
“กระทิงแดง” ท้าชนคาราบาวแดง หั่นราคาเหลือ 10 บาท ลดค่าครองชีพผู้ใช้แรงงาน
กลุ่ม TCP หั่นราคา “กระทิงแดงคลาสสิก” เหลือ 10 บาท หวังลดค่าครองชีพคนไทย ท้าชนคาราบาวแดง พร้อมเดินหน้าสร้างแบรนด์ผ่านออฟไลน์-ออนไลน์ เข้าถึงผู้ใช้แรงงาน
KEY
POINTS
- กระทิงแดงประกาศลดราคาสูตรคลาสสิกลงเหลือ 10 บาท เพื่อแข่งขันโดยตรงกับคาราบาวแดงในตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง
- การลดราคาเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “ปลุกพลังใจให้ ‘คนไทย’ ไปต่อ” โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับกลุ่มผู้ใช้แรงงาน
- แม้จะปรับราคาลง แต่กระทิงแดงยืนยันว่ายังคงคุณภาพ รสชาติ และปริมาณของผลิตภัณฑ์ไว้เท่าเดิม
ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในปี 2568 มีมูลค่าราว 2.2 - 2.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 2.7 - 6% โดยสมรภูมิการแข่งขันที่ดุเดือด ยังคงฟาดฟันกันที่สงครามราคา โดยโอสถสภา (M-150) ครองผู้นำมาร์เก็ตแชร์กว่า 45% ขณะที่คาราบาวแดง (CBG) ตรึงราคา 10 บาทชิงแชร์ ส่วนกลุ่ม TCP รุกหนักพรีเมียมและ "เรดบูล" อัดก๊าซ 0% ชิงคนรุ่นใหม่ แต่ล่าสุดการขยับตัวของกลุ่ม TCP กับการประกาศหั่นราคา “กระทิงแดง” ลงมาเหลือ 10% ทำให้ตลาดกลับมาระอุ อีกครั้ง
นายวรวุฒิ พงศ์ชินภัค ประธานผู้บริหารสายงานขายและการตลาดประเทศไทย กลุ่มธุรกิจ TCP กล่าวถึง การเปิดตัวแคมเปญ “ปลุกพลังใจให้ ‘คนไทย’ ไปต่อ” เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงรสชาติที่คุ้นเคยได้ง่ายขึ้น โดยกระทิงแดงคลาสสิก เปลี่ยนราคาลงมาเหลือ 10 บาททุกขวด โดยยังคงรสชาติและปริมาณเท่าเดิมว่า
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกลยุทธ์ด้านราคา แต่สะท้อนบทบาทของกระทิงแดงในฐานะแบรนด์ที่ต้องการเป็นมากกว่าเครื่องดื่มให้พลังงาน แต่คือ “พลังใจ” ที่อยู่เคียงข้างคนทำงานตัวจริงในชีวิตประจำวัน “เราเชื่อว่าพลังในการใช้ชีวิตไม่ควรถูกจำกัดด้วยค่าครองชีพ ในช่วงที่ผู้บริโภคต้องบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบ แบรนด์สามารถมีบทบาทในการช่วยลดภาระในชีวิตประจำวัน อย่างน้อยในสิ่งที่ช่วยเติมพลังให้เขาไปต่อได้
“การเปลี่ยนราคา 10 บาททุกขวดทั่วประเทศ ครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การตลาด แต่เป็นการตัดสินใจในการยืนอยู่ข้างผู้บริโภค กระทิงแดงจึงยังคงคุณภาพและรสชาติเดิม พร้อมวิตามินและทอรีนที่ช่วยเติมเต็มความพร้อมให้ร่างกาย และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ต้องแบกความรับผิดชอบไว้บนบ่าในทุกวัน”
ปัจจุบัน กระทิงแดงที่วางจำหน่ายในท้องตลาด ประกอบไปด้วย กระทิงแดง คลาสสิก (ฝาสีน้ำเงิน), กระทิงแดง เอ็กซ์ตร้า เอบีซี (ฝาสีแดง), กระทิงแดง เอ็กซ์ตร้า ซิงค์ (ฝาสีดำ) และ กระทิงแดง ทีโอเปล็กซ์-แอล
ทั้งนี้เพื่อสร้างการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่มคนทำงาน บริษัทวางกลยุทธ์การสื่อสารแบบ 360 องศา มุ่งเข้าถึง “คนทำงานตัวจริง” ในบริบทชีวิตประจำวันที่แตกต่างกันทั่วประเทศ ตั้งแต่ วินมอเตอร์ไซค์ ไรเดอร์ ไปจนถึงคนทำงานในหลากหลายอาชีพ ผ่านกิจกรรมทั้งออฟไลน์และออนไลน์อย่างครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวแคมเปญผ่านจอแลนด์มาร์กระดับประเทศ กิจกรรมบนโซเชียลมีเดีย ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มเดลิเวอรีเพื่อเข้าถึงกลุ่มไรเดอร์และคนทำงาน กิจกรรมแบบ ออนกราวด์ร่วมกับ “แบมแบม–กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” เพื่อเชื่อมต่อกับคนรุ่นใหม่ ตลอดจนโรดโชว์ 4 ภูมิภาคกับ “โจอี้–ภูวศิษฐ์ อนันต์พรสิริ” ที่ลงพื้นที่พบปะผู้บริโภคตัวจริงในต่างจังหวัด พร้อมกิจกรรมดูแลชุมชน และการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ
“ปีนี้กลุ่มธุรกิจ TCP ครบรอบ 70 ปี กระทิงแดงจึงนำแนวคิด ‘ปลุกพลัง…ให้ไปต่อ’ มาต่อยอดสู่แคมเปญ ‘ปลุกพลังใจ คนไทย ให้ไปต่อ’ เพื่อส่งต่อพลังใจผ่านสิ่งใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน แคมเปญนี้คือการตอบแทนความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีให้กระทิงแดงเสมอมา และเป็นการยืนยันว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร กระทิงแดงจะยังคงยืนอยู่ข้างคนทำงานไทย และเป็นพลังให้ทุกคนก้าวต่อไปได้ในทุกวัน
ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ตลาดแมส (Mass Energy Drink) กลุ่มที่มีระดับราคา 10-12 บาท คิดเป็นสัดส่วนราว 80-85% โดยมี M-150 (โอสถสภา) เป็นผู้นำตลาดมีส่วนแบ่งตลาดราว 45-48% ตามด้วย คาราบาวแดงซึ่งเป็นผู้นำในตลาดชูกำลัง 10 บาท และกระทิงแดง และตลาดพรีเมียม (Premium Energy Drink) คิดเป็นสัดส่วน 10-15%






