
SME อีสานฮึดสู้ 'ศรีจันทร์นมสด' ตรึงราคา-คุมต้นทุน เดินหน้าขยายสาขาเพิ่ม
SME อีสานไม่ถอย 'ศรีจันทร์นมสด' ปรับกลยุทธ์ ตรึงราคา-คุมต้นทุน-เร่งสปีดแฟรนไชส์ พร้อมเดินหน้าขยายสาขาฝ่าเศรษฐกิจปี 2569
KEY
POINTS
- "ศรีจันทร์นมสด" แบรนด์ SME อีสาน ประกาศตรึงราคาสินค้าและบริหารจัดการต้นทุนภายใน เพื่อรับมือภาวะเศรษฐกิจผันผวนและไม่ผลักภาระให้ผู้บริโภค
- เดินหน้าขยายสาขาแฟรนไชส์สวนกระแสเศรษฐกิจ ตั้งเป้าให้ครบ 10 สาขาภายในสิ้นปี 2569 โดยเน้นพื้นที่ภาคอีสานเป็นหลัก
- ชูจุดเด่นด้านคุณภาพโดยใช้นมสดแท้จากฟาร์มท้องถิ่น และควบคุมมาตรฐานผ่านระบบขนส่งห้องเย็น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าในทุกสาขา
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปี 2569 ที่ยังเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของค่าเงิน ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และความไม่แน่นอนทางการเมือง แบรนด์ท้องถิ่นจากจังหวัดขอนแก่นอย่าง “ศรีจันทร์นมสด” เลือกเดินหน้าเติบโตสวนกระแส ด้วยการเร่งขยายสาขาแฟรนไชส์และตั้งเป้าผลักดันยอดขายสู่ระดับ 10–50 ล้านบาทในระยะถัดไป
ศรีจันทร์นมสดก่อตั้งบนทำเลถนนศรีจันทร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านสำคัญของเมืองขอนแก่น ก่อนจะพัฒนารูปแบบธุรกิจสู่ระบบแฟรนไชส์ ปัจจุบันแบรนด์เข้าสู่ปีที่ 3 และมีสาขาแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ ขอนแก่น 2 สาขา หนองคาย 1 สาขา และนครราชสีมา 1 สาขา โดยตั้งเป้าขยายเพิ่มเฉลี่ยเดือนละ 1 สาขา เพื่อให้ครบ 10 สาขาภายในสิ้นปี 2569
นาย มัณฑนา สุนาถวนิชย์กุล เจ้าของร้านศรีจันทร์นมสด เปิดเผยมุมมองกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือ SME ยังมีความได้เปรียบในภาวะเศรษฐกิจผันผวน เพราะมีความคล่องตัวสูง สามารถควบคุมต้นทุนและตั้งราคาสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคได้ดีกว่าแบรนด์ขนาดใหญ่ที่มีโครงสร้างต้นทุนซับซ้อน อย่างไรก็ตามปัจจัยที่ยังสร้างความกังวลคือความไม่แน่นอนทางการเมือง ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนและการวางแผนธุรกิจระยะยาว
ในด้านโครงสร้างการลงทุน แฟรนไชส์ศรีจันทร์นมสดมีค่าธรรมเนียม 450,000 บาท ใช้งบลงทุนรวมประมาณ 1–1.5 ล้านบาทต่อสาขา รวมค่าก่อสร้างและอุปกรณ์ครบชุด โดยขนาดร้านอยู่ที่ 50–100 ตารางเมตร โดยเลือกขยายสาขาในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนเป็นหลัก เพื่อบริหารต้นทุนขนส่งและควบคุมคุณภาพวัตถุดิบ ก่อนขยายสู่พื้นที่อื่นในลำดับถัดไป
จุดแข็งสำคัญของแบรนด์คือการใช้นมสดแท้จากฟาร์มโคนมท้องถิ่นในจังหวัดขอนแก่น รับซื้อนมดิบมาผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อและปรุงรสตามสูตรเฉพาะของร้าน โดยไม่มีการผสมน้ำและไม่ใช้สารกันบูด วัตถุดิบทั้งหมดถูกจัดส่งผ่านระบบขนส่งห้องเย็นเพื่อรักษาคุณภาพให้เหมือนกันทุกสาขา
แม้ต้นทุนวัตถุดิบบางรายการ เช่น ช็อกโกแลต รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านแรงงานและประกันสังคมจะเพิ่มขึ้น แต่แบรนด์เลือกบริหารจัดการต้นทุนหลังบ้านแทนการปรับขึ้นราคาหน้าร้าน เพื่อไม่เพิ่มภาระให้ผู้บริโภค
ด้านกลยุทธ์การตลาดศรีจันทร์นมสดวางตำแหน่งร้านให้เป็นมากกว่าร้านเครื่องดื่มทั่วไป โดยเน้นการสร้างประสบการณ์แบบคาเฟ่ท้องถิ่น ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบออร์แกนิก อาศัยการบอกต่อและรีวิวจากลูกค้าจริง ควบคู่กับการตกแต่งร้านตามเทศกาลสำคัญ เพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นและคนทำงานให้เข้ามาใช้บริการหน้าร้าน นอกจากนี้ยังพัฒนาเมนูรสชาติหวานน้อย เพื่อตอบรับกระแสรักสุขภาพที่เติบโตต่อเนื่อง
ปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าหน้าร้านคิดเป็นประมาณ 80% ของยอดขายทั้งหมด ขณะที่ยอดเดลิเวอรี่มีสัดส่วน 20% โดยมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลอยู่ที่ 90–100 บาทต่อคน สะท้อนว่าร้านยังทำหน้าที่เป็นพื้นที่พบปะและใช้เวลาของลูกค้า ไม่ได้พึ่งพาช่องทางออนไลน์เพียงอย่างเดียว สำหรับปีถัดไปแบรนด์ตั้งเป้าเติบโตของยอดขาย 30–50% ควบคู่กับการวางรากฐานสู่ธุรกิจแฟรนไชส์
จะเห็นได้ว่ากรณีของศรีจันทร์นมสดจึงสะท้อนภาพของ SME ไทยที่อาศัยความเข้าใจผู้บริโภคท้องถิ่น ควบคุมคุณภาพสินค้า และบริหารต้นทุนอย่างรัดกุม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงท่ามกลางเศรษฐกิจที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

