thansettakij
thansettakij
สงครามสหรัฐ-อิหร่าน เขย่าเอสเอ็มอีไทย ส่งออก 38.54 ล้านดอลลาร์ เสี่ยงสะดุด

สงครามสหรัฐ-อิหร่าน เขย่าเอสเอ็มอีไทย ส่งออก 38.54 ล้านดอลลาร์ เสี่ยงสะดุด

02 มี.ค. 2569 | 04:28 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 2569 | 06:46 น.

ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ชี้ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์กระทบห่วงโซ่อุปทาน–พลังงาน–โลจิสติกส์ เผยเอสเอ็มอีไทยพึ่งพาตลาดอิหร่าน 28.17% ของส่งออกทั้งหมด ขณะรายกลางนำเข้าสูงสุด 51.92%

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของเอสเอ็มอีไทยไปยังอิหร่าน ซึ่งมีมูลค่า 38.54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • สินค้าส่งออกหลักของเอสเอ็มอีไทยที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ 5 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มเครื่องจักรกล, เครื่องจักรไฟฟ้า, ยานยนต์, ผลไม้และถั่ว, และพืชผัก
  • สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเสนอให้รัฐบาลเตรียมแผนรับมือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านพลังงาน โลจิสติกส์ และการหาตลาดทดแทน

ศึกสงครามภูมิรัฐศาสตร์ระหว่าง สหรัฐอเมริกา ร่วมกับ อิสราเอล ปะทะกับ อิหร่าน กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นไม่เพียงกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมต่อห่วงโซ่อุปทาน พลังงาน การค้า และความเชื่อมั่นของประชาคมโลกในวงกว้าง

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในรูปแบบ “สงครามใต้ดิน” หรือการก่อการร้ายที่ขยายวงกว้างขึ้น

พร้อมตั้งคำถามว่า สันติภาพจะเกิดขึ้นได้จริงจากการใช้อาวุธทำลายล้างหรือไม่ เพราะทุกสงครามล้วนทิ้งต้นทุนมหาศาล ทั้งการฟื้นฟูสภาพจิตใจประชาชน ระบบสาธารณูปโภค อาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมากในการเยียวยา

ส่งออกเอสเอ็มอีไทยไปอิหร่าน 38.54 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 28.17%

สำหรับความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจไทย–อิหร่าน ปี 2568 มูลค่าการ “ส่งออกของเอสเอ็มอีไทยไปประเทศอิหร่าน” อยู่ที่ 38.54 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 28.17% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดจากไทยไปอิหร่าน แบ่งเป็น

  • รายย่อย 3.20 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • รายย่อม 8.44 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • รายกลาง 26.91 ล้านเหรียญสหรัฐ

สินค้าส่งออกสำคัญของเอสเอ็มอี 5 อันดับแรก ได้แก่

  1. เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ บอยเลอร์ เครื่องจักรและส่วนประกอบเครื่องจักร 6.39 ล้านเหรียญสหรัฐ
  2. เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ 5.71 ล้านเหรียญสหรัฐ
  3. ยานบกและส่วนประกอบ 5.44 ล้านเหรียญสหรัฐ
  4. ผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ 3.89 ล้านเหรียญสหรัฐ
  5. พืชผักรวมทั้งรากและหัวบางชนิดที่บริโภคได้ 2.47 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่ “ภาพรวมมูลค่าการส่งออกของไทยไปประเทศอิหร่าน” อยู่ที่ 136.82 ล้านเหรียญสหรัฐ

เอสเอ็มอีนำเข้า 8.2 ล้านดอลลาร์ สัดส่วน 87.6% ของนำเข้าจากอิหร่าน

ด้านการนำเข้า “มูลค่าการนำเข้าของเอสเอ็มอีไทยจากประเทศอิหร่าน” อยู่ที่ 8.2 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 87.6% ของการนำเข้าทั้งหมดจากอิหร่าน สินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่

  • ผลไม้และลูกนัตที่บริโภคได้ 3.02 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ปลาและสัตว์น้ำ 2.59 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • เครื่องจักรไฟฟ้า อุปกรณ์และส่วนประกอบไฟฟ้า 0.61 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ผลิตภัณฑ์นม ไข่สัตว์ปีก น้ำผึ้งธรรมชาติและผลิตภัณฑ์จากสัตว์ 0.58 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • ผลิตภัณฑ์ทางเภสัชกรรม 0.54 ล้านเหรียญสหรัฐ

โดย “ภาพรวมมูลค่าการนำเข้าไทยจากประเทศอิหร่าน” อยู่ที่ 9.36 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็น

  • รายย่อย 0.89 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • รายย่อม 2.45 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • รายกลาง 4.86 ล้านเหรียญสหรัฐ
  • รายใหญ่ 0.98 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ การนำเข้าของเอสเอ็มอีขนาดกลางมีสัดส่วนสูงสุด 51.92% ของมูลค่าการนำเข้าทั้งหมด สะท้อนความเปราะบางของผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวหากสถานการณ์ยืดเยื้อ

ชงรัฐยกระดับแผนความมั่นคงเศรษฐกิจ รับ “สงครามเศรษฐกิจโลกไฟเดือด”

นายแสงชัยเสนอว่า ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือ “สงครามเศรษฐกิจโลกไฟเดือดพล่าน” ทั้งในมิติที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย ซึ่งอาจบานปลายเป็น “สงครามแห่งศตวรรษ” หากประเทศคู่ขัดแย้งและพันธมิตรผสมโรงร่วมกัน

 

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช

 

ข้อเสนอสำคัญ ได้แก่ พลังงานและน้ำมัน รับมือความผันผวนด้านราคา เสถียรภาพห่วงโซ่อุปทาน และการสำรองให้เพียงพอ โลจิสติกส์และการขนส่ง โดยเฉพาะเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุส และการเดินทางทางอากาศที่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและต้นทุน ต้องมีแผนบริหารความเสี่ยงและกลยุทธ์บริหารวิกฤติ ขีดความสามารถการแข่งขัน

ลดความผันผวนต้นทุนการผลิตที่สะท้อนสู่ราคาสินค้า ค่าครองชีพประชาชน ควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้กระทบภาระผู้บริโภค รวมถึงการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และอาจพลิกโอกาสเป็นแหล่งพำนักระยะยาว การนำเข้า–ส่งออก โดยเฉพาะตลาดตะวันออกกลาง สนับสนุนวัตถุดิบและตลาดทดแทน การค้าการลงทุนโลก เตรียมรับภาวะชะลอตัวจากความไม่แน่นอนทางการเมืองระหว่างประเทศ และการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รักษาดุลยภาพกับทุกฝ่าย ไม่เข้าสู่วงความขัดแย้ง

จับตาบทบาทผู้นำโลก ท่ามกลางไฟสงคราม

นายแสงชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า ความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นยังมีบาดแผลเรื้อรังในหลายพื้นที่ เช่น ความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับเวเนซูเอลา กรีนแลนด์และเดนมาร์ก แคนาดา และคิวบา พร้อมตั้งคำถามถึงบทบาทของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ว่า สันติภาพที่แท้จริงมีอยู่หรือไม่ หรือเป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง

“ประชาชนทั้งโลกจะเป็นผู้ตัดสินว่า สงครามใต้ดินจะประทุเรื้อรัง หรือจบลงอย่างเด็ดขาด ประวัติศาสตร์โลกกำลังถูกเขียนขึ้นอีกครั้ง”