thansettakij
thansettakij
ไลอ้อน ทรานส์ฟอร์มใหญ่รอบ 20 ปี สั่งหั่น 100 SKU ลีนองค์กรสู้ศึก FMCG ติดลบ

ไลอ้อน ทรานส์ฟอร์มใหญ่รอบ 20 ปี สั่งหั่น 100 SKU ลีนองค์กรสู้ศึก FMCG ติดลบ

30 เม.ย. 69 | 03:35 น.
อัปเดตล่าสุด :30 เม.ย. 69 | 03:44 น.

"ไลอ้อน" กางแผน "ตัวเบา" สั่งหั่น 100 SKU รื้อโครงสร้างการผลิตสู้ศึกตลาด FMCG ติดลบ 6% ปักธงรายได้ 3 หมื่นล้าน ปี 2573

KEY

POINTS

  • ไลอ้อนปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี เพื่อรับมือตลาด FMCG ที่หดตัว โดยเปลี่ยนเป้าหมายจากการเน้นยอดขายไปสู่การสร้างกำไรสูงสุด
  • ตัดสินใจยกเลิกสินค้าที่ไม่ทำกำไรกว่า 100 SKU ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของใช้ส่วนตัวขนาดเล็ก เพื่อลดต้นทุนแฝงในกระบวนการผลิตและทำให้องค์กรคล่องตัวขึ้น
  • ตั้งเป้าสร้างรายได้ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2573 และเพิ่มสัดส่วนกำไรสุทธิเป็น 10% ผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจใหม่ ซึ่งรวมถึงการรุกตลาด E-commerce และสินค้าพรีเมียม
  • พลิกโฉมธุรกิจ E-commerce จนกลับมาทำกำไร โดยสร้างสตูดิโอไลฟ์สดเอง ทำให้ยอดขายจากการไลฟ์เติบโตกว่า 500%

นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า องค์กรอายุ 57 ปี ฝ่าจุดเปลี่ยนสำคัญของธุรกิจ ท่ามกลางตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคที่เข้าสู่ภาวะอิ่มตัว เดินหน้าทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบกว่า 20 ปี เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายรายได้ 30,000 ล้านบาทภายในปี 2573

ภายใต้การปรับทิศทางครั้งนี้ ไลอ้อนยกระดับบทบาทจาก “ผู้ผลิตสินค้า” ในยุค OEM สู่ “องค์กรด้านสุขอนามัย” ที่มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคไทย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างของธุรกิจอย่างชัดเจน

นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล

แรงกดดันสำคัญมาจากภาพรวมตลาด FMCG ไทยที่หดตัว -6% ในปีที่ผ่านมา รุนแรงกว่าช่วงโควิด-19 จากทั้งจำนวนประชากรที่ลดลงและภาวะตลาดอิ่มตัว ทำให้ผู้บริโภคมีสินค้าพื้นฐานครบแล้ว ในบริบทนี้การเติบโตจึงไม่ใช่การ “ขยายตลาด” อีกต่อไป แต่เป็นการ “แย่งส่วนแบ่ง” จากคู่แข่ง ท่ามกลางสงครามราคาที่รุนแรง โดยเฉพาะกลยุทธ์โปรโมชั่น 1 แถม 1 ที่ทวีความเข้มข้นสูงสุดในภูมิภาค

การปฏิวัติต้นทุน ยอมตัดสินค้า กว่า 100 SKU ที่ไม่ทำกำไร

ในอดีตไลอ้อนเติบโตมาจากรากฐานของการเป็นโรงงานผลิต (OEM) ทำให้มีแนวคิดแบบ Factory Mindset (แนวคิดแบบเน้นการผลิต) ที่เน้นการผลิตสินค้าให้หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ แต่การมีสูตรสินค้าและขนาดบรรจุที่มากเกินไป กลายเป็นต้นทุนแฝงมหาศาล

การมี SKU มาก หมายความว่าโรงงานต้องหยุดเครื่องบ่อยเพื่อเปลี่ยนสูตรหรือเปลี่ยนหัวบรรจุ เมื่อตัดสินค้าที่ไม่ทำกำไรออก โรงงานสามารถเดินเครื่องผลิตสินค้าตัวหลักได้ยาวขึ้น ต่อเนื่องขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงอย่างชัดเจน

ไลอ้อน ทรานส์ฟอร์มใหญ่รอบ 20 ปี สั่งหั่น 100 SKU ลีนองค์กรสู้ศึก FMCG ติดลบ

โดยสินค้ากลุ่มที่จะถูกคัดออกส่วนใหญ่คือ Personal Care (กลุ่มสินค้าที่ใช้กับร่างกายขนาดเล็ก) เช่น ไซส์ 50, 80 หรือ 100 มล. ปัจจุบันคนไทยมีความถี่ในการออกไปช้อปปิ้งน้อยลง จึงนิยมซื้อสินค้าไซส์ใหญ่ หรือ ถุงเติม ที่ใช้ได้นานกว่า

ในยุคที่กำลังซื้อหดตัว ผู้บริโภคฉลาดเลือกมากขึ้น โดยมองว่าสินค้าไซส์ใหญ่มีราคาเฉลี่ยต่อมิลลิลิตรที่ถูกกว่าไซส์พกพา และการขายผ่าน E-commerce สินค้าไซส์ใหญ่มักจะคุ้มค่าบริหารจัดการเรื่องค่าขนส่งมากกว่าสินค้าชิ้นเล็ก เป้าหมายสำคัญของการตัด SKU คือการทำให้องค์กร "ตัวเบา" เพื่อนำกำไรที่ได้จากการลดความสูญเสียในกระบวนการผลิตมาชดเชยกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 30-40%

ดังนั้นการหั่นสิ่งที่ไม่ทำเงินออก จึงเป็นทางออกที่ช่วยให้บริษัทรักษา Bottom Line (กำไรสุทธิ) ให้เติบโตได้โดยไม่ต้องผลักภาระให้ลูกค้า และนี่คือการเปลี่ยน Mindset ครั้งใหญ่ จากเดิมที่เน้นการปั๊มยอดขาย ให้สูงที่สุด มาเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไร

โดยสินค้า Mass FMCG ที่เหลืออยู่ในพอร์ตจะต้องเป็นสินค้าที่แข็งแกร่ง และทำกำไรได้จริงเท่านั้นการตัดสินค้าที่ไม่ทำกำไร 100 รายการ  ซึ่งสินค้าในบริษัทมีทั้งหมดกว่าพันรายการ โดยการตัดสินค้าออกครั้งนี้เป็นเพียงเฟสแรกของการเตรียมความพร้อมเพื่อขยับสัดส่วนกำไรสุทธิ (Bottom Line) ของบริษัทจาก 5% ขึ้นไปเป็น 10% ตามเป้าหมายปี 2573 

ไลอ้อน ทรานส์ฟอร์มใหญ่รอบ 20 ปี สั่งหั่น 100 SKU ลีนองค์กรสู้ศึก FMCG ติดลบ

 

4 เครื่องยนต์ใหม่ ขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย 3 หมื่นล้าน

ไลอ้อนไม่ได้เพียงแค่ตัดแต่ยังสร้างโอกาสใหม่ผ่านการแบ่งพอร์ตธุรกิจเป็น 4 กลุ่มหลัก เพื่อให้บรรลุรายได้ 3 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2573 ได้แก่

1.Mass FMCG ปรับเป้าหมายจากการเน้นยอดขาย มาเป็นการสร้างกำไรสูงสุด

2.The Stars (3E) รุกหนัก E-commerce ซึ่งบริษัทสามารถทำกำไรได้แล้วและมียอดขายโตกว่า 20-30% รวมถึงธุรกิจ Eco-Chemical และ Export

3.Emerging Market บุกตลาด CLMV โดยมองพม่าเป็นโอกาสใหญ่

4.Premium Personal Care การรุกเข้าสู่ตลาดความงามระดับพรีเมียมที่มี Margin สูงซึ่งอาจพิจารณาถึงการควบรวมหรือซื้อกิจการ (M&A) ในอนาคต

ไลอ้อน ทรานส์ฟอร์มใหญ่รอบ 20 ปี สั่งหั่น 100 SKU ลีนองค์กรสู้ศึก FMCG ติดลบ

 

พลิกเกม E-commerce ดันยอดไลฟ์พุ่ง 500%

หนึ่งในความสำเร็จที่ชัดเจนคือการปรับพอร์ต E-commerce จากขาดทุนสู่กำไรในรอบ 2 ปี โดยเลิกเน้นขายสินค้าชิ้นใหญ่ที่ค่าขนส่งสูง (เช่น ผงซักฟอกถัง) หันมาดันกลุ่มสินค้า Health & Beauty (HBA) อย่าง โชกุบุสซึ และ คิเรอิ คิเรอิ ที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่า

นอกจากนี้ยังดึงงานจาก Outsource กลับมาทำเองทั้งหมด โดยสร้าง "Live Studio" ภายในองค์กร ส่งผลให้ยอดขายจากการไลฟ์สดกระโดดจากเดือนละ 6-7 แสนบาท สู่ 5-6 ล้านบาท หรือเติบโตกว่า 500% พร้อมเตรียมนำระบบ AI และ Data เข้ามาใช้วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง

นายประเสริฐ  กล่าวว่า ด้วยสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง "ไม่เคยกู้เงิน" ตั้งแต่วิกฤตปี 2540 การขยับทัพของไลอ้อนในครั้งนี้จึงเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อส่งต่อองค์กรอายุ 57 ปี ให้เป็น "มังกรแห่งสุขภาพ" ที่เติบโตอย่างยั่งยืนในทศวรรษหน้า