thansettakij
thansettakij
พิษสงครามเขย่ากำลังซื้อ CPN อัด 500 ล้าน ดึงคนเที่ยวใกล้บ้านช่วงสงกรานต์

พิษสงครามเขย่ากำลังซื้อ CPN อัด 500 ล้าน ดึงคนเที่ยวใกล้บ้านช่วงสงกรานต์

30 มี.ค. 69 | 11:54 น.
อัปเดตล่าสุด :30 มี.ค. 69 | 14:06 น.

เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) อัดงบ 500 ล้านบาท จัดสงกรานต์ 44 สาขาทั่วประเทศ รับผลกระทบสงครามและราคาพลังงานที่กดดันกำลังซื้อ หวังดึงคนไทยเที่ยวใกล้บ้านแทนทริปไกล

KEY

POINTS

  • เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ทุ่มงบ 500 ล้านบาท จัดแคมเปญสงกรานต์ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อและการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัวจากภาวะเศรษฐกิจ
  • ชูกลยุทธ์ "Fandom Economy" ดึงศิลปิน T-Pop และ Y-Series เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางและใช้จ่ายของกลุ่มแฟนคลับ
  • ตั้งเป้ายกระดับสงกรานต์ไทยสู่เทศกาลระดับโลก (World’s Biggest Water Festival) โดยผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับ Pop Culture เพื่อสร้าง Soft Power
  • คาดการณ์ว่าหากราคาน้ำมันสูงขึ้น ผู้บริโภคจะเลือกเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อเครือข่ายศูนย์การค้า 44 สาขาทั่วประเทศ

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ทุ่มงบกว่า 500 ล้านบาท เดินหน้ายกระดับ “สงกรานต์ไทย” สู่เทศกาลระดับโลก ผ่านแคมเปญ “Central Songkran: World’s Biggest Water Festival” ครอบคลุม 44 ศูนย์การค้าทั่วประเทศ หวังใช้เทศกาลสงกรานต์เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายในประเทศ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กล่าวว่า ปี 2569 ภาคเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ต้นทุนสินค้าและพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก แต่เชื่อว่าสงกรานต์ยังเป็นหนึ่งในเทศกาลที่คนไทยพร้อมออกมาใช้จ่ายและเดินทาง เพราะเป็นทั้งช่วงวันหยุดและเทศกาลแห่งครอบครัว

จึงขยายการจัดงานภายใต้แนวคิด “Thailand’s Songkran Festival 2026” ระหว่างวันที่ 1-19 เมษายน ครอบคลุม 44 สาขาทั่วประเทศ พร้อมแลนด์มาร์กสาดน้ำ 28 จุด กิจกรรมรวมกว่า 1,000 รายการ และศิลปินมากกว่า 400 ชีวิต ตั้งเป้ารองรับผู้ร่วมงานมากกว่า 10 ล้านคน เท่ากับปีก่อน

เซ็นทรัลพัฒนามองว่า สงกรานต์ไม่ใช่เพียงเทศกาลเชิงวัฒนธรรม แต่เป็น “Festival Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทศกาล คล้ายกับเทศกาลระดับโลกอย่าง Rio Carnival, Oktoberfest และ Holi ที่สามารถสร้างการเดินทางและการใช้จ่ายจำนวนมากให้ประเทศ

 

พิษสงครามเขย่ากำลังซื้อ CPN อัด 500 ล้าน ดึงคนเที่ยวใกล้บ้านช่วงสงกรานต์

 

“สงกรานต์ไทยมีจุดแข็งจากการเป็น World’s Biggest Water Festival ที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัดเจน และสามารถพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกได้” 

หนึ่งในยุทธศาสตร์สำคัญของปีนี้คือการใช้ “Fandom Economy” หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มแฟนคลับและคนรุ่นใหม่ โดยบริษัทประเมินว่ากลุ่ม Gen Z ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 20% ของประชากรไทย หรือราว 13 ล้านคน มีอิทธิพลต่อการใช้จ่ายมากกว่า 2.6 ล้านล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้จึงดึงศิลปินสาย Y-Series และ T-Pop มาร่วมสร้างกระแสทั่วประเทศ นำโดย โทมัส-ก้อง ในบทบาท “นายสงกรานต์” รวมถึง ฟรีน-เบคกี้, เก่ง-น้ำปิง, หยิ่น-วอร์, จิมมี่-ซี และ PERSES ผ่านกิจกรรมโรดโชว์ในหลายจังหวัด เพื่อกระตุ้นให้แฟนคลับเดินทางและใช้จ่ายมากขึ้น

 

พิษสงครามเขย่ากำลังซื้อ CPN อัด 500 ล้าน ดึงคนเที่ยวใกล้บ้านช่วงสงกรานต์

 

อีกไฮไลต์สำคัญคือการเปิดตัว “นางสงกรานต์ Miss World” ครั้งแรกของโลก โดย โอปอล สุชาตา ช่วงศรี จะปรากฏตัวในชุดไทยพร้อมมงกุฎในวันที่ 13 เมษายน ที่ เซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นไทยสู่สายตานานาชาติ

สำหรับ เซ็นทรัลเวิลด์ ถูกวางเป็นแลนด์มาร์กสงกรานต์ระดับโลกใจกลางกรุงเทพฯ ผ่านงาน “centralwOrld Songkran Fest 2026” จัดต่อเนื่อง 6 วัน แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ “PEPSI Presents THAI LIZM 2026” วันที่ 11-13 เมษายน และ “FWD Music Live Fest 5” วันที่ 17-19 เมษายน

ภายในงานจะมีคอนเสิร์ตจากศิลปินแถวหน้าของประเทศ เช่น Joey Boy, ไททศมิตร, Singto Numchok, ลำไย ไหทองคำ, PROXIE, Jeff Satur, F.HERO, NuNew และ Three Man Down พร้อมโซนสาดน้ำและสไลเดอร์ขนาดใหญ่กลางเมือง

นอกจากกรุงเทพฯ บริษัทยังจัดกิจกรรมในจังหวัดท่องเที่ยวหลักทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เซ็นทรัล เวสต์เกต, เชียงใหม่, ขอนแก่น, พัทยา และ หาดใหญ่ รวมถึงกิจกรรม “วันไหล” ใน 7 จังหวัด เพื่อยืดระยะเวลาท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค

ด้านการท่องเที่ยว บริษัทตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้หรือ Short-haul จาก จีน, มาเลเซีย, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และ ไต้หวัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีทั้งกำลังซื้อและความถี่ในการเดินทางสูง โดยศูนย์การค้าในกลุ่ม Tourist Mall 14 สาขา 

อีกแกนสำคัญคือการผลักดัน Soft Power ไทย ผ่านการเชื่อมวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับ Pop Culture โดยร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรม จัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมใน 39 สาขา ทั้งการแสดงโขน มโนราห์ หุ่นกระบอก การสรงน้ำพระ และก่อเจดีย์ทราย ควบคู่กับคอนเสิร์ตและกิจกรรมสมัยใหม่

บริษัทเตรียมต่อยอดกระแส “ห่มสไบ ใส่ยีนส์” เพื่อสร้างภาพจำใหม่ให้สงกรานต์ไทยเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านการผสมผสานชุดไทยเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัย

อย่างไรก็ตาม ดร.ณัฐกิตติ์ยอมรับว่า ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากราคาน้ำมันและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ ซึ่งอาจกระทบต่อจิตวิทยาการเดินทางในช่วงครึ่งปีหลัง หากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ผู้บริโภคอาจหันมาใช้บริการศูนย์การค้าใกล้บ้านมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อเครือข่าย 44 สาขาของบริษัท

ในด้านการบริหาร บริษัทเตรียมลดค่าใช้จ่าย เน้นกระตุ้นการใช้จ่ายจากกลุ่มลูกค้าหลักและกลุ่มกำลังซื้อสูง พร้อมรณรงค์ให้คนไทยหันมาเที่ยวสงกรานต์ในประเทศมากขึ้น หลังมองว่าคนไทยอาจเดินทางออกต่างประเทศลดลงจากข้อจำกัดด้านค่าใช้จ่ายและราคาตั๋วเครื่องบิน

ทั้งนี้ ประเมินว่าเม็ดเงินสะพัดช่วงสงกรานต์ทั่วประเทศปีนี้จะอยู่ที่ราว 130,000 ล้านบาท โดยจะพยายามรักษาระดับการใช้จ่ายให้ใกล้เคียงปีก่อน มากกว่าคาดหวังการเติบโตแบบก้าวกระโดด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

พร้อมทั้งมองว่า การยกระดับสงกรานต์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมทางการตลาด แต่เป็นการสร้าง “Songkran Ecosystem” ที่เชื่อมโยงผู้คน เมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน เพื่อผลักดันให้สงกรานต์ไทยกลายเป็นเทศกาลระดับโลกที่ “ทั่วโลกต้องเดินทางมา” ในระยะยาว