งออกมีมูลค่ามากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ แต่เนื่องจากสถานการณ์โลกไม่แน่นอนจึงจำเป็นต้องหาตลาดใหม่

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถือเป็นภูมิภาคยุทธศาสตร์สำคัญของชิลี เนื่องจากอาเซียนมีสัดส่วนการค้าโลกประมาณ 8% มีประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน ซึ่งใกล้เคียงกับทั้งภูมิภาคลาตินอเมริกา จึงได้นำผู้ประกอบการเข้ามาร่วมใน THAIFEX ซึ่งทั้งธุรกิจ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลไม้ ถั่ว รวมถึงบริษัทแก้ไขปัญหาด้านไอทีเกี่ยวกับการเกษตร

ทั้งนี้ ชิลีต้องการวางตัวเองเป็นคู่ค้าที่ไว้ใจได้ ไปสู่ตลาดตินอเมริกา สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการจากไทยและเอเชีย ผ่านเครือข่ายความตกลงการค้าเสรี (FTA) ที่ชิลีทำไว้กับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค อาทิ อาร์เจนตินา บราซิล หรือเปรู

 

ภาพประกอบข่าวชิลี

 

ผลไม้สดดาวรุ่ง เจาะตลาดอาเซียน

Iván Marambio ตัวแทนจาก Frutas de Chile เปิดเผยว่า ปัจจุบันชิลีเป็นผู้ส่งออกผลไม้สดอันดับ 1 ของซีกโลกใต้ และอันดับ 4 ของโลก โดยสมาคมดูแลสัดส่วนการส่งออกผลไม้กว่า 90% ของประเทศ

ปัจจุบันชิลีส่งออกผลไม้สดมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 15,000 ตันต่อปี สินค้าหลัก ได้แก่ เชอร์รี่และองุ่น ซึ่งได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในกลุ่มผู้บริโภคระดับกลางและพรีเมียมของภูมิภาค

โดยสะท้อนให้เห็นว่ามีผู้บริโภคในอาเซียนเริ่มเปิดรับผลไม้พรีเมียมมากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่กำลังขยายตัวด้านค้าปลีกสมัยใหม่และอีคอมเมิร์ซอาหาร เช่น ไทย เวียดนาม และฟิลิปปินส์

นอกจากสินค้าเดิมแล้ว ชิลีกำลังเร่งผลักดันการเปิดตลาดผลไม้ชนิดใหม่ในภูมิภาค ได้แก่ ลูกพลับเข้าสู่ไทย กีวี่และบลูเบอร์รี่เข้าสู่เวียดนามและฟิลิปปินส์ รวมถึงผลไม้ตระกูลส้มเข้าสู่อินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่ระบบโลจิสติกส์ โดยการขนส่งผลไม้จากชิลีมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้เวลาราว 50 วัน มากกว่าการส่งออกไปจีนซึ่งใช้เวลาประมาณ 25 วันเท่านั้น ซึ่งการรักษาคุณภาพสินค้าในระหว่างขนส่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันในตลาดอาหารพรีเมียม

หอยแมลงภู่ชิลีตีตลาดสตรีทฟู้ดไทย

นอกจากผลไม้สดแล้ว สินค้าอาหารทะเลของชิลีก็กำลังขยายตลาดในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “หอยแมลงภู่ชิลี” ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นในไทย

Eduardo Piccolo, Representative of AMI Chile (Chile Mussels) ระบุว่า ปริมาณส่งออกหอยแมลงภู่มายังเอเชียเพิ่มขึ้นจาก 6,000 ตัน เป็น 7,000 ตันในช่วงที่ผ่านมา โดยไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่สุด ซึ่งชิลีมีจากจุดแข็งด้านความต่อเนื่องของซัพพลาย เนื่องจากผลผลิตหอยแมลงภู่ในประเทศไทยมีตามฤดูกาลเพียง 2-3 เดือนต่อปี ขณะที่ชิลีสามารถส่งมอบสินค้าได้ตลอดทั้งปีทำให้ตอบโจทย์ธุรกิจร้านอาหารและสตรีทฟู้ดที่ต้องการวัตถุดิบสม่ำเสมอ 

สำหรับหอยแมลงภู่ที่ไทยนำเข้าจากชิลีส่วนใหญ่จะเป็นวัตถุดิบในการประกอบการ เช่น ผัดไทย ไทยถือเป็น “Perfect Solution Market” สำหรับหอยแมลงภู่ชิลี เพราะผู้บริโภคไทยมีความคุ้นเคยกับเมนูอาหารทะเลอยู่แล้ว และพร้อมเปิดรับวัตถุดิบนำเข้าที่มีคุณภาพ

นอกจากนี้ ชิลียังมองไทยเป็นประเทศต้นแบบด้านพฤติกรรมผู้บริโภคในอาเซียน ทั้งในภาคค้าปลีก โรงแรม และร้านอาหาร โดยเชื่อว่าหากสินค้าใดประสบความสำเร็จในไทย ประเทศเพื่อนบ้านมักจะนำโมเดลเดียวกันไปปรับใช้ต่อ

 

ภาพประกอบข่าวชิลี

 

รุกตลาดเนื้อแดง ชูคุณภาพเทียบออสเตรเลีย

Rafael Lecaros, CEO of Faenacar (ChileMeat) กล่าวว่า ชิลีพยายามเปิดตลาดเนื้อสัตว์ในไทยมานานกว่า 4 ปี โดยชูจุดเด่นด้านคุณภาพที่ใกล้เคียงกับเนื้อออสเตรเลีย และมีระดับราคาที่แข่งขันได้มากกว่า

นอกจากนี้ ชิลียังใช้จุดแข็งด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและสถานะปลอดโรคสัตว์ระดับสูงเป็นจุดขายสำคัญ โดยระบุว่าประเทศมีระบบตรวจสอบย้อนกลับและมาตรฐานสุขอนามัยที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

แม้ตลาดเนื้อพรีเมียมของไทยยังมีการแข่งขันสูงจากออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ แต่ชิลีเชื่อว่าความต้องการบริโภคเนื้อคุณภาพในไทยยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรม และธุรกิจบริการอาหารระดับพรีเมียม

แซลมอนชิลีโตแรง ไทยขึ้นแท่นตลาดหลักอาเซียน

Rodrigo Bustos, Representative of Salmon Chile เปิดเผยว่า ชิลีผลิตแซลมอนคิดเป็นประมาณ 30% ของผลผลิตโลก หรือราว 1.2 ล้านตันต่อปี สำหรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยถือเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค โดยปัจจุบันไทยนำเข้าแซลมอนจากนอร์เวย์ประมาณ 25,000 ตันต่อปี และนำเข้าจากชิลีราว 15,000 ตัน รวมเป็นตลาดขนาดกว่า 40,000 ตัน

เฉพาะแซลมอนจากชิลีมีอัตราการเติบโตในไทยราว 20% สะท้อนถึงความนิยมบริโภคอาหารญี่ปุ่นและอาหารสุขภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการชิลีมองว่า ไทยไม่ได้เป็นเพียงตลาดบริโภค แต่ยังเป็น “ศูนย์กลางกระจายสินค้า” ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านเครือข่ายธุรกิจอาหาร โรงแรม และร้านอาหารระดับภูมิภาค

ขณะเดียวกัน งาน THAIFEX – Anuga Asia ถูกมองว่าเป็นเวทีสำคัญที่สุดของอุตสาหกรรมอาหารในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกลุ่มแซลมอนและอาหารทะเล

โดยในงาน THAIFEX ปีที่ผ่านมา บริษัทจากชิลี 1 แห่งสามารถนัดหมายเจรจาธุรกิจได้ถึง 88 นัดภายในงานเดียว สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะ “ฮับการค้าอาหาร” ของภูมิภาค

ไทย–ชิลี จากคู่ค้า สู่พันธมิตรยุทธศาสตร์อาหารโลก

การขยายบทบาทของชิลีในอาเซียนเกิดขึ้นในช่วงที่ภูมิภาคกำลังกลายเป็นศูนย์กลางการบริโภคใหม่ของโลก จากการเติบโตของชนชั้นกลาง เมืองขนาดใหญ่ และธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่

สำหรับไทย ความร่วมมือกับชิลีอาจไม่ใช่เพียงเรื่องการนำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารทะเลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงโอกาสในการพัฒนาโลจิสติกส์ ห่วงโซ่ความเย็น การแปรรูปอาหาร และการลงทุนร่วมในตลาดลาตินอเมริกา

ในอีกด้าน ชิลีก็ต้องการใช้ไทยเป็น “ฐานยุทธศาสตร์” ในการเข้าถึงอาเซียน ผ่านจุดแข็งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ และระบบค้าปลีกที่พัฒนาแล้ว

 

ภาพประกอบข่าวชิลี