
สมอ. จับตา ‘ปลั๊กพ่วง-พาวเวอร์แบงค์-ไดร์เป่าผม’ ต้องมี มอก.
สมอ. ติวเข้มคอนเทนต์ครีเอเตอร์ TikTok กว่า 100 ราย ติวเข้มกฎหมาย มอก. คุมเข้มสินค้า 3 รายการ หลังพบสถิติปี 68 ยอดขายสินค้าเถื่อนพุ่ง พร้อมประสาน 7 หน่วยงานรัฐกวาดล้างร้านค้าออนไลน์ไร้มาตรฐาน
KEY
POINTS
- สมอ. ร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อควบคุมการขายสินค้า โดยเน้นเฝ้าระวังปลั๊กพ่วง พาวเวอร์แบงค์ และไดร์เป่าผมเป็นพิเศษ ซึ่งต้องมีเครื่องหมาย มอก.
- สินค้าทั้ง 3 ประเภทเป็นกลุ่มที่พบไม่ได้มาตรฐานบ่อยครั้งบนช่องทางออนไลน์ และเคยสร้างอันตรายร้ายแรงต่อผู้บริโภค
- สมอ. แนะให้ผู้บริโภคตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และสแกน QR code ที่คู่กันก่อนซื้อ เพื่อตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตให้ถูกต้องและป้องกันอันตราย
21 กุมภาพันธ์ 2569 นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับ TikTok ในครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญของ สมอ. ที่จะส่งเสริมให้แพลตฟอร์มออนไลน์ขายสินค้าที่ได้มาตรฐานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะสินค้าควบคุมของ สมอ. ทั้ง 150 รายการ ที่ครอบคลุมสินค้ากว่า 300 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งภายในงานนี้มีคอนเทนต์ครีเอเตอร์สายเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอทีที่มีผู้ติดตามจำนวนมากเข้าร่วมงานมากกว่า 100 ราย จึงนับเป็นโอกาสดีที่จะส่งต่อความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานและการจำหน่ายสินค้าควบคุมให้คอนเทนต์ครีเอเตอร์ได้นำไปใช้ในการผลิตคอนเทนต์และไลฟ์ขายสินค้าใน TikTok เช่น วิธีการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน การตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. ปลอม การตรวจสอบผู้ได้รับใบอนุญาตจาก สมอ. อย่างถูกต้อง
การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างสินค้าที่ได้มาตรฐานกับสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน การแจ้งเบาะแสหากพบสินค้าไม่ได้มาตรฐาน โทษตามกฎหมายสำหรับผู้ประกอบการที่นำเข้า ผลิต และจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ใช้สินค้าไม่ได้มาตรฐาน เป็นต้น โดยในช่วงแรกจะเน้นสินค้าที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษเนื่องจากเกิดเหตุร้ายแรงกับผู้บริโภคที่ใช้สินค้าดังกล่าวที่ไม่ได้มาตรฐานอยู่บ่อยครั้ง ได้แก่
- ไดร์เป่าผม
- พาวเวอร์แบงค์
- ปลั๊กพ่วง
นอกจากนี้ สมอ. ยังได้ร่วมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อื่น ๆ เช่น ช้อปปี้ ลาซาด้า และไลน์ช้อปปิ้ง เชื่อมโยงข้อมูลใบอนุญาตของ สมอ. เพื่อให้สามารถระงับการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานผ่าน keyword จำเพาะของผลิตภัณฑ์ได้ รวมทั้งผนึกกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น กรมศุลกากร กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสภาองค์กรของผู้บริโภค
โดยมีเป้าหมายให้ทุกแพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบในการนำสินค้ามาจำหน่าย หากไม่ได้มาตรฐานต้องนำออกจากแพลตฟอร์มทันที และสร้างระบบแจ้งเบาะแสที่รวดเร็ว โดยให้แพลตฟอร์มต้องมีการยืนยันตัวตนผู้ขาย เปิดเผยข้อมูลผู้ขายให้แก่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานอย่างเป็นระบบ เพื่อปราบปรามและสกัดกั้นสินค้าออนไลน์ที่ไม่ได้มาตรฐานในทุกช่องทาง
เลขาธิการ สมอ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา สมอ. ตรวจพบการจำหน่ายสินค้าไม่ได้มาตรฐานบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ท่อไอเสียมอเตอร์ไซค์ พาวเวอร์แบงค์ ปลั๊กพ่วง ไดร์เป่าผม และหมวกกันน็อก หากเป็นสินค้าไม่ได้มาตรฐานอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต
ดังนั้น ต้องตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และ QR code ก่อนกดสั่งซื้อสินค้าทุกครั้ง โดยเฉพาะ QR code ที่คู่กับเครื่องหมาย มอก. หากสแกนแล้วพบว่าข้อมูลในใบอนุญาต ไม่ตรงกับฉลากที่ตัวสินค้า ขอให้แจ้งเบาะแสต่อ สมอ. ทันที เพื่อจะได้สืบสวนขยายผลไปยังผู้กระทำผิดต่อไป เลขาธิการ สมอ. กล่าว

