thansettakij
thansettakij
ร้านสะดวกซักแข่งเดือด CODE CLEAN จับมือ Primus ลุยขยาย 500 สาขา

ร้านสะดวกซักแข่งเดือด CODE CLEAN จับมือ Primus ลุยขยาย 500 สาขา

19 พ.ค. 69 | 08:50 น.
อัปเดตล่าสุด :19 พ.ค. 69 | 10:49 น.

CODE CLEAN ชูโมเดล “Tech-Driven Laundry Franchise” จับมือ Primus ดันร้านสะดวกซักพรีเมียม ตั้งเป้าขยาย 500 สาขาใน 5 ปี แข่งขันเดือดกว่า 50 แบรนด์ เร่งใช้เทคโนโลยี-ระบบหลังบ้าน-บริการหลังการขาย สร้างแต้มต่อธุรกิจ

KEY

POINTS

  • CODE CLEAN จับมือกับ Primus แบรนด์เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมระดับโลก ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 500 แห่งภายใน 3-5 ปี
  • ชูจุดแข็ง "Tech-Driven Laundry Franchise" ใช้เทคโนโลยีและระบบหลังบ้านอัจฉริยะเพื่อช่วยแฟรนไชส์ซีบริหารจัดการร้านและลดต้นทุน
  • การร่วมมือกับ Primus มุ่งยกระดับร้านสู่ระดับพรีเมียม ด้วยเครื่องซักผ้าที่ทนทานและประหยัดพลังงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและแฟรนไชส์ซี

นายณพัฒน์ เบญญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wash & Go ผู้ให้บริการร้านสะดวกซักอัตโนมัติและธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ CODE CLEAN กล่าวว่า ภาพรวมตลาดร้านสะดวกซักไทยยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากการขยายตัวของเมืองและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ต้องการความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดปัจจุบันไม่ได้วัดกันเพียงจำนวนสาขาหรือราคาอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพของระบบบริหารจัดการ เทคโนโลยี และการสนับสนุนแฟรนไชส์ซีในระยะยาว

 

นายณพัฒน์ เบญญศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Wash & Go ผู้ให้บริการร้านสะดวกซักอัตโนมัติและธุรกิจแฟรนไชส์ภายใต้แบรนด์ CODE CLEAN

 

ตลาดร้านสะดวกซักอัตโนมัติในประเทศไทยยังแข่งขันรุนแรง ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดมากกว่า 50 แบรนด์ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความสะอาด ความสะดวก และคุณภาพการบริการมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการเร่งยกระดับธุรกิจผ่านเทคโนโลยี ระบบบริหารจัดการ และบริการหลังการขาย

ล่าสุด CODE CLEAN เดินหน้ารุกตลาดต่อเนื่อง ชู 3 จุดแข็ง “เทคโนโลยี–ระบบหลังบ้าน–บริการหลังการขาย” วางตำแหน่งเป็น “Tech-Driven Laundry Franchise” พร้อมจับมือ Primus แบรนด์เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา เสริมศักยภาพแฟรนไชส์ซีและยกระดับประสบการณ์ร้านสะดวกซักพรีเมียม ตั้งเป้าขยายสาขาเพิ่มอีก 500 สาขาภายใน 3-5 ปี

ชูเทคโนโลยีบริหารร้าน ลดต้นทุน-เพิ่มประสิทธิภาพ

เดินหน้าพัฒนาโมเดลธุรกิจในรูปแบบ “Tech-Driven Laundry Franchise” โดยลงทุนด้านเทคโนโลยีและระบบบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้แฟรนไชส์ซีบริหารร้านได้ง่ายขึ้น ลดภาระต้นทุน และสร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน

หนึ่งในระบบสำคัญคือ “Central Payment” ที่เชื่อมการทำงานของเครื่องซัก เครื่องอบ และตู้จำหน่ายสินค้าไว้ในจุดเดียว รองรับทั้งเงินสด การสแกนจ่าย และระบบสะสมคะแนน ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า และลดภาระการจัดการเงินสดของเจ้าของร้าน

ขณะเดียวกัน ได้พัฒนาระบบ Dashboard หลังบ้าน เพื่อให้เจ้าของร้านสามารถตรวจสอบยอดขาย สต๊อกสินค้า และสถานะการทำงานของเครื่องแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติและฟังก์ชันวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารร้านและการตัดสินใจทางธุรกิจ

นายณพัฒน์ กล่าวว่า ความสำเร็จของธุรกิจร้านสะดวกซักไม่ได้อยู่ที่การติดตั้งเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับระบบบริหารจัดการหลังบ้าน การดูแลลูกค้า และความสามารถในการแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจ

 

วางโมเดลดูแลแฟรนไชส์ซีครบวงจร

อีกหนึ่งจุดแข็งของ CODE CLEAN คือ โมเดลการดูแลแฟรนไชส์ซีในรูปแบบ “Consult & Supportive Partner” ที่เน้นการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจระยะยาว ส่งผลให้บริษัทมีอัตราการต่อสัญญาแฟรนไชส์สูงถึง 100%

บริษัทดูแลตั้งแต่ขั้นตอนก่อนเปิดร้าน โดยมีทีมวิศวกรและสถาปนิกช่วยวิเคราะห์พื้นที่และออกแบบร้านให้ได้มาตรฐาน รวมถึงสนับสนุนด้านการอบรมและการตลาดช่วงเปิดร้าน หลังเปิดดำเนินการ ยังมีบริการ Call Center ตลอด 24 ชั่วโมง ระบบ Preventive Maintenance ตรวจเช็กเครื่องตามรอบการใช้งาน และระบบ Centralized Marketing ที่ช่วยวางกลยุทธ์ดึงลูกค้าเข้าสู่ร้านอย่างต่อเนื่อง

แนวทางดังกล่าวทำให้ CODE CLEAN ได้รับรางวัลรองอันดับหนึ่ง “นวัตกรรมแฟรนไชส์ยอดเยี่ยม” และรางวัล “Marketing Excellence Award in B2B Marketing” ซึ่งสะท้อนศักยภาพด้านการพัฒนาธุรกิจและการตลาดสำหรับแฟรนไชส์

 

ผนึก Primus ยกระดับร้านสะดวกซักพรีเมียม

ล่าสุด CODE CLEAN ประกาศความร่วมมือกับ Primus แบรนด์เครื่องซักผ้าอุตสาหกรรมภายใต้ Alliance Laundry Systems จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 110 ปี เพื่อยกระดับมาตรฐานร้านสะดวกซักและเพิ่มความมั่นใจให้กับแฟรนไชส์ซี

นายณพัฒน์ กล่าวว่า เครื่องซักผ้า Primus มีจุดเด่นด้านความทนทาน อายุการใช้งานยาวนานกว่า 10 ปี และมีเทคโนโลยีช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนคงที่ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และทำให้แฟรนไชส์ซีสามารถคืนทุนได้เร็วขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ร้านสะดวกซักให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับ Premium Experience ทั้งด้านความสะอาด คุณภาพเครื่อง ความทันสมัย และความน่าเชื่อถือของแบรนด์

 

ตั้งเป้าขยาย 500 สาขา รับเทรนด์เมืองโต

ปัจจุบัน CODE CLEAN มีสาขารวมทั่วประเทศ 260 สาขา แบ่งเป็นสาขาของบริษัท 60 สาขา และสาขาแฟรนไชส์ 200 สาขา โดยบริษัทตั้งเป้าขยายเพิ่มอีก 500 สาขาภายใน 3-5 ปีข้างหน้า มองว่า ธุรกิจร้านสะดวกซักยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก จากแนวโน้มการขยายตัวของเมือง การเติบโตของที่อยู่อาศัยแนวสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาความสะดวกสบายมากขึ้น

 

 

ร้านสะดวกซักแข่งเดือด CODE CLEAN จับมือ Primus ลุยขยาย 500 สาขา

ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เลือกใช้บริการจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ยังพิจารณาถึงคุณภาพการบริการ ความสะอาด ความทันสมัยของเครื่อง และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของธุรกิจร้านสะดวกซักยุคใหม่