thansettakij
thansettakij
อัญมณี Top3 สินค้าส่งออกไทย “JGAB 2026” เตรียมยกระดับสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

อัญมณี Top3 สินค้าส่งออกไทย “JGAB 2026” เตรียมยกระดับสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

18 มี.ค. 69 | 12:25 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 69 | 12:27 น.

อินฟอร์มาฯ ผนึกพันธมิตรจัดใหญ่งาน JGAB 2026 ปักหมุดไทย Global Trading Hub ชูแนวคิด "The Ultimate Sourcing Hub" รับเทรนด์อัญมณีโลกโตต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ร่วมกับพันธมิตรจัดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) ในวันที่ 22-25 เม.ย. 69 เพื่อผลักดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการค้าอัญมณีและเครื่องประดับของภูมิภาค
  • อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับเป็นสินค้าส่งออกสำคัญอันดับ 3 ของไทย โดยปี 2568 มีมูลค่าส่งออกเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปีถึง 44%
  • งาน JGAB 2026 ตั้งเป้าเป็นเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติภายใต้แนวคิด “The Ultimate Sourcing Hub” เพื่อเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยกับผู้ซื้อทั่วโลก คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานกว่า 1 หมื่นคนจาก 60 ประเทศ

นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย ประกาศจับมือร่วมกับพันธมิตร กลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน และสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย จัดงาน Jewellery & Gem ASEAN Bangkok 2026 (JGAB 2026) งานแสดงสินค้าเพื่อธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับนานาชาติ วันที่ 22-25 เมษายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยต้องการผลักดันประเทศไทยและอาเซียนไปสู่การเป็น Global Trading Hub ด้วยการใช้จุดแข็งของอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ที่มีฐานข้อมูล (Data) ของผู้ซื้อทั่วโลกจากการจัดงานตลอดกว่า 10 ประเทศ นานกว่า 30 ปี มาใช้สร้างเครือข่าย (Network)

ผ่านพันธมิตรอย่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 400-600 บูธ จาก 15 ประเทศ และตั้งเป้าผู้เข้าเยี่ยมชมงาน 1- 1.2 หมื่นคน จาก 60 ประเทศทั่วโลกกว่า 50% ช่วยให้กระจายสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไปสู่ตลาดใหม่

ภายใต้แนวคิด “The Ultimate Sourcing Hub” สนับสนุนผู้ประกอบการไทยทั้งรายย่อยและขนาดกลางให้เข้าถึงแพลตฟอร์มธุรกิจนานาชาติ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมอัญมณีไทยในระยะยาว ด้วยไฮไลต์สำคัญ ยกระดับพื้นที่จัดแสดงให้เป็นเวทีเจรจาธุรกิจระดับนานาชาติ พร้อมกิจกรรมที่น่าสนใจตลอด 4 วันของการจัดงาน

อัญมณี Top3 สินค้าส่งออกไทย “JGAB 2026” เตรียมยกระดับสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

นายสุทธิพงษ์ ดำรงค์สกุล นายกสมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน(ASEAN Gems and Jewellery Trade Association: AGJA) กล่าวว่า ตลาดอัญมณีโลกมีมูลค่ากว่า 3.4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะเติบโตถึง 4.5 แสนล้านเหรียญในปี 2573 โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด 45% และประเทศไทยส่งออกอัญมณีเป็นสินค้าอันดับ 3 รองจากยานยนต์และคอมพิวเตอร์ ในปี 2568 ที่ผ่านมารวมมีมูลค่า 26,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นถึง 44% ซึ่งถือเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบ 10 ปี

“อาเซียนถูกมองว่าเป็นทั้งฐานผลิตที่เข้มแข็งและจะเป็น ตลาดผู้บริโภคที่สำคัญในอนาคต เนื่องจากมีประชากรกว่า 600 ล้านคน บทบาทของ AGJA จะเชื่อมโยงเครือข่ายทั่วโลก แม้อุตสาหกรรมอัญมณีจะอยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Luxury) การบริโภสามาถถดถอยขึ้นลงตามจังหวะและช่วงเวลา แต่ประทศไทยเป็นที่ตั้งของบริษัทผู้ผลิตขนาดใหญ่ มี OEM ให้กับหลายรายทั่วโลก คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ประเมินเบื้องต้นปี 2569 ไม่ต่ำกว่า 15-20% แต่ต้องจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางและนโยบายกำแพงภาษี (Tariff) ของสหรัฐฯ ด้วย”

อัญมณี Top3 สินค้าส่งออกไทย “JGAB 2026” เตรียมยกระดับสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

ขณะที่ภาพรวมของตลาดมีลํกค้ารายใหญ่คือสหรัฐอเมริกา (25%), ยุโรป (25-30%), ตะวันออกกลาง และเอเชียแปซิฟิก ตามลำดับ การร่วมจัดงาน JGAB 2026 จึงเป็นโอกาสภายใต้กรอบความร่วมมือที่ครอบคลุมและเป็นประโยชน์ในภาพรวม โดยเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทยและอาเซียน ให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค

ด้านนายสิทธิศักดิ์ ลิ้มวัฒนายิ่งยง รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและ นายกสมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย กล่าวว่า ปี 2569 เป็นปีท้าทายของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับ แม้มีปัจจัยลบหลายอย่างแต่มีสัญญาณดี เพราะผู้ประกอบการยังดำเนินธุรกิจต่อเนื่อง ได้รับความน่าเชื่อถือใน แม้ตลาดจะเปลี่ยนแปลงตามเทรนด์ความต้องการที่เปลี่ยนไป แต่ประเทศไทยมีโครงสร้างครบวงจรที่แข็งแรง สามารถตอบโจทย์รสนิยมของลูกค้าได้ 

อัญมณี Top3 สินค้าส่งออกไทย “JGAB 2026” เตรียมยกระดับสู่ศูนย์กลางภูมิภาค

ขณะเดียวกัน ภาครัฐและเอกชนจำเป็นจะต้องร่วมมือกันเพื่อตอบรับกับความท้าทายใหม่ของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอน การสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องการออกงานแสดงสินค้า ผ่านโครงการสนับสนุนเงินอุดหนุน จะช่วยผลักดันธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมสู่ตลาดสากลได้ โดยเฉพาะเครื่องประดับเงินที่เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นไม่ต่างจากทองคำ ปัจจุบันถือว่าได้รับความสนใจจากตลาดสหรัฐฯ, เยอรมนี, อังกฤษ, ออสเตรเลีย และอินเดีย 

ทั้งนี้ จุดแข็งของไทยอยู่ที่ทักษะฝีมือช่างที่มีความประณีต การออกแบบที่มีเอกลักษณ์ และมาตรฐานการผลิตที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และยังมีความพร้อมในด้านโครงสร้างอุตสาหกรรม ตลอดจนเครือข่ายผู้ประกอบการที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบ การเจียระไน การผลิตเครื่องประดับ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ สู่การเป็นจุดศูนย์กลางภูมิภาคต่อไปในอนาคต